หน้าแรก ฮาโกดาเตะ ญี่ปุ่น ฮอกไกโด เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  เอเชีย  ›  ญี่ปุ่น  ›  ฮาโกดาเตะ  ›  คู่มือกินฮาโกดาเตะ
🇯🇵 คู่มือกินฮาโกดาเตะ · 2026

ฮาโกดาเตะกินอะไร
6 จานจากเมืองท่าที่ทะเลมาถึงจาน

ราเม็งเกลือน้ำซุปใสที่เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด ปลาหมึกสดจากช่องแคบสึการุที่เขียดตรงหน้า ข้าวหน้าซีฟู้ดในตลาดเช้าตีห้า อิกาเมชิของว่างขบวนรถไฟ และเบอร์เกอร์ท้องถิ่นที่ชนะทุกเชนใหญ่ในบ้านตัวเอง — นี่คือฮาโกดาเตะ

ทำไมต้องกินที่นี่

อาหารฮาโกดาเตะเมื่อท่าเรือสร้างรสชาติ

ฮาโกดาเตะเปิดท่าเรือรับต่างชาติตั้งแต่ปี 1859 — ก่อนซัปโปโร ก่อนโตเกียวยุคใหม่ พ่อค้าชาวจีนที่ขนเส้นหมีเข้ามาจากเรือนำสิ่งที่ต่อมากลายเป็น ราเม็งเกลือฮาโกดาเตะ เข้ามาด้วย ทำให้ฮาโกดาเตะได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นกำเนิดของราเม็งในฮอกไกโด น้ำซุปใสเหลืองอ่อนที่กลมกล่อมจากคอมบุและกระดูกไก่กลายเป็นอัตลักษณ์ของเมือง

ในเวลาเดียวกัน ฮาโกดาเตะตั้งอยู่ตรงปากช่องแคบสึการุ (Tsugaru Strait) ที่เป็นแหล่งปลาหมึกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น หมึกสด ที่นี่หวานและเนียนจนต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ตลาดเช้าอาไซจิ (朝市 · Asaichi) เปิดตั้งแต่ตีห้าเต็มไปด้วยซีฟู้ดที่จับมาเมื่อคืน และ Donburi Yokocho ข้างๆ คือแถวร้านข้าวหน้า 19 ร้านที่คนต่อแถวมาจากทั่วญี่ปุ่น เราเลือก 6 จานและประสบการณ์ ที่บอกเล่าฮาโกดาเตะได้ดีที่สุด

เมนูเด่น

6 จานที่ต้องลอง ก่อนออกจากฮาโกดาเตะ

เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่

ราเม็งเกลือฮาโกดาเตะ น้ำซุปใสสีเหลืองอ่อนในชามสีเทา ท็อปด้วยหมูชาชูสองชิ้น ต้นหอมสับ เมนมะ และไข่ครึ่งฟอง 1
ราเม็งเกลือฮาโกดาเตะ (Shio Ramen)
函館塩ラーメン · น้ำซุปใสที่เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด

เมืองฮอกไกโดส่วนใหญ่เลือกมิโซะหนักๆ หรือซีอิ๊วเข้ม แต่ฮาโกดาเตะเลือกความเรียบงาม — น้ำซุปเกลือสีทองอ่อนใสจนเห็นก้นชาม ต้มจากกระดูกหมู กระดูกไก่ และสาหร่ายคอมบุจากทะเลใต้ฮอกไกโด รสสะอาดกลมกล่อมที่ไม่หนักปาก ลองเปรียบเทียบ: ซัปโปโรเหมือนโอเปร่า ฮาโกดาเตะเหมือนดนตรีแชมเบอร์ — ทั้งคู่ดีคนละแบบ เส้นเหลืองหยักนิดแน่นพอดี ท็อปด้วยชาชูสองชิ้น ต้นหอมสับ เมนมะ และไข่สุกแช่ซีอิ๊ว ร้าน Ajisai ก่อตั้งปี 1930 เป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครเถียง

ที่กิน: Ajisai (味彩 · ใกล้ Goryokaku · เปิดตั้งแต่ปี 1930) · ร้านรามเม็งแถว Daimon Yokocho · Shin Hakodate Shio Ramen Ryuho
ราคา: ¥900–1,200 / ชาม
เคล็ดลับ: กินช่วงกลางวันเพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว — ผู้เยี่ยมชม Goryokaku มักแวะก่อนหรือหลัง
หมึกซาชิมิสดฮาโกดาเตะ — เนื้อหมึกสีขาวโปร่งแสงหั่นบางวางบนจานสีน้ำเงิน พร้อมวาซาบิสีเขียวและซอสถั่วเหลือง 2
ปลาหมึกสด (Ika / Fresh Squid)
函館イカ · หมึกจากช่องแคบสึการุ สดที่สุดในญี่ปุ่น

บอกตรงๆ: คนในฮอกไกโดที่กินหมึกมาทั้งชีวิตยังบอกว่าต้องมาฮาโกดาเตะเพื่อกินหมึกที่ดีที่สุด ช่องแคบสึการุที่อยู่ตรงหน้าเมืองเป็นแหล่งหมึกสายพันธุ์ Surume Ika (スルメイカ) ที่เนื้อหวานและเนียนเป็นพิเศษ ฤดูกาลหมึกเริ่ม 1 มิถุนายน ถึงตุลาคม เป็นช่วงที่ดีที่สุด กินเป็นซาชิมิ (เนื้อโปร่งแสงละลายในปากกับวาซาบิและซีอิ๊ว) หรือสั่ง Iki-Ika Odori-don ที่ตลาดเช้า ซึ่งหมึกมีชีวิตกระดิกหนวดบนข้าวร้อนๆ ก่อนกิน

ที่กิน: ตลาดเช้าอาไซจิ (ทุกร้าน) · Donburi Yokocho (ข้าวหน้าหมึก) · ร้านอิซากายะย่าน Daimon Yokocho ยามค่ำ
ราคา: ซาชิมิ ¥800–1,500 / จาน · Iki-Ika Odori-don ¥2,000–3,000
ฤดูกาล: มิ.ย.–ต.ค. คือช่วงดีที่สุด — นอกฤดูอาจมีแต่แช่แข็ง
หมายเหตุฤดูกาล: ถ้าไปช่วงพฤศจิกายน–พฤษภาคม หมึกสดจะหายาก ร้านบางแห่งใช้แช่แข็งซึ่งรสชาติต่างกันชัดเจน — ถามร้านก่อนสั่ง
ของกินในตลาดเช้าอาไซจิฮาโกดาเตะ — ปลาขาวซาชิมิสดตัดบางวางบนจานเซรามิก พร้อมชามข้าวหน้าอาหารทะเลในพื้นหลัง 3
ไคเซ็นดง (Kaisen-don)
海鮮丼 · ข้าวหน้าอาหารทะเลสดที่ตลาดเช้า Donburi Yokocho

ถ้าจะกินอาหารเช้าในฮาโกดาเตะมื้อเดียว — ให้เป็นไคเซ็นดง ข้าวร้อนหอมควันในชามใหญ่ราดด้วยซีฟู้ดสดหั่นบางที่จับมาเมื่อคืน ไม่ว่าจะเป็นหมึกสด ปลาแซลมอน ไข่ปลาแซลมอน (ikura) หอยเม่น (uni) ปลาหอกแชงไฮ้ และปู แถว Donburi Yokocho ใน Asaichi มีร้าน 19 ร้านเรียงกัน แต่ละร้านแข่งกันด้วยความสดและราคา บางร้านมีระบบ "กินได้เท่าไรก็เอา" สำหรับท็อปปิ้ง คู่กับซุปมิโซะเนื้อปูร้อนๆ เป็นมื้อที่ดีที่สุดในวัน

ที่กิน: Donburi Yokocho (丼ぶり横丁 · 19 ร้าน · ใน Asaichi) · Marukatu Suisan · Lucky Kitchen Hakodate Morning Market
ราคา: ¥1,500–3,500 ขึ้นกับท็อปปิ้ง (uni+ikura+ika = แพงสุด)
เวลา: 06.00–12.00 น. · บางร้านหมดก่อนเที่ยง — ไปก่อน 08.00 น. ดีที่สุด
🦑4
อิกาเมชิ (Ikameshi)
いかめし · ข้าวยัดหมึกต้มซีอิ๊ว — ของฝากขบวนรถไฟที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น

เคยนึกสงสัยไหมว่าทำไมคนญี่ปุ่นต่อแถวยาวที่สถานีรถไฟเพื่อซื้อของกินขบวนรถ (ekiben)? อิกาเมชิจาก Mori Station ทางตะวันออกของฮาโกดาเตะคือคำตอบ — หมึกตัวเล็กสองตัวยัดด้วยข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิสองพันธุ์ผสมกัน ต้มช้าๆ ในน้ำซีอิ๊วหวานจนข้าวดูดรสของตัวหมึกเข้าทุกเมล็ด ทำมาตั้งแต่ปี 1941 ราคาถุงละ ¥500–600 (2 ตัว) ซื้อได้ที่อาไซจิและร้านของฝากทั่วเมือง ไม่ต้องไปถึง Mori ก็หาซื้อได้

ที่กิน: แผงในตลาดเช้าอาไซจิ · ร้านขายของฝากใน JR Hakodate Station · ร้านในห้างฯ棒二森屋 · สถานี Mori (ต้นตำรับ)
ราคา: ¥500–600 / ถุง (2 ตัว) · Mori Station ต้นตำรับ ¥580 (ราคาปี 2024)
เคล็ดลับ: กินอุ่นๆ ดีที่สุด — ซื้อแล้วอุ่นไมโครเวฟ 1 นาทีถ้าซื้อเย็นแล้ว
ย่านอ่าวฮาโกดาเตะยามค่ำ คลังสินค้า Kanemori อิฐแดงสะท้อนน้ำในอ่าว บรรยากาศร้านอาหารและอิซากายะยามเย็น 5
ยากิโทริหมู ฉบับฮาโกดาเตะ (Buta Yakitori)
豚ヤキトリ · เสียบไม้หมูไม่ใช่ไก่ — สิ่งที่คนนอกเมืองมักตกใจ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักยากิโทริว่าคือไก่เสียบไม้ย่างถ่าน — แต่ฮาโกดาเตะใช้ หมูเสียบไม้ เป็นหลัก ไม่มีไก่ เหตุผลในอดีตคือหมูราคาถูกและเนื้อแน่นกว่าในภูมิอากาศหนาว ย่างบนถ่านโรยซอสลับแต่ละร้าน หอมควันหอมน้ำมันหมูจนกระเพาะทำงาน ราคาไม้ละ ¥200–400 กินร้อนๆ คูล กับเบียร์ Sapporo หรือไวน์ข้าวของจริง ย่าน Daimon Yokocho คือสถานที่ที่ดีที่สุด — อิซากายะเล็กๆ นั่งเคาน์เตอร์ 10 ที่ เปิดตั้งแต่เย็นจรดดึก บรรยากาศอบอุ่นแบบโรงหนังหลังสงคราม

ที่กิน: Daimon Yokocho (大門横丁 · ห่างจาก JR Hakodate Station 5 นาทีเดิน) · ร้านยากิโทริท้องถิ่นทั่วเมือง
ราคา: ¥200–400 / ไม้ · อิซากายะ budget ¥2,000–3,500 ต่อคน (กินดื่มรวม)
เวลา: เย็น 17.00 น. เป็นต้นไป · Daimon ครึกครื้นสุดช่วง 19.00–21.00 น.
🍔6
Lucky Pierrot
ラッキーピエロ · เบอร์เกอร์ท้องถิ่นที่ชนะ McDonald's ในบ้านตัวเอง

ลองนึกภาพเชนเบอร์เกอร์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1987 มีทั้งหมด 17 สาขา — ทุกสาขาอยู่ในฮาโกดาเตะเท่านั้น ไม่มีแฟรนไชส์ไปไหนเลย Lucky Pierrot เคยได้รับโหวตให้เป็น "ร้านเบอร์เกอร์ท้องถิ่นที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น" เมนูหลักคือ Chinese Chicken Burger — ไก่ทอดซอสหวานเปรี้ยวสไตล์จีนคล้าย Sweet and Sour แปะในขนมปังอ่อน รสชาติชนิดที่กินแล้วต้องหัวเราะว่าทำไมถึงดี ราคาไม่แพงเลย เบอร์เกอร์เริ่มต้น ¥350–600 สาขาหน้าสถานีเปิดตลอดและเดินถึงได้ทันที

ที่กิน: สาขาหน้า JR Hakodate Station · สาขาย่าน Bay Area (Kanemori) · 17 สาขาในฮาโกดาเตะ
ราคา: Chinese Chicken Burger ¥490 · เบอร์เกอร์ทั่วไป ¥350–600 · เซ็ตมื้อ ¥700–900
เคล็ดลับ: ไม่มีสาขาที่ไหนในโลกนอกฮาโกดาเตะ — นี่คือโอกาสเดียว
กินอะไรดีในหนึ่งวัน

ลำดับมื้อ ฉบับฮาโกดาเตะ

กินให้ครบทุกเมนูในวันเดียว — เส้นทางที่เดินสะดวกจาก JR Hakodate Station

06.00
ตลาดเช้าอาไซจิ — ไคเซ็นดงก่อนใครเพื่อน เดินจาก JR Hakodate Station 2 นาทีถึงอาไซจิ เลือก Donburi Yokocho สั่งข้าวหน้าหมึก ikura หรือ uni ราคา ¥1,500–3,000 พร้อมซุปมิโซะปูร้อนๆ กินให้เสร็จก่อน 08.00 น. ก่อนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่มา
09.30
รถรางไปกอร์โยกาคุ — ราเม็งเกลือมื้อสาย ขึ้นรถรางสาย 2 จาก Hakodate-Ekimae ไปลง Goryokaku-Koen-Mae แวะที่ Ajisai ก่อนเข้าสวน สั่งราเม็งเกลือชามใส ¥950 กินแล้วเดินชม Goryokaku ต่อได้เลย
14.00
ย่านอ่าว Kanemori — อิกาเมชิและ Lucky Pierrot แวะร้านของฝากแถว Kanemori ซื้ออิกาเมชิ ¥580 กลับมากินที่ท่าเรือหรือนั่งริมน้ำ ถ้าหิวเพิ่มแวะ Lucky Pierrot สาขาใกล้ Bay Area สั่ง Chinese Chicken Burger ¥490 — กินแล้วพยักหน้า
19.00
Daimon Yokocho — ยากิโทริหมูและเบียร์ฮอกไกโด เดิน 5 นาทีจากสถานีถึง Daimon Yokocho เลือกอิซากายะที่มีโต๊ะว่างหน้าเคาน์เตอร์ สั่งยากิโทริหมู 5–6 ไม้ ¥1,000–1,500 กับเบียร์ Sapporo เย็นหนึ่งแก้ว ¥600 บรรยากาศอบอุ่น เสียงคุยกันของเพื่อนบ้านลอยมาจากทุกเคาน์เตอร์
20.30
ของหวาน — ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟนมฮอกไกโด เดินย้อนกลับย่านอ่าวหรือสถานี ซื้อซอฟต์เสิร์ฟนมฮอกไกโดรสเข้มครีมมี่จากร้านของฝากหรือร้านหน้าสถานี ¥300–450 แล้วจบวันด้วยวิวไฟเมืองฮาโกดาเตะ
ย่านกินดื่ม

กินที่ไหนในฮาโกดาเตะ

สามย่านที่ครอบคลุมทุกมื้อและทุกงบ

1
ตลาดเช้าอาไซจิ (朝市 · Asaichi)
มื้อเช้า · 06.00–12.00 น. · 2 นาทีจาก JR Hakodate Station

ตลาดขนาด 33,000 ตร.ม. เปิดตั้งแต่ตี 5 ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก — ตลาดสดปลาและผัก ร้านขายปลีกผู้ผลิต Ekini Market และ Donburi Yokocho (แถวร้านข้าวหน้า 19 ร้าน) ของสดหมุนเวียนทุกวัน ไฮไลต์: สถานีตกหมึกมีชีวิต (ตกได้แล้วกินเป็นซาชิมิ) และ Iki-Ika Odori-don ข้าวหมึกเขียดที่กระดิกหนวดบนจาน

เวลา: 05.00 น. (พ.ค.–ธ.ค.) · 06.00 น. (ม.ค.–เม.ย.) ถึงประมาณ 12.00 น. · ราคาเฉลี่ย: ¥1,500–3,500 / มื้อ
2
ย่าน Goryokaku — ราเม็งและร้านท้องถิ่น
มื้อกลางวัน · รถราง Goryokaku-Koen-Mae · ห่างจากสถานี ~20 นาที

ย่านที่อยู่อาศัยรอบปราสาทดาวห้าแฉก — ร้านราเม็งเกลือชั้นดีหลายร้านตั้งอยู่ที่นี่ รวมถึง Ajisai ร้านดั้งเดิมปี 1930 และร้านกาแฟและร้านขนมที่คนท้องถิ่นใช้เป็นประจำ บรรยากาศเงียบสงบไม่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น คิวสั้นกว่าร้านใกล้สถานีมาก

รถราง: สาย 2 จาก Hakodate-Ekimae · ราคาเฉลี่ย: ¥900–1,500 / มื้อ
3
Daimon Yokocho (大門横丁)
มื้อเย็น · 5 นาทีเดินจาก JR Hakodate Station · เปิดจากเย็นถึงดึก

ย่านยาไทที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของญี่ปุ่นนับจากโทโฮกุขึ้นมา อิซากายะขนาดเล็กนั่งเคาน์เตอร์ 10 ที่เรียงกันทั้งสองฝั่ง แต่ละร้านเชี่ยวชาญอาหารต่างกัน — ยากิโทริหมู หอยสด ซาชิมิ และเมนูอิซากายะมาตรฐาน ตี๋กลิ่นควันถ่านลอยออกมาตั้งแต่ยังอยู่หัวตรอก

เวลา: 17.00–23.00 น. ส่วนใหญ่ · ราคาเฉลี่ย: ¥2,000–4,000 / คน (กินดื่มรวม)
คำถามที่พบบ่อย

FAQ · เรื่องที่คนมักถามก่อนออกเดินกินในฮาโกดาเตะ

ราเม็งเกลือฮาโกดาเตะต่างจากราเม็งซัปโปโรอย่างไร?
ราเม็งซัปโปโรใช้ซุปมิโซะข้นเข้มจัด ส่วนราเม็งฮาโกดาเตะใช้ซุปเกลือ (shio) ที่ใสสะอาดและเบากว่ามาก ต้มจากกระดูกไก่ กระดูกหมู และสาหร่ายคอมบุจากทะเลใต้ฮอกไกโด ให้รสกลมกล่อมที่ไม่หนักปาก น้ำซุปสีเหลืองอ่อนโปร่งแสง ราเม็งฮาโกดาเตะถือเป็นราเม็งที่เก่าแก่ที่สุดในฮอกไกโด ทั้งสองแบบดีคนละสไตล์ — ถ้ามีเวลา ลองทั้งคู่
ตลาดเช้าอาไซจิเปิดกี่โมงและควรไปช่วงไหน?
ตลาดเปิดตั้งแต่ 05.00 น. (พ.ค.–ธ.ค.) หรือ 06.00 น. (ม.ค.–เม.ย.) ปิดประมาณ 12.00 น. อยู่ห่างจาก JR Hakodate Station ประมาณ 2 นาทีเดิน ควรไปก่อน 08.00 น. เพราะร้านข้าวหน้าอาหารทะเลใน Donburi Yokocho บางร้านของหมดก่อนเที่ยง และหมึกสดที่สุดมักหมดก่อน สถานีตกหมึกมีชีวิตเปิดตั้งแต่เช้า ห้ามพลาด
อิกาเมชิคืออะไรและซื้อได้ที่ไหนในฮาโกดาเตะ?
อิกาเมชิคือหมึกตัวเล็กยัดข้าวเหนียวสองพันธุ์แล้วต้มในน้ำซีอิ๊วหวาน เป็นของว่างขบวนรถไฟที่มีต้นกำเนิดจากสถานี Mori ทางตะวันออกฮาโกดาเตะตั้งแต่ปี 1941 ราคาประมาณ ¥500–600 ต่อถุง (2 ตัว) ไม่ต้องไปถึง Mori — ซื้อได้ที่แผงในอาไซจิ ร้านของฝากใน JR Hakodate Station และร้านของฝากทั่วเมือง กินอุ่นๆ ดีที่สุด
ยากิโทริฮาโกดาเตะใช้หมูจริงหรือเปล่า ไปกินที่ไหนดีที่สุด?
ใช่ — ยากิโทริฮาโกดาเตะใช้หมูเสียบไม้ ไม่ใช่ไก่ ต่างจากยากิโทริมาตรฐานทั่วญี่ปุ่น เหตุผลในอดีตคือหมูราคาถูกและเนื้อแน่นกว่าในอากาศหนาว สถานที่ที่ดีที่สุดคือ Daimon Yokocho (大門横丁) — ย่านอิซากายะเล็กๆ ห่างจาก JR Hakodate Station ประมาณ 5 นาทีเดิน เปิดตั้งแต่ 17.00 น. แต่ละร้านมีที่นั่งประมาณ 10 ที่ บรรยากาศอบอุ่น ราคาไม้ละ ¥200–400
Lucky Pierrot มีสาขาที่ไหนบ้าง และเมนูอะไรน่าลองที่สุด?
Lucky Pierrot มีทั้งหมด 17 สาขา ทุกสาขาอยู่ในฮาโกดาเตะเท่านั้น ไม่มีแฟรนไชส์ที่ไหนในโลก สาขาที่สะดวกที่สุดคือหน้า JR Hakodate Station (เดินถึงได้ทันที) และย่าน Bay Area ใกล้ Kanemori เมนูที่ต้องลองคือ Chinese Chicken Burger (ไก่ทอดซอสหวานอมเปรี้ยว ¥490) และ Shrimp Burger ราคาเบอร์เกอร์เริ่มต้นประมาณ ¥350–600 เป็นร้านที่ได้รับโหวตให้เป็นร้านเบอร์เกอร์ท้องถิ่นที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น