โยโกฮาม่าเป็นเมืองที่เปิดท่าเรือรับโลกเข้ามาตั้งแต่ปี 1859 — และอาหารในเมืองนี้บอกเล่าเรื่องนั้นได้ดีที่สุด จาก Iekei Ramen น้ำซุปข้นมันที่เกิดที่นี่แห่งเดียว ชูไมเบนโต Kiyoken ที่คนญี่ปุ่นซื้อกินบนรถไฟมา 90 ปี ไปถึง Gyunabe หม้อไฟเนื้อวัวที่เซ็ตย่านขณะที่คนเมืองเริ่มกินเนื้อครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ลองนึกภาพเมืองประมงเงียบๆ ที่ปี 1859 ต้องเปิดประตูรับกองเรือต่างชาติเข้ามาจอดพร้อมกัน — นั่นคือจุดเริ่มต้นของโยโกฮาม่า และนั่นคือเหตุผลที่อาหารในเมืองนี้ไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น เชฟชาวจีนนำซาลาเปา ชูไม และก๋วยเตี๋ยวผักเข้ามาตั้งเป็นไชนาทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนเชฟโรงแรมรับซอสมะเขือเทศจากทหารอเมริกันแล้วประยุกต์เป็น Spaghetti Napolitan ที่แพร่ไปทั่วญี่ปุ่น
ในเวลาเดียวกัน โยโกฮาม่าก็คิดค้นสิ่งที่เป็นของตัวเองล้วนๆ — Iekei Ramen (家系ラーメン) น้ำซุปกระดูกหมูผสมซีอิ๊วข้นเค็ม ราเม็งสไตล์ที่มีลูกค้าต่อคิวรอ 130 สาขาทั่วประเทศ Kiyoken Shumai ชูไมที่กินเย็นได้อร่อยกว่าตอนร้อน เพราะคิดมาเพื่อให้พนักงานออฟฟิศพกกลับบ้าน และ Gyunabe หม้อไฟเนื้อที่เซ็ตย่านในยุคที่คนญี่ปุ่นยังกลัวกินเนื้อ เราเลือก 6 เมนูและประสบการณ์ ที่บอกเล่าโยโกฮาม่าได้ดีที่สุด
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่โยโกฮาม่าสร้างขึ้นเองและโลกยืมไปใช้
1
บอกตรงๆ ว่านี่คือราเม็งที่เข้มที่สุดที่คุณจะได้กินในญี่ปุ่น — น้ำซุปทำจากการเคี่ยวกระดูกหมูหลายชั่วโมงจนขาวข้น จากนั้นผสมซีอิ๊วเข้มข้น ผลลัพธ์คือน้ำซุปที่หนักกว่า Tonkotsu ทั่วไปแต่มีความเค็มกลมที่ Tonkotsu ล้วนๆ ไม่มี เส้นตรงหยักพองแข็ง ท็อปด้วยหมูชาชูหนาอวบน้ำ สาหร่ายโนริ ไข่ต้มซอสสีน้ำตาลทอง และผักโขมนึ่งสีเขียวสด ที่ Yoshimuraya คุณกำหนดความแข็งของเส้น ความมันของน้ำซุป และปริมาณผักโขมได้เอง — นี่คือ Iekei ที่ทั้งประเทศก้มหัวให้
2
ถ้าเห็นคนถือกล่องไม้สีน้ำตาลบนรถไฟ Shinkansen ออกจากโยโกฮาม่า — นั่นน่าจะเป็น Kiyoken เกือบทั้งนั้น Kiyoken ตั้งแต่ปี 1928 ทำชูไมด้วยสูตรลับที่ผสมผงหอยเชลล์ (Hotate) เข้าไปในไส้หมูบด ให้รสหวานอ่อนๆ และกลิ่นทะเลเบาๆ ที่หาไม่ได้ในชูไมทั่วไป ที่พิเศษกว่านั้น ชูไมนี้กินเย็นได้อร่อยกว่ากินร้อน — เพราะคิดมาเพื่อนักเดินทางที่ต้องพกกลับบ้านหลังเลิกงาน เนื้อสัมผัสหนึบแน่น ไส้เต็มไม่ยุบ และราคาเบนโตกล่องเดียวที่คุ้มมาก
เคยเจอไหมว่าเมนูอาหารอาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศ? Gyunabe คือหม้อไฟที่ทำให้คนญี่ปุ่นกินเนื้อวัวเป็นครั้งแรกในยุค Meiji — ก่อนหน้านั้นการกินเนื้อสัตว์ถือเป็นเรื่องต้องห้ามทางศาสนาพุทธมานานกว่า 1,200 ปี หลังเปิดท่าเรือปี 1859 ชาวตะวันตกนำวัฒนธรรมกินเนื้อเข้ามา Otokichi Takahashi เปิดร้าน Gyunabe แห่งแรกในปี 1868 ที่ Ota Nawanoren โดยนำเนื้อวัวต้มกับมิโซะหรือซีอิ๊วใส่กระทะเหล็กหล่อ กินกับข้าว — รสชาติเข้มข้น เนื้อนุ่มละลาย ปัจจุบันใช้เนื้อ A5 Wagyu
แอบกระซิบว่านี่คืออีกตำนานที่โยโกฮาม่าไม่ค่อยโอ้อวด — หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารอเมริกันที่พักอยู่ Hotel New Grand ขอให้เชฟทำพาสต้า เชฟ Irie Shigetada ไม่มีครีมซอสแต่มีมะเขือเทศ แฮม หัวหอม พริกหยวก และเห็ด เลยทำสปาเก็ตตี้ผัดในกระทะกับซอสมะเขือเทศเข้มข้น ราดชีสขูด นั่นคือ Napolitan ต้นตำรับ ซึ่งต่อมาแพร่ไปทั่วญี่ปุ่นในเวอร์ชัน "ketchup spaghetti" ที่รู้จักกันดี แต่สูตรดั้งเดิมที่ Hotel New Grand ยังคงราดซอสมะเขือเทศสดแบบ Chef Irie ไม่ใช่เพียงแค่ซอสขวด
ถ้า Iekei คือราเม็งหนักมัน Sanmamen คือตรงกันข้าม — ซุปใสรสซีอิ๊วเบาๆ แต่ข้างบนกลับเต็มไปด้วยผัดผักร้อนๆ ราดลงมา ได้แก่ กะหล่ำปลี ถั่วงอก เห็ดหูหนู และหมูสับ ท่วมชามจนมองไม่เห็นซุปด้านล่าง รสชาติเป็นการประสานของซุปญี่ปุ่นและผัดผักสไตล์จีน — เกิดขึ้นตรงๆ ในไชนาทาวน์โยโกฮาม่า ร้าน Gyokusentei (玉泉亭) ตั้งแต่ปี 1918 ยังคงสูตรดั้งเดิมและเป็นที่แรกที่คนในโยโกฮาม่าบอกถ้าถามว่า "Sanmamen ที่ไหนดี"
6
ไชนาทาวน์โยโกฮาม่าเป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว — นี่คือย่านที่ชาวจีนอาศัยทำมาหากินมาตั้งแต่ปี 1863 และยังมีชีวิตชีวาจริงๆ ในปัจจุบัน เดินผ่านซุ้มประตูสีแดงทองแล้วซื้อ Nikuman (肉まん) ซาลาเปาหมูนุ่มร้อนๆ ¥300–400 ต่อลูก จาก Roshukai (老祥記) ร้านดังที่ขึ้นชื่อที่สุด ชูไมทอด กรอบนอกชุ่มใน ¥500–600 ลูกชิ้นงาทอด (Age Goma Dango) หวานกรอบ ¥200–300 หรือ ไก่ทอดไต้หวัน (Taiwan Golden Fried Chicken) หนังกรอบจัด ¥400–600 โดยไม่ต้องเข้าร้าน เดินสตรีทฟู้ดตลอดได้ทั้งวัน
กินให้ครบทุกเมนูในวันเดียว — เส้นทางที่วนจากท่าเรือถึงไชนาทาวน์
พักใกล้ย่านอาหาร — จากริมท่าเรือถึงใกล้ Iekei ต้นตำรับ
โรงแรมที่ตั้งอยู่บนแนว Rinko Park วิวอ่าวโยโกฮาม่าเต็มๆ ห้องอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมเสิร์ฟ Sushi และ Teppanyaki คุณภาพสูง เดินถึง Yamashita Park 10 นาที ไชนาทาวน์ 15 นาที และ Landmark Tower ภายใน Minato Mirai เดินสบาย
ถ้าต้องการสัมผัสประวัติศาสตร์อาหารโยโกฮาม่าเต็มๆ นี่คือที่ที่ดีที่สุด — ห้องอาหาร The Cafe ชั้น 1 ตึกเก่าเสิร์ฟ Napolitan สูตรดั้งเดิม และตึกนี้เองที่ MacArthur เคยใช้เป็น HQ ปี 1945 ริมทะเล Yamashita Park
สำหรับคนที่ต้องการ "วิว" เหนือเมือง ห้องบนชั้น 52 ขึ้นไปมองเห็นอ่าว ภูเขาไฟฟูจิ (ถ้าอากาศดี) และรอยต่อเมืองโยโกฮาม่า–โตเกียว ห้องอาหารบนดาดฟ้าชั้น 68 เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่น-ฝรั่งเศสพร้อมวิวระดับเดียวกันกับหอสังเกตการณ์