จากไข่ทะเลสดตี 5 ที่ตลาดเช้า ถึงซอยหินโบสถ์ยุโรปยามบ่าย และวิวสามแสนล้านเยนบนยอดเขายามค่ำ — เมืองนี้แพ็กประสบการณ์ไว้มากกว่าที่เห็น
บอกตรงๆ ว่าฮาโกดาเตะเป็นเมืองที่ถ้าให้เวลาแค่ 1 วัน คุณก็ไม่ผิดหวัง แต่ถ้ามี 2 วันจะรู้สึกได้ว่าเข้าถึงเมืองนี้จริงๆ เพราะ ไฮไลต์หลักทั้งหมดอยู่ในฝั่งเดียวกัน — ตลาดเช้า โมโตมาจิ ฮาจิมันซากะ กระเช้ายอดเขา ล้วนเดินทางด้วยรถรางสายเดียวจากสถานีได้หมด ส่วนวันที่ 2 เหมาะสำหรับ กอริวคาคุ ป้อมดาวห้าแฉกที่เห็นได้จากหอชมวิวอย่างน่าตื่นตา และถ้าอยากผักผ่อนก็แวะ อนุมะปาร์ค ที่อยู่ห่างแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟ
ฮาโกดาเตะอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่เปิดรับการค้าจากต่างชาติตั้งแต่ปี 1854 ความที่ยุโรปและรัสเซียเคยตั้งสถานกงสุลที่นี่ ทำให้โมโตมาจิมีโบสถ์คริสต์ วิลล่าสไตล์ Colonial และซอยหินปูที่คุณแทบไม่เชื่อว่าอยู่ในญี่ปุ่น — เมืองนี้ไม่มีอะไรต้องบอกให้รีบ มาแล้วจะรู้เอง
ไข่ทะเลสดกว่าที่คิด · ซอยหินโบสถ์คาทอลิก · กระเช้าขึ้นยอดเขายามพลบค่ำ — วันที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมฮาโกดาเตะถึงติดอันดับวิวกลางคืนสวยที่สุดในโลก
เริ่มวันด้วยการตื่นเช้าสักหน่อย — ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (朝市) เดินจากสถานีไม่ถึง 2 นาที เปิดตั้งแต่ตี 5 ในช่วงพฤษภาคม–ธันวาคม และตี 6 ในช่วงมกราคม–เมษายน มา 05.00–07.00 น. ได้ของสดที่สุดและคนน้อยที่สุด ถ้ามาสาย 9 โมงแล้วนักท่องเที่ยวเต็มตลาดจนเดินแทบไม่ได้
สิ่งที่ต้องลองคือ ข้าวหน้าอาหารทะเล (kaisen-don) ราคา ¥1,500–3,000 ขึ้นอยู่กับว่าใส่อะไรบ้าง — ปูขน อิคุระ หอยเม่น กุ้ง เลือกได้เอง อีกอย่างที่คนมักแนะนำกันคือ บ่อตกปลาหมึกสด (ika-tsuri) จ่ายเงินแล้วตกปลาหมึกที่ยังเป็นๆ แล้วเอาไปทำ ikizukuri (ซาชิมิสดๆ) ขณะที่ยังเคลื่อนไหว รสชาติต่างจากปลาหมึกแช่เย็นราวกับคนละชนิด
หลังอิ่มแล้วเดินลงมาที่ คลังสินค้า Kanemori (金森赤レンガ倉庫) ริมอ่าว ตึกอิฐแดงสร้างปี 1909 ที่ถูกปรับเป็นร้านค้า ร้านกาแฟ และบูติก วิวอ่าวยามเช้าขณะที่เรือประมงกำลังกลับท่าและหมอกทะเลยังคลุมยอดเขาอยู่ สวยเงียบในแบบที่ทำให้อยากนั่งอยู่นานๆ สักแก้วกาแฟก่อนเดินต่อ
ถ้าเดินทางมาตามฤดูดอกไม้ (พฤษภาคม) หรือฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม) วิวอ่าวโดยมีเขาฮาโกดาเตะเป็นฉากหลังจะงดงามมากเป็นพิเศษ
นั่งรถรางสาย D ไปลงป้าย Suehirocho แล้วเดินขึ้นเนินมาสู่ย่าน โมโตมาจิ (元町) — ย่านเก่าที่อยู่บนเนินเขาเหนืออ่าว มีโบสถ์คาทอลิก โบสถ์ออร์โธดอกซ์รัสเซีย โบสถ์โปรเตสแตนต์ อาคารบ้านเรือนสไตล์ Colonial และถนนหินปูยาวชันที่คนมักถ่ายรูปกัน ถ้าเดินเช้าจะเจอแสงสวยมาก
จุดที่ไม่ควรพลาดในโมโตมาจิคือ ซอยฮาจิมันซากะ (八幡坂) — ถนนหินปูลาดชันตรงดิ่งลงสู่ท่าเรือ มีต้นกิงโกะสองข้างทาง ปลายถนนเห็นเรือในอ่าวและภูเขา ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพที่คนถ่ายมากที่สุดในฮอกไกโด จากฮาจิมันซากะเดินต่อขึ้นเนินไปถึง โมโตมาจิปาร์ค ที่มีป้อมปืนเก่าและวิวอ่าวจากมุมสูง
ช่วงนี้กลับไปโรงแรม เปลี่ยนเสื้อผ้า และพักสักชั่วโมง เพราะบน ยอดเขาฮาโกดาเตะ (函館山) ลมแรงและอุณหภูมิต่ำกว่าเมือง 5–8 องศา โดยเฉพาะช่วงเย็น เตรียมเสื้อแจ็คเก็ตไว้ด้วยแม้ฤดูร้อน และถ้าอากาศดีให้ดูพยากรณ์ก่อน — วันที่มีเมฆหนาวิวจะถูกบัง แต่วันที่ท้องฟ้าเปิดวิวนี้คือหนึ่งในที่ดีที่สุดในโลก
เดินทางมาถึงสถานีกระเช้าล่างก่อนพระอาทิตย์ตม 30–45 นาที — กระเช้า Mt. Hakodate Ropeway ใช้เวลา 3 นาทีขึ้นยอดเขา 334 เมตร แล้วเดินต่อไปจุดชมวิวที่เปิดโล่ง 360 องศา วิวที่ได้ชื่อว่า "วิวสามแสนล้านเยน" (100億円の夜景) มีที่มาจากการที่นักธุรกิจญี่ปุ่นประเมินว่าวิวนี้มีมูลค่าเท่ากับพอร์ตโฟลิโอในยุค Bubble Economy
รอช่วง 30 นาทีหลังพระอาทิตย์ตม ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีส้มแดงเป็นม่วงน้ำเงิน แสงไฟเมืองสุกสว่างขึ้นบนคาบสมุทรรูปทราย ทะเลคั่นกลาง สองอ่าวล้อมสองฝั่ง — แค่ยืนดูอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกว่าทริปคุ้มแล้ว ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง ก่อนลงมากินข้าวเย็นที่เมือง
ป้อมดาวห้าแฉกจากหอชมวิว · ทะเลสาบอนุมะที่ภูเขาไฟสะท้อนน้ำ · หรือยูโนะคาวะออนเซนปิดทริป — วันที่สองที่ออกแบบให้ผ่อนคลายกว่า
ลองนึกภาพป้อมปราการรูปดาวห้าแฉกล้อมรอบด้วยคูน้ำ ต้นซากุระนับร้อยต้น และซากกำแพงหินอิฐสีแดงที่เหลือจากยุทธการ Hakodate 1869 — กอริวคาคุ คือป้อมปราการตะวันตกแบบ Vauban แห่งเดียวในญี่ปุ่น สร้างในปี 1864 เพื่อรักษาดินแดนเหนือสุดของประเทศ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสนามรบครั้งสุดท้ายของสงครามกลางเมือง Boshin War
ขึ้น หอชมวิวกอริวคาคุ (五稜郭タワー) สูง 107 เมตรก่อน — วิว 360 องศาของป้อมดาวห้าแฉกจากด้านบนเป็นภาพที่คุณจะจำไม่ลืม โดยเฉพาะในฤดูซากุระ (ปลายเมษายน–ต้นพฤษภาคม) ดอกซากุระปกคลุมทั้งป้อมจนมองจากเหนือดูเหมือนดอกไม้ยักษ์ หลังลงจากหอแล้วเดินเข้าสู่ตัวป้อมด้านล่าง ที่มีโซนอนุรักษ์ให้เดินสำรวจและสวนกว้างสำหรับพักผ่อน
ถ้าอยากออกนอกเมือง อนุมะ Quasi-National Park (大沼国定公園) อยู่ห่างจากสถานีฮาโกดาเตะแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟ Limited Express (¥1,840) หรือ 40 นาทีด้วยรถไฟท้องถิ่น (¥680) ทะเลสาบอนุมะและโคมาระเป็นทะเลสาบเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Komagatake — เกาะเล็กๆ กระจายอยู่ในทะเลสาบกว่า 100 เกาะ เชื่อมกันด้วยสะพานเล็กและทางเดินที่คุณสำรวจได้ใน 2–3 ชั่วโมง
ในฤดูหนาว (มกราคม–กุมภาพันธ์) ผิวทะเลสาบแข็งตัวและมีกิจกรรมเดินบนน้ำแข็ง ส่วนฤดูร้อนมีเรือพาย รถจักรยาน และร้านขายข้าวโพดย่างริมน้ำ — เหมาะสำหรับวันที่อยากออกจากเมือง
ถ้าร่างกายเหนื่อยแล้วและอยากแช่น้ำแร่ ยูโนะคาวะออนเซน (湯の川温泉) คือจุดหมายปลายทางรถรางสาย Y — นั่งแค่ 20 นาทีจากสถานีฮาโกดาเตะ ที่นี่เป็นย่านออนเซนที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดตอนใต้ โรงแรมส่วนใหญ่มี daiyoku (ห้องอาบน้ำสาธารณะ) ที่คนนอกสามารถเข้าได้ในราคา ¥500–1,000 โดยไม่ต้องพักที่นั่น
ยูโนะคาวะยังมี ฝูงนกทรายหิมะ (whooper swans) มาพักในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) และสวนสาธารณะริมแม่น้ำที่เดินเล่นได้สบายยามบ่าย
คืนสุดท้ายในฮาโกดาเตะเหมาะกับ อาหารทะเลฮอกไกโด สักมื้อจริงๆ — ร้านอาหารรอบอ่าว Kanemori และย่านสถานีมีตั้งแต่ร้านซูชิแบบ counter ไปจนถึง izakaya เมนูที่ต้องลองคือปูขนจากทะเล Okhotsk (ตามฤดูกาล พ.ย.–ม.ค.) หอยเม่นฮอกไกโด และหมึกฮาโกดาเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานและความสดเป็นพิเศษ
ถ้าอยากบรรยากาศริมน้ำ ร้านรอบ Kanemori มีโต๊ะวิวอ่าวที่สวยในยามค่ำเมื่อไฟส่องอาคารอิฐแดงสะท้อนน้ำในท่าเรือ
ฮาโกดาเตะมีรถราง 2 สาย คือสายสีแดง (Y) และสีน้ำเงิน (D) วิ่งจากสถานีครอบคลุมตลาดเช้า Kanemori โมโตมาจิ กอริวคาคุ และยูโนะคาวะครบ ค่าโดยสาร ¥230–260/เที่ยว หรือซื้อ Day Pass ¥800 คุ้มถ้าขึ้นเกิน 3 เที่ยว ซื้อได้จากคนขับหรือที่ศูนย์ข้อมูล
แนะนำพักแถวสถานีฮาโกดาเตะ — เดินถึงตลาดเช้า 2 นาที และต่อรถรางได้ทุกสาย ถ้าต้องการออนเซนในห้องพักให้ลองโรงแรมที่ยูโนะคาวะ (ปลายสาย Y) ราคาโรงแรม 3 ดาวแถวสถานี ¥8,000–15,000/คืน ดู คู่มือฮาโกดาเตะ สำหรับรายชื่อโรงแรมที่แนะนำ
จาก ซัปโปโร: รถไฟ Limited Express Hokuto ~3.5 ชั่วโมง ¥8,000–10,000 (ฟรีถ้ามี JR Pass) จาก โตเกียว: ชินคันเซน Hayabusa ถึง Shin-Hakodate-Hokuto ~4.5 ชั่วโมง แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นเข้าเมือง 15 นาที
| รายการ | ประหยัด | กลาง | สบาย |
|---|---|---|---|
| โรงแรม (ต่อคืน) | ¥5,000–8,000 (~฿1,250–2,000) |
¥10,000–15,000 (~฿2,500–3,750) |
¥20,000–40,000+ (~฿5,000–10,000+) |
| อาหาร 3 มื้อ | ¥1,500–2,500 (~฿375–625) |
¥3,000–5,000 (~฿750–1,250) |
¥6,000–12,000 (~฿1,500–3,000) |
| รถรางและเดินทาง | ¥800 (Day Pass) |
¥800–1,500 (Day Pass + รถไฟ) |
¥1,500–3,000 (+ taxi บางจุด) |
| ตั๋วเข้าชม | ¥1,500 (กระเช้า ¥1,500) |
¥2,500–3,000 (+ กอริวคาคุหอ ¥1,000) |
¥3,000–5,000 (+ ออนเซน) |
| รวมต่อวัน (ประมาณ) | ¥8,800–12,800 (~฿2,200–3,200) |
¥16,300–24,500 (~฿4,075–6,125) |
¥30,500–60,000+ (~฿7,625–15,000+) |
อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ¥1 ≈ ฿0.25 · ราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล
โมโตมาจิ — อาคารยุโรปบนเนิน
ฮาจิมันซากะ — ถนนหินปูสู่ท่าเรือ
อนุมะปาร์ค — ทะเลสาบและภูเขาไฟ