Hotel New Grand — Classic 5★ โรงแรมประวัติศาสตร์ปี 1927 หน้าสวน Yamashita
ลองนึกภาพดูนะ — คุณเดินออกจากสถานี Motomachi-Chukagai ราว 2 นาที แล้วเจอตึกหินสีครีมทรง Neoclassical ที่มีกันสาดสีแดงเรียงหน้าตึก ป้าย HOTEL NEW GRAND ตัวอักษรเก่าตั้งตระหง่านเหนือมุมถนน ตรงข้ามคือสวน Yamashita และอ่าวโยโกฮาม่า · โรงแรมแห่งนี้เริ่มต้นปี 1927 หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต และกลายเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีตำนานมากที่สุดของญี่ปุ่น — ที่นี่คือต้นกำเนิดของ ซีฟู้ดดอเรีย และ สปาเกตตีนาโปลิตัน และเป็นที่พักคืนแรกของนายพล MacArthur · วันนี้มีตึก Main Building ปี 1927 ที่ขึ้นทะเบียนอาคารประวัติศาสตร์ บวกกับ Tower 18 ชั้นปี 1991 รวม 230 ห้อง · คะแนนรีวิว 9.4/10 จาก 158 รีวิวจริงบน Trip.com — ตัวเลขที่บอกได้เลยว่าเสน่ห์เก่ายังทำงานได้จริงในปัจจุบัน
เอาจริงๆ — โรงแรมส่วนใหญ่ขายวิวหรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ Hotel New Grand ขายสิ่งที่เงินซื้อใหม่ไม่ได้ นั่นคือ เวลาเกือบ 100 ปี · อดีตนายกเทศมนตรีโยโกฮาม่าสร้างโรงแรมนี้ขึ้นปี 1927 เพื่อฟื้นเมืองหลังแผ่นดินไหวคันโต ออกแบบเป็นสถาปัตยกรรม Neoclassical ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง · ตึก Main Building เดิมยังอยู่แทบไม่เปลี่ยน บันไดใหญ่ ล็อบบี้เพดานสูง โคมระย้าทองเหลือง และแจกันดอกไม้สดบนโต๊ะกลาง — คนที่เดินเข้ามาครั้งแรกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคที่เรือสำราญข้ามมหาสมุทรยังจอดเทียบท่าโยโกฮาม่า ที่นี่เคยรับแขกระดับตำนานมาแล้ว ทั้งนายพล MacArthur, Charlie Chaplin และ Babe Ruth
"พักห้อง Tower วิวอ่าวสวยมาก ตื่นมาเห็น Bay Bridge กับเรือสำราญที่ Osanbashi เดินไปไชนาทาวน์กับสวน Yamashita ได้เลย พนักงานสุภาพแบบโรงแรมเก่าที่หายากแล้ว มื้อเช้าที่ The Cafe อร่อย ได้ลองดอเรียต้นตำรับด้วย คุ้มเกินราคามาก"
เรื่องห้องพักต้องเข้าใจก่อนว่าโรงแรมแบ่งเป็น 2 ฝั่งที่ให้ประสบการณ์ต่างกันชัดเจน · ฝั่ง Tower (เปิดปี 1991) เป็นห้องโมเดิร์น สะอาด ห้องน้ำใหม่ และเกือบทุกห้องหันหน้าออกอ่าว — Tower Standard Twin ขนาด 32 ตร.ม. เริ่มราว ¥19,000 เลือกได้ทั้งฝั่ง Marine Tower และฝั่ง Minato Mirai · ขยับขึ้นเป็น Bayside Twin (Superior Floor) ที่วิวอ่าวเต็มตา เห็น Bay Bridge กับท่าเรือ Osanbashi · ส่วนฝั่ง Main Building คือหัวใจประวัติศาสตร์ — Grand Twin ขนาด 27 ตร.ม. เริ่มราว ¥20,000 ดีไซน์คลาสสิกแบบยุโรปยุคเก่า ใครที่มาเพื่อสัมผัสมนตร์เสน่ห์ปี 1927 ต้องเลือกฝั่งนี้ · บนสุดมี Grand Club Floor (ตั้งแต่ชั้น 15 ขึ้นไป) ที่ได้สิทธิ์เลานจ์ The Club เปิด 10 โมงถึง 6 โมงเย็น พร้อมที่นอน pocket coil ระดับพรีเมียม
ถ้าให้เลือกจุดที่ทำให้โรงแรมนี้พิเศษกว่าใครในโยโกฮาม่า คงเป็น เรื่องอาหาร · The Cafe ที่ตึก Main Building คือสถานที่จริงที่กำเนิด ซีฟู้ดดอเรีย และ สปาเกตตีนาโปลิตัน สองเมนูโยโชคุที่คนญี่ปุ่นทั้งประเทศรู้จัก — สั่งจานต้นตำรับในห้องที่มันถือกำเนิดคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้ที่อื่น · Le Normandie บนชั้น 5 ของ Tower เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสแท้วิวพาโนรามาอ่าวโยโกฮาม่า สืบสานสูตรจากเชฟชาวสวิส Saly Weil ที่วางรากฐานครัวฝรั่งเศสของโรงแรมตั้งแต่ยุคแรก · ยังมี Il Giardino ร้านอิตาเลียน, La Terrasse ลอบบี้เลานจ์สำหรับ afternoon tea, บาร์อังกฤษ Sea Guardian II และห้องอาหารเกียวโต Yugyoan Tankuma — บอกตรงๆ ว่ากินครบทุกมื้อในโรงแรมก็ไม่เบื่อ
ทำเลอยู่ที่ 10 Yamashita-cho, Naka-ku, Yokohama ตรงข้ามสวน Yamashita พอดี · สถานี Motomachi-Chukagai (Minato Mirai Line) เดินราว 2 นาที นั่งสายนี้ตรงถึง Minato Mirai และต่อ Tokyu Toyoko Line เข้า Shibuya ได้ราว 40 นาที · จุดเด่นของทำเลนี้คือคุณอยู่ในโยโกฮาม่าเก่าแบบเต็มตัว — ไชนาทาวน์ (ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น) เดิน 5-7 นาที, ย่านช้อปปิ้งคลาสสิก Motomachi ติดกัน, ท่าเรือ Osanbashi และ Red Brick Warehouse เดินถึง · ถ้าจะไปฝั่ง Minato Mirai ที่มีชิงช้าสวรรค์กับห้างใหญ่ นั่งรถไฟ 2-3 ป้ายก็ถึง · เรียกว่าได้ทั้งความสงบของเมืองเก่าและความสะดวกในการไปไหนมาไหน
บอกตรงๆ สักเรื่องนะ — ความเก่าที่เป็นเสน่ห์ก็มีอีกด้านที่ต้องทำใจ · ห้องฝั่ง Main Building เล็กกว่าและดีไซน์เก่ากว่าฝั่ง Tower ชัดเจน บางห้องเลย์เอาต์ห้องน้ำเป็นแบบดั้งเดิม ใครคาดหวังห้องน้ำโมเดิร์นแยก wet/dry แบบโรงแรมใหม่อาจไม่ถนัด — ถ้าเน้นความใหม่และวิว ให้เลือกฝั่ง Tower ไว้ก่อน ส่วนฝั่ง Main Building เลือกเมื่ออยากได้บรรยากาศประวัติศาสตร์จริงๆ · อีกจุดคือโรงแรมไม่มีสระว่ายน้ำกับฟิตเนสใหญ่แบบรีสอร์ต (มีห้องนวด/ซาลอน) ถ้าตั้งใจมาออกกำลังกายในโรงแรมอาจต้องดูที่อื่น · ที่จอดรถคิดเพิ่ม ¥1,500/วัน และช่วง peak ราคาขยับขึ้นพอสมควร
สรุปแบบเพื่อนบอกเพื่อน — Hotel New Grand ไม่ใช่โรงแรมที่จะเอาชนะด้วยห้องใหม่เอี่ยมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัย แต่มันชนะด้วยสิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ คือ ตำนานจริง + ทำเลหน้าสวน Yamashita ติดไชนาทาวน์ + อาหารต้นตำรับ · ถ้าคุณมาโยโกฮาม่าแล้วอยากนอนในที่ที่มีเรื่องเล่าจริงๆ ไม่ใช่แค่ห้องสวย — ที่นี่คือคำตอบที่ใช่เลย ราคาเริ่ม ¥19,000 ขึ้นไปต่อคืนช่วง low season ส่วนช่วง peak อย่าง Golden Week หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอาจขึ้นไป ¥40,000++ แนะนำจองล่วงหน้า 1-2 เดือน และถ้าได้ ลองจองฝั่ง Tower วิวอ่าวไว้ก่อนเลย
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ ทำเลหน้าสวน Yamashita ติดไชนาทาวน์และย่าน Motomachi — เดินเที่ยวโยโกฮาม่าเก่าได้ทั้งวัน
- ✓ ห้องฝั่ง Tower วิวอ่าว เห็น Bay Bridge และท่าเรือ Osanbashi
- ✓ บรรยากาศประวัติศาสตร์ปี 1927 ที่ล็อบบี้และตึก Main Building หาไม่ได้ที่อื่น
- ✓ พนักงานบริการสุภาพแบบโรงแรมคลาสสิก แขกชมเรื่องการต้อนรับเป็นพิเศษ
- ! ห้องฝั่ง Main Building เล็กกว่า (27 ตร.ม.) และดีไซน์เก่ากว่า Tower
- ! ไม่มีสระว่ายน้ำและฟิตเนสใหญ่แบบรีสอร์ต
- ! ที่จอดรถคิดเพิ่ม ¥1,500/วัน
- ✓ ต้นกำเนิดดอเรียและนาโปลิตันที่ The Cafe — สั่งจานต้นตำรับในที่ที่มันถือกำเนิด
- ✓ Le Normandie ห้องอาหารฝรั่งเศสวิวพาโนรามาอ่าวโยโกฮาม่า แขกชมทุกรีวิว
- ✓ เดินถึงไชนาทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นภายใน 5-7 นาที
- ✓ วิวห้อง Bayside สวยทั้งกลางวันและกลางคืน เห็นเรือสำราญเข้าออกท่า
- ! ตึก Main Building อายุเกือบ 100 ปี บางห้องเลย์เอาต์ห้องน้ำเป็นแบบดั้งเดิม
- ! ไม่ได้อยู่ฝั่ง Minato Mirai โดยตรง ต้องนั่งรถไฟ 2-3 ป้ายไปชิงช้าสวรรค์
- ! ช่วง peak season ราคาขยับขึ้นพอสมควร ควรจองล่วงหน้า
- 💡ถ้าคุณอยากได้ห้องใหม่และห้องน้ำโมเดิร์น — ให้เลือกฝั่ง Tower (เปิดปี 1991) ไว้ก่อน ส่วนฝั่ง Main Building เก่ากว่าและเล็กกว่า เหมาะเมื่อตั้งใจมาสัมผัสบรรยากาศปี 1927 จริงๆ
- 💡ถ้าคุณตั้งใจมาออกกำลังกายหรือว่ายน้ำในโรงแรม — ที่นี่ไม่มีสระและฟิตเนสใหญ่ (มีห้องนวด/ซาลอน) ถ้า Wellness เป็นเรื่องสำคัญ InterContinental Yokohama Grand ฝั่ง Minato Mirai มีครบกว่า
- 💡ถ้าอยากอยู่ติดชิงช้าสวรรค์และห้างใหญ่ Minato Mirai — โรงแรมนี้อยู่ฝั่งเมืองเก่า ต้องนั่งรถไฟ 2-3 ป้าย แต่แลกมากับการเดินถึงไชนาทาวน์และสวน Yamashita ได้เลย