ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่ซ่อนอยู่สูงเหนือหุบเขา ล้อมด้วยยอดเขาหินทรายตั้งตระหง่าน — ล่องเรือเงียบๆ แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเพลงพื้นเมืองลอยมาจากเรือลำเล็กในซอกเขา นี่คือครึ่งวันสบายๆ ที่ขอพักขาจากการปีนหน้าผาในอู่หลิงหยวน
ลองนึกภาพ: หลังจากปีนบันได ขึ้นกระเช้า และยืนต่อแถวที่ลิฟต์แก้วมาทั้งวันในอุทยาน เช้าวันรุ่งขึ้นคุณนั่งเรือลำเล็กออกจากท่า น้ำในทะเลสาบนิ่งและเขียวจนเหมือนกระจกสีหยก รอบตัวคือยอดเขาหินทรายตั้งชันขึ้นจากผิวน้ำ — แล้วจู่ๆ จากซอกเขาด้านหนึ่งก็มีเสียงผู้หญิงร้องเพลงดังก้องมา อีกสักครู่อีกฝั่งก็ร้องตอบกลับ คนทั้งเรือเงียบฟัง บางคนยกมือถ่ายคลิป บางคนแค่หลับตาฟังเสียงที่สะท้อนไปตามหุบเขา
นั่นคือ ทะเลสาบเป่าเฟิง (宝峰湖) — ทะเลสาบบนภูเขาที่เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นลำธาร ทำให้มีน้ำขังอยู่สูงเหนือพื้นหุบเขาราว 72 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินทรายควอตซ์แบบเดียวกับที่ทำให้จางเจียเจี้ยขึ้นชื่อ ไฮไลต์คือ การล่องเรือข้ามทะเลสาบราว 25–30 นาที ที่มีนักร้องชาวถู่เจียและเหมียวร้องเพลงพื้นเมืองโต้ตอบกันจากเรือลำเล็กริมฝั่ง บวกกับเส้นทางเดินวนรอบทะเลสาบสั้นๆ ผ่านน้ำตกและจุดชมวิว
สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือ มันคือด้านที่นุ่มนวลและสงบของจางเจียเจี้ย — ตรงข้ามกับเสาหินสูงเสียดฟ้าและทางเดินกระจกที่เร้าใจ ที่นี่ไม่ต้องปีนหนัก ไม่ต้องกลัวความสูง แค่นั่งเรือ ฟังเพลง สูดอากาศเย็นๆ จึงเป็นที่รักของครอบครัวที่พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ และของคนที่เที่ยวอุทยานมาหลายวันจนขาล้า อยากได้ครึ่งวันเบาๆ ก่อนเดินทางต่อ
ไล่จากท่าเรือลงน้ำ ไปจนถึงเส้นทางเดินรอบทะเลสาบ — แต่ละช่วงให้คนละบรรยากาศ
เพราะทะเลสาบอยู่สูงเหนือพื้นหุบเขา การเข้าชมเริ่มจากนั่งรถชัตเทิลขึ้นเนินสั้นๆ ราว 10 นาที (รวมในตั๋วบางแบบ หรือจ่ายเพิ่มเล็กน้อย) พอถึงด้านบนแล้วเห็นผืนน้ำกว้างซ่อนอยู่กลางเขา หลายคนถึงกับอุทานว่าไม่คิดว่าจะมีทะเลสาบใหญ่ขนาดนี้อยู่สูงขนาดนี้ ก่อนลงเรือมักผ่านน้ำตกเป่าเฟิงและสะพานแขวนเหล็กที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
เรือค่อยๆ แล่นข้ามทะเลสาบราว 25–30 นาที ผ่านยอดเขาหินทรายที่ตั้งชันขึ้นจากผิวน้ำทั้งสองข้าง บางก้อนมีชื่อตามรูปทรง เช่น "สาวน้อยรอคอย" น้ำนิ่งจนสะท้อนเขาเป็นเงากระจก เป็นช่วงที่เงียบสงบและเย็นสบายที่สุด เหมาะนั่งหน้าเรือรับลมแล้วปล่อยใจ
ระหว่างทางจะมีเรือลำเล็กจอดอยู่ตามซอกเขา มีนักร้องหญิง-ชายชาวถู่เจียและเหมียวในชุดพื้นเมืองร้องเพลงโต้ตอบกัน ฝั่งหนึ่งร้องนำ อีกฝั่งร้องรับ (call-and-response) เสียงสะท้อนก้องไปตามหุบเขา การร้องเพลงโต้ตอบแบบนี้คือธรรมเนียมการทักทายและเกี้ยวพาราสีดั้งเดิมของชาวถู่เจีย เป็นช่วงที่ทำให้การล่องเรือนี้ต่างจากทะเลสาบทั่วไป
หลังขึ้นจากเรือ มีเส้นทางเดินเลียบทะเลสาบสั้นๆ ผ่านศาลาชมวิวและมุมถ่ายรูปสวยๆ ใครมีแรงและเวลาเดินต่อขึ้นเส้นทางหมู่บ้านยิงวอ (Yingwo / รังอินทรี) ที่ยาวราว 4 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง จะได้วิวทะเลสาบจากมุมสูง หรือเดินขึ้นวัดเป่าเฟิงอีกราว 1 ชั่วโมง ถ้าแค่อยากล่องเรือเบาๆ ข้ามส่วนนี้ได้เลย ไม่บังคับ
ค่าเข้าทะเลสาบเป่าเฟิงช่วงไฮซีซั่นอยู่ราว ¥96 ต่อคน (~฿480) และลดลงในโลว์ซีซั่นเหลือราว ¥64 เด็กและผู้สูงอายุได้ส่วนลดครึ่งราคา ราคานี้ รวมการล่องเรือในทะเลสาบแล้ว บางช่องทางขายเป็นตั๋วรวมรถชัตเทิลขึ้นท่าเรือเบ็ดเสร็จราว ¥110 จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ทะเลสาบเป่าเฟิงเป็น ตั๋วแยกต่างหาก ไม่ได้รวมอยู่ในตั๋วอุทยานอู่หลิงหยวนใบใหญ่ (~¥225 ใช้เข้าเขาอวตาร เขาเทียนจื่อ และลำธารแส้ทอง) — ถ้าวางแผนมาเที่ยวทะเลสาบ ต้องเผื่อตั๋วใบนี้แยก
เวลาเปิดราว 07.00–18.00 น. (หน้าหนาว ธ.ค.–มี.ค. ปิดเร็วขึ้นราว 17.30 น.) ควรไปช่วงเช้าเพราะน้ำนิ่ง แสงสวย และคนยังไม่แน่น
ทะเลสาบเป่าเฟิงอยู่ในเขตอู่หลิงหยวน ห่างจากตัว เมืองอู่หลิงหยวนทางใต้เพียงราว 1.5 กิโลเมตร และห่างจาก อุทยานป่าไม้แห่งชาติจางเจียเจี้ยราว 20 กิโลเมตร ถ้าพักในเมืองอู่หลิงหยวน (ซึ่งเป็นฐานยอดนิยมของคนเที่ยวอุทยาน) นั่ง แท็กซี่หรือ DiDi ราว 10 นาที ค่าโดยสารไม่กี่หยวนก็ถึง หรือนั่งรถเมล์ท้องถิ่นซึ่งใช้เวลานานกว่า ส่วนใครพักในตัวเมืองจางเจียเจี้ย (เมืองหลัก) ระยะทางไกลกว่า ควรเหมารถหรือไปกับทัวร์
เพราะที่นี่ไม่ใช่กิจกรรมที่กินเวลาทั้งวัน หลายคนจึงจัดให้เป็นครึ่งวัน แล้วต่อด้วยถ้ำมังกรเหลืองหรือเดินเล่นเมืองอู่หลิงหยวนช่วงเย็น อ่านวิธีวางแผนเที่ยวทั้งเขตได้ที่ คู่มืออู่หลิงหยวนฉบับเต็ม
ไม่มีฤดูไหนที่ "ผิด" สำหรับทะเลสาบเป่าเฟิง เพราะล่องเรือได้แม้วันฟ้าครึ้ม แต่ละช่วงให้คนละบรรยากาศ ที่แน่ๆ คือช่วงเช้าตรู่ที่น้ำยังนิ่งและคนยังน้อยมักสวยและฟินที่สุด
เมืองอู่หลิงหยวนคือฐานที่สะดวกที่สุด — ใกล้ทั้งทะเลสาบเป่าเฟิง ถ้ำมังกรเหลือง และปากทางเข้าอุทยาน