Blue Ozone Resort & Spa — ระเบียงไม้ริมแม่น้ำบางปะกง กับห้องลอยน้ำและบ่อทรายร้อน
บอกเลยว่าเสน่ห์ของบางคล้าคือความช้า · และ Blue Ozone Resort & Spa เก็บความช้านั้นไว้ได้ครบ — รีสอร์ทเล็กๆ ริมแม่น้ำบางปะกง มีแค่ 8 ห้อง ทุกห้องหันหน้าออกแม่น้ำ มีระเบียงไม้สักนั่งจิบกาแฟดูพระอาทิตย์ตกได้ทุกเย็น · จุดที่คนพักพูดถึงซ้ำๆ คือ ห้อง Garden Boat ที่เป็นห้องลอยน้ำจริงๆ กับ บ่อทรายร้อนจากหินภูเขาไฟญี่ปุ่น (Sandbath) และซาวน่าโดมฟาร์อินฟราเรด ที่ไม่ค่อยเจอในรีสอร์ทริมน้ำขนาดนี้ · แถมเดินแค่ 350 เมตรก็ถึงวัดโพธิ์บางคล้า ที่มีฝูงค้างคาวแม่ไก่เกาะต้นไม้ให้ดูตอนกลางวัน
Blue Ozone เป็นรีสอร์ทขนาดเล็กในตำบลบางคล้า ตั้งอยู่ติดแม่น้ำบางปะกงตรงๆ · ตัวอาคารเป็นไม้สักกับเสาหินกรวด มีดอกเฟื่องฟ้าสีชมพูคลุมตามทางเดิน · มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง ทุกห้องวิวแม่น้ำ แบ่งเป็น River Executive หลายแบบ ห้อง River President Suite ที่มีห้องนอนแยกจากห้องนั่งเล่น และ Garden Boat Executive ที่เป็นห้องบนเรือลอยอยู่ในน้ำจริงๆ — รายละเอียดนี้คือสิ่งที่คนจองกลับมาเล่าให้เพื่อนฟังบ่อยที่สุด · ห้องส่วนใหญ่มีระเบียงไม้ส่วนตัวพร้อมโต๊ะนั่งเล่นหันออกแม่น้ำ
จุดที่ทำให้ Blue Ozone ต่างจากที่พักริมน้ำทั่วไปคือ โซนสุขภาพ · ที่นี่มี บ่อทรายร้อนจากหินภูเขาไฟญี่ปุ่น (Sandbath) ให้ฝังตัวในทรายอุ่นๆ กับ ซาวน่าโดมฟาร์อินฟราเรด ที่เน้นช่วยขับเหงื่อและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ · มีบริการสปานวดด้วย · เป็นคอนเซ็ปต์ wellness ที่หายากในรีสอร์ทเล็กๆ ระดับนี้ — คนที่มาพักผ่อนหลังทำงานหนักหลายคนบอกว่านี่คือเหตุผลที่เลือกที่นี่ตั้งแต่แรก
เรื่องกินอยู่ที่นี่ผูกกับแม่น้ำเกือบทั้งหมด · ราคาห้องรวมอาหารเช้า เสิร์ฟริมน้ำในบรรยากาศร่มรื่น · ตอนเย็นหลายห้องมี ชุดปิ้งย่างให้ทำกินเองบนระเบียงริมน้ำ นั่งย่างไปดูแม่น้ำไป · เช้าวันถัดมายังมีกิจกรรม ใส่บาตรพระริมน้ำ กับ ล่องเรือชมวิวรอบเกาะลัด ให้เลือกทำ · ใครชอบจังหวะช้าแบบต่างจังหวัดจริงๆ น่าจะถูกใจตรงนี้
"พักที่ริมน้ำมาหลายที่แล้วทั่วไทย แต่ Blue Ozone คือที่ที่นึกถึงบ่อยที่สุดตอนกลับมานั่งอยู่หน้าจอในเมือง เช้าวันแรกตื่นเองโดยไม่มีนาฬิกาปลุก ไม่ใช่เพราะเสียงดัง แต่เพราะแสงเช้าบนแม่น้ำบางปะกงมันสวยจริงๆ แสงสีทองพาดผิวน้ำในมุมที่ไม่เคยเห็นที่ไหน นั่งมองอยู่บนระเบียงไม้สักเกือบชั่วโมงโดยไม่รู้สึกเบื่อ ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเลย มีเรือหางยาวผ่านมาคันหนึ่งมุ่งหน้าขึ้นไปตามน้ำ มีพระพายเรือไม้เล็กมาบิณฑบาตริมฝั่ง ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงเมือง มีแค่แม่น้ำและเสียงน้ำไหล เช้านั้นเช้าเดียวคุ้มกับระยะทางที่ขับมาจากกรุงเทพแล้ว ห้อง Garden Boat ที่จองไว้ต่างจากทุกที่ที่เคยพัก มันลอยอยู่จริงๆ มีการเคลื่อนไหวเบาๆ แทบไม่รู้สึก แต่พอนอนลงก็รู้ว่ากำลังอยู่บนน้ำ แค่นั้นก็ทำให้นอนหลับได้ง่ายกว่าปกติ เปิดประตูออกมาก็เจอแม่น้ำทันที ไม่มีล็อบบี้กั้น ไม่มีทางเดินยาว มีแค่กระดาน ราวจับ และบางปะกง ใช้บ่อทรายร้อนช่วงบ่ายวันที่สอง เสียงดูแปลกตอนได้ยินครั้งแรกและไม่แน่ใจว่าจะชอบ แต่พอฝังตัวลงในทรายอุ่นแล้วรู้สึกเลยว่ากล้ามเนื้อค่อยๆ คลายออก อุ่นซึมลึกต่างจากน้ำร้อนในอ่าง ทำซาวน่าโดมต่อแล้วมานอนดูแมลงปอบินวนอยู่บริเวณเดิมใกล้ขอบน้ำ นอนเฉยๆ นานเกือบชั่วโมงโดยไม่ทำอะไร ที่ที่มีสองอย่างนี้ทั้งบ่อทรายร้อนและซาวน่า บวกกับบรรยากาศริมน้ำ ในราคาระดับนี้ หาไม่ค่อยเจอ พนักงานจำเมนูอาหารเช้าวันแรกได้โดยไม่ต้องบอกซ้ำในวันที่สอง เจ้าของนั่งคุยด้วยตอนเย็น บอกว่าค้างคาวที่วัดโพธิ์จะออกมาจากทางไหนตอนพลบค่ำ เรื่องเล็กๆ แต่รู้สึกได้ว่าที่นี่ดูแลกันจริง ไม่ใช่แค่รับเงินแล้วปล่อยให้อยู่เอง วันที่สองตอนเช้าเดินไปวัดโพธิ์บางคล้าซึ่งอยู่แค่สามร้อยห้าสิบเมตรจากรีสอร์ท วัดเก่าอายุกว่าสองร้อยปีมีค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้เป็นร้อยๆ ตัวในเวลากลางวัน ได้เห็นแล้วรู้ว่าทำไมคนพูดถึงซ้ำๆ ไม่ใช่แค่ดูค้างคาว มันเป็นบรรยากาศวัดเก่าริมน้ำที่รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงจริงๆ ถ้าอยากออกจากกรุงเทพจริงๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนที่นอน ที่นี่ทำได้ จองห้องลอยน้ำถ้าว่าง เดินไปวัดตอนเช้า สั่งชุดปิ้งย่างคืนแรกนั่งกินริมน้ำดูพระอาทิตย์ตก แล้วจะเข้าใจเองว่าทำไมคนถึงกลับมาซ้ำ"
ทำเลคือของแถมที่ดีของบางคล้า · เดินจากรีสอร์ทแค่ ประมาณ 350 เมตรก็ถึงวัดโพธิ์บางคล้า วัดเก่าอายุกว่า 200 ปี ที่มีวิหารไม้โบราณและ ฝูงค้างคาวแม่ไก่หลายร้อยตัวเกาะต้นไม้ให้ดูตอนกลางวัน · ขับรถต่ออีกไม่ไกลถึง วัดสมานรัตนาราม ที่มีพระพิฆเนศปางนอนองค์ใหญ่ที่สุดในไทย (สูง 16 เมตร) · ส่วนตลาดบางคล้าริมน้ำก็อยู่ในระยะขับรถสั้นๆ เหมาะหาของกินเย็นๆ
บอกไว้ก่อนตามตรง — Blue Ozone ไม่ใช่โรงแรมเชนใหญ่ · เป็นรีสอร์ทครอบครัวที่เน้นบรรยากาศมากกว่าความหรู · มีแค่ 8 ห้องเลยเต็มเร็วมากช่วงวันหยุดยาวและเสาร์-อาทิตย์ · บางรีวิวบอกว่าห้องบางหลังเป็นสไตล์เก่าหน่อย และเสียงจากธรรมชาติ (นก แมลง เรือ) มีตลอด — ถ้าคุณคาดหวังความเงียบกริบแบบโรงแรมในเมือง อาจไม่ใช่ที่นี่ · แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศริมน้ำจริงๆ นี่คือจุดที่หลายคนกลับมาซ้ำ
เรื่องราคา · ห้องเริ่มประมาณ ฿3,000/คืน รวมอาหารเช้า ซึ่งถือว่าคุ้มสำหรับที่พักริมน้ำที่มีบ่อทรายร้อนและซาวน่าให้ใช้ · ห้องใหญ่อย่าง River President Suite หรือห้องลอยน้ำ Garden Boat ราคาจะขยับขึ้นไป · เนื่องจากที่พักไม่ได้ลงขายบนเว็บจองใหญ่อย่าง Trip/Agoda/Booking โดยตรง การจองมักทำผ่านช่องทางของรีสอร์ทเอง — แนะนำติดต่อล่วงหน้าหลายวัน โดยเฉพาะถ้าอยากได้ห้องลอยน้ำหรือช่วงวันหยุด
สรุปสั้นๆ — Blue Ozone เหมาะกับ คนกรุงเทพที่อยากหนีเมืองมาพักริมน้ำใกล้ๆ ขับรถชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง · ได้ครบทั้งระเบียงไม้ดูพระอาทิตย์ตก ห้องลอยน้ำแปลกใหม่ บ่อทรายร้อนกับซาวน่า และวัดดูค้างคาวเดินถึง · ถ้ามากันสองคนหรือครอบครัวเล็กเพื่อชาร์จแบตสุดสัปดาห์ ที่นี่ตอบได้พอดี — แค่จองให้ทันก่อนห้องเต็ม
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ ทุกห้องวิวแม่น้ำ ระเบียงไม้นั่งดูพระอาทิตย์ตกได้
- ✓ ห้องลอยน้ำ Garden Boat แปลกใหม่ หาที่อื่นยาก
- ✓ เจ้าของและพนักงานดูแลเป็นกันเอง เหมือนไปพักบ้านญาติ
- ✓ เดินถึงวัดโพธิ์บางคล้า ดูค้างคาวแม่ไก่ได้
- ! มีแค่ 8 ห้อง เต็มเร็วช่วงวันหยุด
- ! เป็นรีสอร์ทเล็ก ไม่ใช่โรงแรมเชน สิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด
- ! เสียงจากธรรมชาติ (นก แมลง เรือ) มีตลอดทั้งวัน
- ✓ บ่อทรายร้อนกับซาวน่าโดม เป็นจุดต่างที่หายากในรีสอร์ทเล็ก
- ✓ ราคารวมอาหารเช้าริมน้ำ คุ้มค่า
- ✓ บรรยากาศบางคล้าเงียบสงบ เหมาะหนีเมืองสุดสัปดาห์
- ✓ มีชุดปิ้งย่างริมน้ำกับล่องเรือชมวิวให้ทำ
- ! ห้องบางหลังสไตล์เก่า ไม่ได้ใหม่เอี่ยม
- ! ไม่มีลงขายบนเว็บจองใหญ่ ต้องติดต่อรีสอร์ทเอง
- ! เดินทางสะดวกที่สุดถ้ามีรถส่วนตัว
- 💡ถ้าอยากได้ห้องลอยน้ำ Garden Boat — มีแค่หลังเดียวและจองยากช่วงวันหยุด → ติดต่อรีสอร์ทล่วงหน้าหลายวันและถามว่าหลังนี้ว่างไหมก่อนวางแผนเดินทาง
- 💡ถ้ามาเพื่อบ่อทรายร้อน/ซาวน่า — เป็นบริการแยก ควรถามเงื่อนไขและเวลาเปิดตอนจอง → จะได้วางแผนคิวใช้บริการให้พอดีกับวันที่พัก
- 💡ถ้าไม่มีรถส่วนตัว — บางคล้าอยู่นอกตัวเมืองฉะเชิงเทรา รถสาธารณะมีจำกัด → เช็กเรื่องรถรับส่งหรือวางแผนเช่ารถ/แท็กซี่จากตัวเมืองไว้ก่อน