Honke Bankyu Yunishigawa — เรียวกัง 350 ปีที่ยังมีจิตวิญญาณอยู่จริง
ถ้าคุณตามหาเรียวกังแท้ๆ ที่ไม่ใช่แค่โรงแรมที่มีบ่อต่อเติม — Honke Bankyu คือคำตอบ เรียวกังแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ ปี 1666 สมัยเอโดะตอนต้น และยังบริหารต่อเนื่องโดย ทายาทรุ่นที่ 25 ของตระกูล Heike — ตระกูลที่หนีสงครามมาซ่อนตัวในหุบเขายูนิชิงาวะลึกๆ นี้เมื่อกว่า 800 ปีก่อน เส้นทางการมาถึงต้องต่อรถไฟ Yagan แล้วนั่งรถรับส่งลึกเข้าไปในหุบเขา แต่คนที่ได้ไปมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า — มันคุ้มทุกนาที
Honke Bankyu ตั้งอยู่ที่ 749 Yunishigawa Onsen, Nikko City ลึกเข้าไปในหุบเขายูนิชิงาวะซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อกันว่าทหารของตระกูล Heike หนีมาหลบซ่อนหลังพ่ายสงคราม Genpei เมื่อปลายศตวรรษที่ 12 สถานที่ที่แยกตัวออกจากโลกภายนอกด้วยเขาสูงและแม่น้ำคินุกาวะ กลายเป็นเหตุผลที่เรียวกังแห่งนี้ยังรักษาบรรยากาศดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ — ไม่มีเสียงรถ ไม่มีไฟนีออน มีแค่เสียงแม่น้ำและเสียงฟืนที่ลุกในเตา irori
"นั่งแช่บ่อกลางแจ้งริมแม่น้ำตอนกลางคืน หิมะตกเงียบๆ รู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง — เป็นคืนที่จำได้ไปตลอดชีวิต"
สิ่งที่แขกพูดถึงมากที่สุดคือ บ่อออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัวเรียงริมแม่น้ำ ที่นี่มีบ่อแบบ kashikiri (จองแช่ส่วนตัวไม่ปนใคร) หลายจุดที่ขุดลึกลงไปชิดริมน้ำ จนเวลาแช่จะได้ยินเสียงน้ำไหลชัดเจน น้ำออนเซ็นที่นี่ไหลตรงจากแหล่งธรรมชาติ อุณหภูมิพอดีสำหรับแช่นานๆ และหากมาในหน้าหนาวปลายมกราคมถึงกุมภาพันธ์ จะได้แช่บ่อกลางแจ้งขณะหิมะค่อยๆ ตกลงมา — เป็นโมเมนต์ที่แขกหลายคนบอกว่าเป็นเหตุผลที่พวกเขาเดินทางมาไกลขนาดนี้
มื้อค่ำที่นี่คือ ไคเซกิสไตล์ย่างริมเตา irori — เตาฟืนกลางพื้นแบบดั้งเดิมที่ทุกห้องรับประทานอาหารจะมีไว้ตรงกลาง วัตถุดิบหลักคือปลาแม่น้ำและผักตามฤดูกาลของหุบเขา เสียบไม้ไผ่ย่างบนถ่านสดๆ ที่โต๊ะ กลิ่นควันและเสียงย่างเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ราคา ¥38,000/2 ท่านรวมมื้อค่ำและอาหารเช้า — แขกส่วนใหญ่บอกว่าคุ้มกว่าที่คิด เพราะอาหารคือไฮไลต์ที่ได้จากที่อื่นยาก
อาคารของ Honke Bankyu เป็น ไม้เก่ามุงหลังคาฟาง ที่บูรณะรักษาโครงสร้างเดิมไว้ ไม่ใช่โรงแรมทันสมัยที่ใส่ฟาง Decor ทับไปบนคอนกรีต ห้องพักเป็นห้องทาทามิที่ปูด้วยเสื่อ tatami จริง มีโต๊ะสไตล์ญี่ปุ่นต่ำ ผ้าปูที่นอนแบบ futon ที่ปูบนพื้น ทั้งหมดนี้คือ pattern ที่เจ้าของยุคเก่าออกแบบไว้ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน และเจ้าของปัจจุบันเลือกรักษาไว้แทนที่จะ renovate
หน้าหนาวของยูนิชิงาวะมีเทศกาล โคมไฟหิมะ Kamakura ที่ชาวบ้านช่วยกันปั้น igloo หิมะขนาดเล็กแล้วจุดโคมไว้ข้างในตลอดคืน บรรยากาศทั้งหุบเขากลายเป็นสีทอง ถ้าวางแผนมาช่วงนั้น ควรจองล่วงหน้านานหน่อยเพราะห้องจะเต็มเร็วมาก
ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ — Honke Bankyu อยู่ลึกมาก การเดินทางต้องนั่งรถไฟ Tobu จาก Asakusa ไป Shin-Fujiwara แล้วต่อ Yagan Railway ไปถึง Yunishigawa-Onsen สถานี จากนั้นโรงแรมจะมีรถรับส่ง ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวรวมประมาณ 3-4 ชั่วโมง และเพราะอยู่ลึก จึง ไม่เหมาะกับทริปที่วางแผนจะเที่ยววัดและศาลเจ้าของนิกโก้ในวันเดียวกัน ศาลเจ้า Toshogu อยู่อีกฝั่งของเมือง ต้องเผื่อเวลาเดินทางเพิ่ม
บอกตรงๆ ว่า Honke Bankyu ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับทุกคน — ถ้าอยากพักโรงแรมหรูสมัยใหม่ที่มีสปา ฟิตเนส และมินิบาร์ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณมองหา แต่ถ้าคุณอยากได้ ประสบการณ์เรียวกังญี่ปุ่นแท้ที่ยังมีจิตวิญญาณเหลืออยู่ — อาคารที่บอกเล่าเรื่องราว บ่อออนเซ็นที่ไม่ปนใคร ไคเซกิที่ย่างต่อหน้า — Honke Bankyu คือที่ที่หาได้ยากมากในยุคนี้
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ เรียวกัง Heritage แท้ 350 ปี บรรยากาศดั้งเดิมที่หาได้ยากมาก
- ✓ บ่อออนเซ็นกลางแจ้งส่วนตัวริมแม่น้ำ ไม่ปนใคร
- ✓ ไคเซกิย่างริมเตา irori — ไฮไลต์ที่แขกชมไม่ขาด
- ✓ หน้าหนาวมีเทศกาลโคมไฟหิมะ Kamakura
- ! อยู่ลึกมาก เดินทางนาน 3-4 ชั่วโมงจากโตเกียว
- ! อาคารไม้เก่า ไม่ใช่ความหรูสมัยใหม่
- ! ไกลจากศาลเจ้าและวัดหลักของนิกโก้
- ✓ บรรยากาศหุบเขาลึกสงบ ไม่มีเสียงรบกวน
- ✓ ทายาทรุ่นที่ 25 ยังดูแลเรียวกังเอง บริการอบอุ่นแบบครอบครัว
- ✓ น้ำออนเซ็นธรรมชาติไหลตรงจากแหล่ง คุณภาพยอดเยี่ยม
- ✓ ราคารวมอาหาร 2 มื้อ คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพ
- ! ต้องต่อรถไฟหลายทอด วางแผนเดินทางให้ดี
- ! บ่อส่วนตัวมีจำนวนจำกัด ควรจองก่อน
- ! เน้นบรรยากาศดั้งเดิม ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่
- 💡ถ้าต้องการความสะดวกสบายสมัยใหม่ — ที่นี่เน้น heritage ดั้งเดิม ไม่มีสปาหรือฟิตเนส → ถ้าอยากได้บ่อออนเซ็นพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ลอง Hoshino Resorts KAI Kinugawa แทน
- 💡ถ้าวางแผนเที่ยววัดศาลเจ้านิกโก้ควบ — ยูนิชิงาวะอยู่ไกลจาก Toshogu มาก → เผื่อวันพักเพิ่มหรือแบ่งทริปเป็น 2 ฐาน
- 💡ถ้ามาหน้าหนาว (ม.ค.-ก.พ.) — จองล่วงหน้าเพิ่มเติมเพราะช่วงเทศกาลโคมไฟหิมะ Kamakura ห้องเต็มเร็วมาก