Loei Village Hotel — ห้องไม้สักกลางเมืองเลย ที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรหน้าโรงแรมได้
ถ้าคุณกำลังหาที่พักในตัวเมืองเลยที่ไม่ใช่ห้องแถวเรียบๆ แต่ก็ไม่ได้แพงจนเกินงบเที่ยวอีสาน — Loei Village Hotel คือชื่อที่คนไปมาพูดถึงบ่อยที่สุด · โรงแรม 3 ดาวเปิดมาตั้งแต่ปี 2009 ซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบบนถนนนกแก้ว ห่างศาลหลักเมืองและถนนคนเดินแค่เดินไม่กี่นาที · จุดที่แขกกลับมาเล่าซ้ำๆ คือห้องตกแต่งไม้สักอบอุ่น กับอาหารเช้าบุฟเฟ่ต์ที่เปลี่ยนเมนูทุกเช้า และบรรยากาศแบบบ้านพักต่างจังหวัดที่หาไม่ได้จากโรงแรมเชนทั่วไป
Loei Village เปิดมาตั้งแต่ปี 2009 และผ่านการรีโนเวตห้องบางส่วนมาแล้ว · ตัวอาคารเป็นตึกเตี้ยทาสีขาวหลังคากระเบื้องสีอิฐ มองจากมุมสูงเห็นภูเขารอบเมืองเลยเป็นฉากหลัง · มีทั้งหมด 46 ห้อง ขนาดมาตรฐาน 28 ตารางเมตร แบ่งเป็น Superior, Premier และ Deluxe · ห้องรุ่นเดิมตกแต่งด้วยไม้สักโทนอุ่น มีภาพใบโพธิ์สไตล์อีสานบนผนัง ส่วนห้องที่รีโนเวตใหม่จะโทนสว่างกว่า พื้นกระเบื้องลายไม้และมีระเบียงมองวิวเมือง — แขกหลายคนบอกว่าห้องกว้างกว่าที่คิดสำหรับราคาระดับนี้
สิ่งที่คนพักพูดถึงมากที่สุดคืออาหารเช้า · เป็นบุฟเฟ่ต์เล็กๆ ที่เปลี่ยนเมนูทุกวัน เน้นอาหารไทย-อีสานปนเมนูฝรั่งนิดหน่อย · เปิด 06:30–10:00 น. ราคารวมในห้องส่วนใหญ่อยู่แล้ว (ถ้าจองแบบไม่รวม ผู้ใหญ่ ฿250 เด็ก 7–17 ปี ฿150 เด็กเล็กฟรี) · รีวิวบน Trip.com พูดถึงมื้อเช้าซ้ำมากที่สุดในบรรดาทุกหัวข้อ หลายคนบอกว่าเป็นมื้อเช้าที่จำได้ของทั้งทริป
"ผู้เข้าพักหลายคนเล่าตรงกันว่า ห้องสะอาด เตียงนอนสบาย ตื่นเช้ามาใส่บาตรหน้าโรงแรมได้เลย แล้วค่อยลงไปกินข้าวต้มร้อนๆ — บรรยากาศแบบนี้โรงแรมในเมืองใหญ่ให้ไม่ได้ · คนที่ไปพักสองคืนช่วงหน้าหนาวเล่าว่าห้อง Premier ที่รีโนเวตแล้วมีระเบียงเล็กๆ มองวิวถนนและภูเขาไกลๆ ตอนเช้าอากาศเย็นนิดหน่อย นั่งอยู่บนระเบียงดูพระเดินบิณฑบาตผ่านถนนข้างล่าง รู้สึกว่าได้จังหวะชีวิตช้าลงกว่าทุกทริปที่ผ่านมา · อาหารเช้าวันแรกมีข้าวต้มหมู ไข่ดาว ปาท่องโก๋ กับผัดซีอิ๊วอุ่นๆ วันที่สองเปลี่ยนเป็นโจ๊ก หมูทอด และสลัดผลไม้ ไม่ซ้ำกันเลย พนักงานอธิบายเมนูเป็นภาษาอังกฤษได้และรู้จักชื่อลูกค้าตั้งแต่วันแรก ·ล็อบบี้ตอนเย็นเงียบสงบ มีคนนั่งอ่านหนังสือจากชั้นวางอยู่คนเดียว บรรยากาศแบบบ้านพักต่างจังหวัดจริงๆ ไม่ใช่โรงแรมที่สร้างขึ้นมาให้รู้สึกแบบนั้น ไม้สักในล็อบบี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อโชว์ แต่เพราะมันอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้น สวนหย่อมข้างหลังเงียบพอที่จะนั่งคุยกันได้โดยไม่ต้องเปิดเพลงคลอ · ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีฟิตเนส แต่ไม่ได้ขาดอะไรเลย เพราะสิ่งที่มาที่เลยต้องการคือเดินออกไปข้างนอก ปั่นจักรยานไปตลาดเช้า หรือขับรถต่อไปเชียงคาน ทำเลของที่นี่รองรับทุกอย่างนั้นได้พอดี หลายคนปั่นจักรยานของโรงแรมสองบ่ายติดกัน ผ่านศาลหลักเมือง วงเวียนน้ำพุ ตลาดซอยขายเห็ดอบแห้งและผ้าทอชาวเขา ระยะทางแค่ยี่สิบนาทีก็วนรอบเมืองเก่าได้ครบ สิ่งเหล่านี้ทำได้เพราะอยู่กลางเมือง ไม่ใช่รีสอร์ทชานเมือง · ห้องในซอยเงียบ ไม่ได้ยินเสียงถนนใหญ่เลย มีแค่เสียงนกร้องตอนเช้าและเสียงระฆังวัดที่อยู่ไม่ไกล ถ้าจะบ่นอะไร ก็แค่อยากได้กาแฟสดแทนซอง กับอยากให้ซอยหน้าโรงแรมมีรถรับจ้างสักคันหรือสองคัน แต่ก็รู้อยู่ว่าเลยยังไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่มีรถทุกมุม · บางคนเล่าว่าวันที่เช็คเอาท์ พนักงานที่เคาน์เตอร์จำได้ว่าชอบอาหารเช้าเมนูไหน และเขียนวันจัดงานผีตาโขนใส่กระดาษให้ก่อนออกประตู เป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่จำได้นานกว่าห้องพัก · โดยรวมหลายคนยกให้เป็นที่พักที่คุ้มค่าที่สุดในบรรดาโรงแรมที่เคยพักในอีสาน สำหรับราคาระดับนี้ได้ห้องกว้าง อาหารเช้าดี พนักงานใส่ใจ และบรรยากาศที่ทำให้อยากกลับมาอีก หลายคนบอกว่าทริปหน้ามาเลยจะจองที่นี่โดยไม่ต้องเปรียบเทียบที่ไหนเลย ถ้าคุณมาเลยแล้วอยากได้ที่พักกลางเมืองที่ไม่ต้องจ่ายเกินงบ แต่ได้รับสิ่งที่สำคัญกว่าสระว่ายน้ำ ที่นี่คือคำตอบที่ตรงที่สุด"
ล็อบบี้เป็นจุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากโรงแรมเล็กทั่วไป · ตกแต่งด้วยเสาไม้สัก โซฟาหวาย และมีมุมห้องสมุดเล็กๆ วางหนังสือให้หยิบอ่าน · มีสวนหย่อมเขียวๆ และระเบียงนั่งเล่นริมสวน · พนักงานพูดได้ทั้งไทย อังกฤษ และลาว ซึ่งช่วยได้มากเพราะเลยอยู่ติดชายแดนและมีนักท่องเที่ยวลาวแวะมาบ่อย · หลายรีวิวชมว่าพนักงานดูแลดี ช่วยจองรถ ช่วยแนะนำที่เที่ยวแบบคนท้องถิ่นจริงๆ
ทำเลถือว่าได้เปรียบสำหรับคนไม่มีรถ · เดิน 5 นาทีถึงศาลหลักเมืองเลยและวงเวียนน้ำพุ ส่วนถนนคนเดินเลย (เปิดเสาร์-อาทิตย์) กับตลาดกุดป่องก็อยู่ในระยะเดินถึง · มีจักรยานให้ยืมฟรี ปั่นเล่นรอบเมืองได้สบาย · สนามบินเลยห่างแค่ประมาณ 5 กิโลเมตร นั่งรถ 10 นาทีถึง · ถ้าจะไปเชียงคานหรืออุทยานภูเรือต้องขับรถต่ออีกราว 50 กิโลเมตร — ที่นี่เหมาะเป็นฐานพักในเมืองก่อนออกทริปธรรมชาติมากกว่าจะเป็นปลายทางในตัวเอง
คะแนน 9.5/10 จาก 81 รีวิวบน Trip.com · บน Booking ได้ 8.5 จาก 59 รีวิว และ Tripadvisor ติดอันดับโรงแรมน่าพักที่สุดในเลย · สิ่งที่แขกบ่นบ้าง ได้แก่ เสียงระหว่างชั้นที่ได้ยินบางครั้ง เวลามีแขกห้องบนเดินหรือคุยเสียงดัง และซอยหน้าโรงแรมเรียกแท็กซี่ยากเพราะเลยยังไม่มีรถสาธารณะเยอะ · บางคนอยากได้กาแฟสดแทนกาแฟซองในห้อง — บอกไว้ก่อนจะได้ไม่คาดหวังผิด
เรื่องราคา — Loei Village เริ่มประมาณ ฿800/คืน สำหรับห้อง Superior ในวันธรรมดา ซึ่งถือว่าคุ้มมากเมื่อรวมอาหารเช้า จักรยานฟรี และที่จอดรถฟรี (มี EV charger ด้วย) · ช่วงเทศกาลผีตาโขน (มิ.ย.-ก.ค. ที่อำเภอด่านซ้าย) หรือหน้าหนาว (พ.ย.-ม.ค.) ห้องเต็มเร็วและราคาขยับขึ้น แนะนำจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์
สรุปสั้นๆ — Loei Village เหมาะกับคนที่อยากได้ที่พักสะอาด อบอุ่น กลางเมืองเลย ในราคาที่จับต้องได้ · ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีฟิตเนสหรู แต่ได้บรรยากาศบ้านพักต่างจังหวัดจริงๆ อาหารเช้าดี พนักงานน่ารัก ทำเลเดินได้ · ถ้าอยากได้ห้องสว่างโทนใหม่ ระบุตอนจองว่าขอห้องที่รีโนเวตแล้ว จะได้ระเบียงและวิวเมืองเป็นของแถม
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ อาหารเช้าอร่อย เปลี่ยนเมนูทุกวัน เมนูไทยแท้
- ✓ ห้องสะอาดมาก เตียงนอนสบาย
- ✓ พนักงานน่ารัก ช่วยเหลือดี พูดได้หลายภาษา
- ✓ ที่จอดรถกว้าง ฟรี · ทำเลกลางเมืองเดินได้
- ! ได้ยินเสียงจากห้องชั้นบนบางครั้ง
- ! ซอยหน้าโรงแรมเรียกแท็กซี่ยาก
- ! ในห้องมีแค่กาแฟซอง ไม่มีกาแฟสด
- ✓ บรรยากาศบ้านพักต่างจังหวัด อบอุ่น ตกแต่งไม้สัก
- ✓ เดินถึงศาลหลักเมือง วงเวียนน้ำพุ และถนนคนเดิน
- ✓ ตื่นเช้าใส่บาตรหน้าโรงแรมได้
- ✓ คุ้มค่ามากเมื่อรวมอาหารเช้าและจักรยานฟรี
- ! ไม่มีสระว่ายน้ำ
- ! ห้องรุ่นเดิมโทนเข้ม บางคนอยากได้ห้องสว่างกว่า
- ! ช่วงเทศกาลผีตาโขนห้องเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า
- 💡ถ้าอยากได้ห้องสว่างโทนใหม่ — ระบุตอนจองว่าขอห้องที่รีโนเวตแล้ว → ห้องรุ่นใหม่พื้นลายไม้ มีระเบียงวิวเมือง · ห้องรุ่นเดิมตกแต่งไม้สักโทนเข้มกว่าแต่กว้างเท่ากัน
- 💡ถ้ากลัวเสียงรบกวน — ขอห้องชั้นบนสุดหรือห้องมุม → แขกบางคนได้ยินเสียงเดินจากห้องชั้นบนเวลามีคนเดินแรงๆ ตอนกลางคืน
- 💡ถ้าไม่มีรถส่วนตัว — เลยยังไม่มีรถสาธารณะเยอะและซอยเรียกแท็กซี่ยาก → ยืมจักรยานฟรีของโรงแรมปั่นในเมืองได้ แต่ถ้าจะไปเชียงคาน/ภูเรือควรเช่ารถหรือให้โรงแรมช่วยจัดรถ