วัดถ้ำเสือ (Wat Tham Suea) คือวัดบนยอดเขาในกระบี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องบันได 1,237 ขั้นซึ่งพาคุณขึ้นไปกราบพระพุทธรูปองค์ใหญ่บนยอดและชมวิว 360 องศาเหนือที่ราบกับเขาหินปูน ด้านล่างเป็นสำนักวิปัสสนาในถ้ำและตำนานรอยเท้าเสือ ห่างจากตัวเมืองกระบี่แค่ราว 20 นาที — จุดที่ต้องไปถ้ามากระบี่แล้วอยากได้ทั้งศรัทธาและวิว
บอกตรงๆ ว่ากระบี่เป็นเมืองทะเลกับเกาะ แต่มีจุดบนบกหนึ่งที่คนพูดถึงไม่แพ้ไรเลย์หรืออ่าวนาง นั่นคือ วัดถ้ำเสือ (Wat Tham Suea) วัดป่าบนเชิงเขาที่อยู่ห่างตัวเมืองกระบี่แค่ราว 9 กิโลเมตร ตัววัดด้านล่างเป็นสำนักวิปัสสนาที่พระและแม่ชีใช้ปฏิบัติธรรมในถ้ำและกุฏิรอบเชิงเขา แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดังไปทั่วคือ บันได 1,237 ขั้น ที่ไต่ขึ้นไปบนยอดเขาลูกหนึ่ง บนยอดมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่กับเจดีย์ และวิวที่กวาดได้รอบทิศ
ชื่อ "ถ้ำเสือ" มาจากตำนานว่าในอดีตเคยมีเสืออาศัยอยู่ในถ้ำบริเวณนี้ และในถ้ำมีหินที่เป็นรูปคล้าย รอยอุ้งเท้าเสือ ปัจจุบันไม่มีเสือแล้ว แต่สิ่งที่คุณจะเจอจริงคือ ฝูงลิง ที่อาศัยอยู่ตามทางขึ้นและลานวัด พวกมันคุ้นคนและฉวยของเก่ง เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมใจไว้ก่อน (เดี๋ยวเล่าวิธีรับมือด้านล่าง)
เคยเจอไหม — วัดสวยๆ ที่ไปถึงแล้วก็แค่กราบพระแล้วกลับ วัดถ้ำเสือไม่ใช่แบบนั้น เพราะ เสน่ห์ของมันคือการได้ออกแรงปีนขึ้นไปแล้วเจอวิวเป็นรางวัล จากยอดเขาคุณจะเห็นที่ราบกระบี่ เขาหินปูนรูปทรงแปลกตา และในวันฟ้าใสยังเห็นไกลไปถึงแนวทะเล นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำให้เผื่อครึ่งวันมาที่นี่ โดยเฉพาะถ้าคุณชอบทั้งการเดินและการได้ภาพวิวกว้างเป็นของฝาก
ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับทุกคนเสมอไป เพราะหัวใจคือการปีนบันไดชัน 1,237 ขั้น แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ มันคุ้มที่จะเผื่อครึ่งวันมา
เสน่ห์ของวัดถ้ำเสือคือ มันให้ทั้งบุญและวิว แต่ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ คนที่ปีนถึงยอดมักบอกว่าคุ้มกับวิวที่ได้ ส่วนคนที่ปีนไม่ไหวก็ยังเดินชมถ้ำและศาลาด้านล่างได้โดยไม่ต้องขึ้นยอด ลองดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน แล้ววางแผนให้เหมาะ
ถ้าคุณพอมีแรงและชอบความรู้สึกออกกำลังแล้วได้รางวัลเป็นวิว ที่นี่คือคำตอบ บันได 1,237 ขั้นชันจริง แต่จากยอดคุณจะเห็นที่ราบกระบี่และเขาหินปูนรอบทิศ คู่กับจุดเที่ยวบนบกอื่นในย่านได้ดี ดูที่เที่ยวทั้งหมดของกระบี่ที่ รวมที่เที่ยวกระบี่
มากระบี่ส่วนใหญ่ใช้เวลากับ ทัวร์เกาะ และหาด พอถึงวันที่อยากพักจากเรือและแดดทะเล วัดถ้ำเสือคือกิจกรรมบนบกที่เปลี่ยนบรรยากาศได้ดี จับคู่กับ สระมรกตและน้ำตกร้อน เป็นทริปในวันเดียวได้พอดี
วัดถ้ำเสือเป็นทั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมและจุดถ่ายรูปวิว ช่วงแสงเช้าตรู่หรือเย็นจะได้ภาพยอดเขากับพระพุทธรูปสวยที่สุด ใครชอบเก็บภาพมุมสูงและบรรยากาศวัดไทยแท้ๆ จะถูกใจ — แต่ขอให้แต่งกายสุภาพและเคารพคนที่มาทำบุญจริง
พูดกันตรงๆ ถ้าเข่าไม่ดี เป็นโรคหัวใจ หรือมากับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก การปีน 1,237 ขั้นอาจหนักเกินไป ข่าวดีคือ เขตวัดด้านล่างเดินชมได้โดยไม่ต้องขึ้นยอด มีถ้ำ ศาลา และต้นไม้ใหญ่ให้เดินเล่น ถ้าอยากได้วิวกว้างแบบไม่ต้องปีน ลองขึ้น จุดชมวิวอื่นของกระบี่ แทน
ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึงคือ บันไดขึ้นยอดเขาราว 1,237 ขั้น ทางขึ้นค่อนข้างชันและขั้นบันไดสูงไม่เท่ากัน คนที่ฟิตปกติใช้เวลาราว 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยพักเป็นช่วงๆ ระหว่างทางมีจุดพักและราวจับให้เกาะ แนะนำให้ พกน้ำดื่มขึ้นไป ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และไปช่วงเช้าตรู่หรือเย็น เพื่อเลี่ยงแดดและความร้อนกลางวันที่ทำให้บันไดหนักขึ้นมาก ใครเข่าไม่ดีหรือมีโรคประจำตัวควรประเมินตัวเองก่อนตัดสินใจขึ้น
เมื่อขึ้นถึงยอดจะเจอ พระพุทธรูปองค์ใหญ่และเจดีย์ทอง ประดิษฐานอยู่บนลานยอดเขา จุดนี้คือรางวัลของการปีน เพราะวิวกวาดได้ รอบทิศ 360 องศา มองเห็นที่ราบกระบี่ เขาหินปูนรูปทรงแปลกตากระจายเต็มพื้นที่ และในวันฟ้าใสยังเห็นไกลไปถึงแนวทะเล ช่วงแสงเช้าและเย็นคือเวลาที่วิวสวยที่สุด เก็บภาพแล้วอย่าลืมแวะกราบพระและนั่งพักรับลมก่อนลง
ที่เชิงเขาด้านล่างคือ ถ้ำเสือ ที่มาของชื่อวัด ตามตำนานเล่าว่าเคยมีเสืออาศัยอยู่ในถ้ำนี้ และในถ้ำมีหินที่เป็นรูปคล้าย รอยอุ้งเท้าเสือ ปัจจุบันบริเวณถ้ำและรอบเชิงเขาเป็นสำนักวิปัสสนาที่พระและแม่ชีใช้ปฏิบัติธรรม มีกุฏิและศาลากระจายอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เดินชมได้โดยไม่ต้องปีนขึ้นยอด เป็นส่วนที่เงียบสงบและให้บรรยากาศวัดป่าจริงๆ
นอกจากบันไดขึ้นยอด รอบเชิงเขายังมี เส้นทางเดินใต้ร่มไม้ใหญ่ ผ่านต้นไทรและต้นไม้อายุมากที่ให้ร่มเงา บางช่วงมีศาลเล็กๆ และจุดนั่งพัก เป็นทางเดินที่เบากว่าการปีนยอดมาก เหมาะกับคนที่อยากซึมซับบรรยากาศวัดป่าและธรรมชาติโดยไม่ต้องออกแรงหนัก เดินเล่นช้าๆ ฟังเสียงนกและลมก็เป็นการพักที่ดีหลังจากทริปทะเล
รอบทางขึ้นและลานวัดมี ฝูงลิง ที่คุ้นคนและบางตัวฉวยของเก่ง พวกมันมักหยิบถุงพลาสติก ขวดน้ำ แว่นตา หมวก หรืออาหารที่ถือในมือ ทางที่ปลอดภัยคือ อย่าให้อาหารลิง เก็บของมีค่าและอาหารไว้ในกระเป๋าที่ปิดมิดชิด อย่าถือถุงพลาสติกเดินโชว์ และอย่าจ้องตาหรือยั่ว ถ้าลิงเข้ามาใกล้ให้ใจเย็นเดินเลี่ยง ส่วนใหญ่ลิงสนใจแค่ของกิน ถ้าไม่มีอะไรล่อก็เดินผ่านได้ตามปกติ
ที่นี่เป็นวัดที่ใช้ปฏิบัติธรรมจริงและบันไดก็ชันจริง การเตรียมตัวนิดหน่อยทำให้ทริปสบายและสุภาพขึ้นมาก
วัดถ้ำเสือยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ควร แต่งกายสุภาพปิดไหล่และปิดเข่า ทั้งชายและหญิง หลีกเลี่ยงเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น หรือชุดรัดรูปบางเบา ถ้าตั้งใจจะปีนบันได ให้เลือกเสื้อผ้าที่ ระบายเหงื่อได้ดีแต่ยังสุภาพ และพกผ้าคลุมไหล่ติดไปเผื่อ เมื่อเข้าในเขตศักดิ์สิทธิ์ให้ถอดรองเท้าตามป้ายบอก ปฏิบัติตัวเงียบและให้เกียรติคนที่มาทำบุญ
เพราะบันไดชันและแดดกระบี่ร้อน ให้ พกน้ำดื่มขึ้นไปด้วย สวม รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย ไม่ลื่น และเผื่อเวลาขึ้น-ลงรวมพักราว 1.5–2 ชั่วโมง ช่วงที่ดีที่สุดคือ เช้าตรู่หลังวัดเปิดหรือช่วงบ่ายแก่ๆ ก่อนเย็น เพราะแดดเบากว่าและวิวสวยกว่ากลางวัน เลี่ยงปีนตอนเที่ยงที่ร้อนจัด ถ้าฝนเพิ่งตกขั้นบันไดอาจลื่น ให้ระวังเป็นพิเศษ
วัดถ้ำเสืออยู่ใกล้ตัวเมืองกระบี่ที่สุด แต่คนส่วนใหญ่พักที่อ่าวนางแล้วเดินทางมาเที่ยวครึ่งวัน — เลือกฐานพักให้เข้ากับสไตล์ทริปของคุณ
ข้อดีของการเที่ยววัดถ้ำเสือคือ มันอยู่ระหว่างทางจากตัวเมืองกระบี่ไปจุดเที่ยวบนบกอื่น ถ้าพักในตัวเมืองกระบี่จะใกล้ที่สุด (ขับ ~20 นาที) ส่วนคนที่พัก อ่าวนาง ซึ่งเป็นฐานหลักของนักท่องเที่ยวก็มาได้ในราว 40 นาที หลายคนจองทัวร์ครึ่งวันที่รวมวัดถ้ำเสือกับสระมรกตหรือน้ำตกร้อนไว้ด้วยกัน ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องรถ
ถ้าจะปักหลักที่เดียวแล้วเที่ยวให้ครบ อ่าวนางคือฐานที่สะดวกและมีของกินกับที่พักทุกระดับ ส่วนตัวเมืองกระบี่เหมาะกับสายงบประหยัดและคนที่อยากใกล้จุดขึ้นรถ ดูคำแนะนำเลือกย่านพักแบบเต็มที่ พักย่านไหนดีในกระบี่ และเทียบโรงแรมตามคะแนนจริงที่ลิงก์ด้านล่าง
วัดถ้ำเสืออยู่ห่างตัวเมืองกระบี่ราว 9 กิโลเมตร (ขับ ~20 นาที) และห่างอ่าวนางราว 40 นาที ไปได้หลายวิธี — กระบี่ไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถไฟ การเดินทางจึงเป็นรถยนต์ สกูตเตอร์ หรือทัวร์เป็นหลัก
07:30 น. — ออกจากที่พักแต่เช้าเพื่อเลี่ยงแดดและคนเยอะ เดินทางถึง วัดถ้ำเสือ
08:00 น. — เริ่มปีนบันได 1,237 ขั้นขึ้นยอด พักเป็นช่วงๆ จิบน้ำ
09:00 น. — ถึงยอด กราบพระ ถ่ายวิว 360 องศา นั่งพักรับลม
10:00 น. — ลงมาเดินชมถ้ำและศาลาด้านล่าง ดูตำนานรอยเท้าเสือ
10:45 น. — กลับเข้าตัวเมืองหรืออ่าวนาง หาของกินมื้อสาย
จับคู่วัดถ้ำเสือกับจุดธรรมชาติในแผ่นดินเป็นทริปเต็มวัน:
07:30 น. — ปีน วัดถ้ำเสือ ช่วงเช้าตรู่ที่อากาศยังเย็น
11:00 น. — เดินทางต่อไป สระมรกตและน้ำตกร้อน ในป่าฝนทางตะวันออกเฉียงใต้
12:30 น. — แช่สระมรกตสีเขียวมรกตและน้ำตกร้อนธรรมชาติ พักกินกลางวัน
15:30 น. — กลับเข้าที่พัก พักผ่อน
วัดถ้ำเสือเข้ากับวันเที่ยวบนบกได้ดี ใช้เป็นกิจกรรมเปลี่ยนบรรยากาศจาก ทัวร์เกาะ — ดูที่เที่ยวและแผนเที่ยวทั้งจังหวัดที่ คู่มือกระบี่ฉบับเต็ม และร้อยจุดเที่ยวเข้าด้วยกันที่ แพลนเที่ยวกระบี่ 2 วัน