มีคำพูดเก่าของญี่ปุ่นว่า "อย่าเพิ่งพูดคำว่างดงาม จนกว่าจะได้เห็นนิกโก้" — เมืองในป่าสนซีดาร์อายุหลายร้อยปี ที่ซ่อนสุสานโชกุนหรูที่สุดในประเทศ น้ำตกสูงร้อยเมตร และทะเลสาบบนภูเขาไว้ห่างจากโตเกียวแค่ชั่วโมงครึ่ง
บอกเลยว่านิกโก้เป็นที่เที่ยวที่หลอกตาตั้งแต่ก้าวลงจากรถไฟ — คุณเดินผ่านเมืองเล็กๆ เงียบสงบ ข้ามสะพานแดงเหนือแม่น้ำที่น้ำใสจนเห็นก้อนหิน แล้วเลี้ยวเข้าป่าสนซีดาร์ที่ต้นไม้สูงปิดท้องฟ้า ทันใดนั้นก็เจอ ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ — สุสานของโทคุงาวะ อิเอยาสุ โชกุนผู้รวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่ง ทุกตารางนิ้วของศาลเจ้าหุ้มด้วยทองคำเปลว สีลงรัก และงานแกะสลักไม้นับหมื่นชิ้น — มันเป็นที่ที่ความศักดิ์สิทธิ์กับความวิจิตรอยู่ด้วยกันอย่างที่หาไม่ได้ที่อื่นในญี่ปุ่น
แต่นิกโก้ไม่ได้มีแค่ศาลเจ้า ขึ้นบัสไปบนเขาผ่านทางคดเคี้ยว อิโรฮะซากะ 48 โค้ง คุณจะเจอ น้ำตกเคกอน ที่ดิ่งลงหน้าผาสูง 97 เมตร และ ทะเลสาบชูเซ็นจิ ที่นอนนิ่งอยู่ระดับความสูง 1,269 เมตร เราเลือก 9 จุด ที่เล่าเรื่องนิกโก้ได้ครบที่สุด — ตั้งแต่กลุ่มมรดกโลกในเมือง ไปจนถึงธรรมชาติบนที่สูงที่หน้าหนาวขาวโพลนด้วยหิมะ
เรียงตามเส้นทางจริง — จากกลุ่มศาลเจ้ามรดกโลกในเมือง ขึ้นเขาสู่น้ำตกและทะเลสาบ
1
ลองนึกภาพ: คุณยืนหน้าประตูโยเมมง (Yomeimon) ที่ได้ฉายาว่า "ประตูที่มองดูได้ทั้งวันไม่เบื่อ" — ทุกซอกมุมแกะสลักเป็นมังกร สิงโต นักปราชญ์ ดอกไม้ และเด็กๆ รวมกว่า 500 ชิ้น ลงสีและปิดทองจนแทบไม่เห็นเนื้อไม้ ศาลเจ้าโทโชกุสร้างเพื่อประดิษฐานวิญญาณของโทคุงาวะ อิเอยาสุ โชกุนผู้รวมญี่ปุ่นและเปิดยุคเอโดะ หลานของท่านทุ่มทรัพย์มหาศาลขยายให้กลายเป็นศาลเจ้าที่วิจิตรที่สุดในประเทศ ทั้งซับซ้อนที่งานช่างและงดงามที่ความหมาย — เดินขึ้นบันไดหินผ่านเจดีย์ห้าชั้น ประตูโยเมมง ไปจนถึงสุสานบนเนินที่ต้องเดิน 200 กว่าขั้น
2
เคยสงสัยไหมว่าภาพลิงปิดตา ปิดปาก ปิดหูที่เห็นกันทั่วโลก มาจากที่ไหน — ต้นฉบับอยู่ที่โทโชกุนี่เอง แกะสลักไว้บนผนังคอกม้าศักดิ์สิทธิ์ (Shinkyusha) เป็นส่วนหนึ่งของชุดภาพแปดแผงที่เล่าวงจรชีวิตคนผ่านลิง — แผงลิงสามตัวสื่อคำสอนว่า "อย่าดู อย่าพูด อย่าฟังสิ่งชั่วร้าย" อีกงานที่คนตามหาคือ "แมวหลับ" (Nemuri-neko) งานแกะสลักจิ๋วเหนือทางเข้าสู่สุสาน ฝีมือ Hidari Jingoro ช่างในตำนาน — เล็กจนหลายคนเดินผ่านโดยไม่ทันสังเกต มองหาป้ายชี้ก่อนถึงบันไดขึ้นสุสาน
3
นี่คือภาพแรกที่คนส่วนใหญ่เห็นเมื่อเดินเข้าเขตศาลเจ้า — สะพานไม้โค้งทาสีแดงชาดสด พาดข้ามแม่น้ำไดยะที่น้ำเขียวใสไหลผ่านโขดหิน มีตำนานเล่าว่าพระสงฆ์ Shodo Shonin ผู้ก่อตั้งศาสนสถานนิกโก้ในศตวรรษที่ 8 ข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกรากไม่ได้ จนเทพเจ้าส่งงูสองตัวมาขดเป็นสะพานให้ — ชินเคียวจึงนับเป็นหนึ่งในสามสะพานงดงามที่สุดของญี่ปุ่น ถ่ายรูปจากริมฝั่งฟรี ถ้าอยากเดินขึ้นไปบนสะพานต้องจ่ายค่าเข้าราว ¥300 ช่วงใบไม้แดงปลายตุลาคมที่ภูเขาหลังสะพานเปลี่ยนสี เป็นช่วงที่สวยที่สุด
4
ก่อนจะมีศาลเจ้าโทโชกุ นิกโก้เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาบนภูเขามากว่าพันปี และวัดรินโนจิคือหัวใจของยุคนั้น ไฮไลต์คือวิหาร ซันบุตสึโด (Sanbutsudo) วิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในนิกโก้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำสามองค์สูงกว่า 7 เมตร ตัวแทนเทพเจ้าแห่งภูเขาทั้งสามลูกของนิกโก้ ยืนอยู่ในห้องสลัวที่กลิ่นธูปลอยอบอวล — เป็นภาพที่ทำให้คนเงียบลงโดยอัตโนมัติ ใกล้กันมีสวนญี่ปุ่น โชโยเอ็น (Shoyoen) ที่ออกแบบรอบบ่อน้ำ เดินวนชมได้สบายๆ สวยมากช่วงใบไม้แดง
5
เอาจริงๆ คนส่วนมากมาโทโชกุแล้วรีบกลับ ไม่ทันรู้ว่าเดินต่ออีกไม่กี่นาทีคือศาลเจ้าฟุตาราซัง — ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในนิกโก้ ก่อตั้งราวปี 767 บูชาเทพเจ้าแห่งภูเขาทั้งสามลูก (Nantai, Nyoho, Taro) ที่เป็นต้นกำเนิดความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่นี้ บรรยากาศต่างจากโทโชกุอย่างชัดเจน — เงียบ ร่มครึ้ม ไม่อลังการแต่ขลัง มีต้นซีดาร์ยักษ์ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และทางเดินหินปูพื้นนุ่มด้วยมอส คนญี่ปุ่นมาขอพรเรื่องคู่ครองและโชคลาภที่นี่เป็นพิเศษ เข้าเขตหลักฟรี (บางจุดในมีค่าเข้าเล็กน้อย)
6
แอบกระซิบว่าถ้าอยากหนีฝูงคนรอบศาลเจ้า ที่นี่คือคำตอบ — คันมังกาฟุจิคือหุบเขาเล็กๆ ที่แม่น้ำไดยะไหลผ่านโขดหินภูเขาไฟ ริมเส้นทางเดินยาวราว 100 เมตร มีพระจิโซหินเกือบ 70 องค์เรียงเป็นแถว แต่ละองค์สวมหมวกถักและผ้ากันเปื้อนสีแดงที่ชาวบ้านนำมาถวาย จิโซคือพระโพธิสัตว์ผู้คุ้มครองเด็กและนักเดินทาง คนเรียกแถวนี้ว่า "บาเกะจิโซ" (พระผี) เพราะมีตำนานว่านับจำนวนกี่ครั้งก็ได้ตัวเลขไม่เท่ากัน บรรยากาศสงบ ขรึม โดยเฉพาะช่วงใบเมเปิลแดงตัดกับหินมอสเขียว — ไม่มีค่าเข้า เดินสบายๆ
7
เคยเจอน้ำตกที่เสียงดังจนต้องตะโกนคุยกันไหม — เคกอนเป็นแบบนั้น น้ำจากทะเลสาบชูเซ็นจิดิ่งลงหน้าผาหินภูเขาไฟสูง 97 เมตรเป็นสายเดียว กระทบพื้นเป็นละอองฟุ้งทั้งหุบเขา จุดชมวิวด้านบนดูฟรี แต่ถ้าอยากเห็นเต็มสายให้ลงลิฟต์ลึกเกือบ 100 เมตรไปจุดชมวิวด้านล่างที่อยู่ระดับฐานน้ำตก ค่าลิฟต์ราว ¥570–600 คุ้มมาก เพราะได้ยืนตรงหน้าและรู้สึกถึงแรงน้ำ ช่วงสวยที่สุดคือกลางถึงปลายตุลาคมที่ใบไม้รอบหน้าผาแดงฉาน และหน้าหนาวที่น้ำบางส่วนแข็งเป็นน้ำแข็ง
8
ทะเลสาบชูเซ็นจิเกิดจากลาวาภูเขาไฟ Nantai ปิดกั้นหุบเขาเมื่อราว 20,000 ปีก่อน ทำให้กลายเป็นทะเลสาบบนที่สูง 1,269 เมตร — อากาศที่นี่เย็นกว่าในเมืองนิกโก้หลายองศา ฤดูร้อนคนหนีร้อนมาพักผ่อน ฤดูใบไม้ร่วงทั้งหุบสีแดงทอง การขึ้นมาต้องผ่าน ทางอิโรฮะซากะ ถนนคดเคี้ยว 48 โค้ง (ตั้งชื่อตามตัวอักษรญี่ปุ่นโบราณ 48 ตัว) ที่ไต่ระดับขึ้น 440 เมตร — แต่ละโค้งมีหมายเลขกำกับ ตัวถนนขาขึ้นกับขาลงแยกเป็นคนละเส้น ใกล้ทะเลสาบยังมีกระเช้า Akechidaira Ropeway ขึ้นจุดชมวิวที่เห็นทั้งน้ำตกเคกอนและทะเลสาบในเฟรมเดียว
9
ถ้าคุณชอบเดินมากกว่าต่อแถวถ่ายรูป เลยทะเลสาบชูเซ็นจิขึ้นไปอีกหน่อยคือ เซ็นโจกาฮาระ ที่ราบชุ่มน้ำกว้างใหญ่บนความสูงราว 1,400 เมตร ชื่อแปลว่า "ทุ่งสนามรบ" จากตำนานเทพเจ้าภูเขาสองลูกสู้กัน มีทางเดินไม้ยกพื้น (boardwalk) ตัดผ่านทุ่งหญ้าและบึง เดินสบายไม่ชัน เห็นภูเขา Nantai เป็นฉากหลัง ระหว่างทางจากชูเซ็นจิขึ้นมายังผ่าน น้ำตกริวซุ (Ryuzu) ที่น้ำไหลซอยผ่านโขดหินเป็นรูปหัวมังกร — สวยเป็นพิเศษช่วงใบไม้แดงต้นตุลาคม เส้นทางนี้เหมาะกับคนค้างคืนที่นิกโก้และอยากใช้วันเต็มบนเขา
นิกโก้แบ่งเป็นสองโซนชัดเจน — กลุ่มศาลเจ้าในเมือง และธรรมชาติบนเขา
โทโชกุ · รินโนจิ · ฟุตาราซัง · สะพานชินเคียว ทั้งหมดอยู่ใกล้กันในระยะเดิน นั่งบัสจาก Tobu-Nikko ~10 นาที ลงป้าย Shinkyo แล้วเดินขึ้นเขาผ่านป่าซีดาร์ เดินครบทั้งกลุ่มใช้เวลา 3–4 ชั่วโมง รวมเวลาชมงานแกะสลักที่โทโชกุอย่างละเอียด
แนวพระจิโซริมแม่น้ำไดยะอยู่ห่างจากกลุ่มศาลเจ้าเดินราว 20–30 นาที เป็นจุดสงบเงียบเหมาะพักจากฝูงคน ถ้าเหนื่อยนั่งแท็กซี่สั้นๆ ได้ จับคู่กับกลุ่มศาลเจ้าเป็นโปรแกรมวันเดียวกำลังดี
นั่งบัสจากเมืองขึ้นทางอิโรฮะซากะ 48 โค้ง ~45–50 นาที ถึง Chuzenji Onsen เดินไปน้ำตกเคกอนได้ ขึ้นกระเช้า Akechidaira ชมวิว และล่องเรือ/เดินเลียบทะเลสาบ เหมาะกับคนค้างคืนเพราะไป-กลับใช้เวลามาก
น้ำตกริวซุ ที่ราบเซ็นโจกาฮาระ และออนเซ็นยุโมโตะอยู่สูงขึ้นไปจากทะเลสาบ มีทางเดินไม้ยกพื้นเชื่อมกัน เดินครบ 2–3 ชั่วโมง เหมาะกับคนค้างนิกโก้สองคืนและอยากใช้วันเต็มกับธรรมชาติ ดูแพลนเที่ยวนิกโก้แบบเต็มวัน →