นอกจากน้ำตกที่คนทั้งโลกรู้จัก ไนแอการายังเป็นเขตปลูกองุ่นและผลไม้ที่ดีที่สุดของแคนาดา — ที่นี่คือบ้านของไอซ์ไวน์ในตำนาน พีชหวานฉ่ำกลางฤดูร้อน และไวน์ VQA จากไร่ที่ทอดยาวริมทะเลสาบ 8 เมนูที่ต้องลองในดินแดนไวน์
คนส่วนใหญ่มาไนแอการาเพื่อดูน้ำตก — แต่พลาดไปถ้าไม่ได้กิน เพราะภูมิภาคนี้คือ "fruit belt" ของออนแทรีโอ ดินและอากาศริมทะเลสาบออนแทรีโอเหมาะกับการปลูกองุ่นและผลไม้ที่สุดในแคนาดา ทำให้ไนแอการากลายเป็นแหล่งผลิตไอซ์ไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นดินแดนไวน์ VQA คุณภาพดี เมือง Niagara-on-the-Lake ที่อยู่ห่างน้ำตกไป 20 นาทีเต็มไปด้วยไวน์เนอรี่ ร้านอาหาร farm-to-table และสวนผลไม้
บอกตรงๆ ว่าราคาในย่านน้ำตก (Clifton Hill) แพงและจัดเพื่อนักท่องเที่ยว — มื้อนั่งทานทั่วไปอยู่ที่ CAD 25–40 ต่อคน และมื้อค่ำในไวน์เนอรี่พุ่งไป CAD 50–90 อย่าลืมบวกภาษี HST 13% กับทิป 15–18% (บวกในใจประมาณ 30%) แต่ถ้าออกจากย่านน้ำตกไปกินในเมือง Niagara Falls หรือ St. Catharines จะถูกกว่ามาก เราเลือก 8 เมนู ที่บอกว่าไนแอการากินอะไร — เริ่มจากของที่ทำให้ภูมิภาคนี้ดัง
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ของดินแดนไวน์ — เมนูที่เล่าเรื่องไร่องุ่นและสวนผลไม้
1
นี่คือสิ่งที่ทำให้ไนแอการาดังไปทั่วโลก — ไอซ์ไวน์ทำจากองุ่นที่ปล่อยให้แช่แข็งคาต้นในฤดูหนาว แล้วเก็บเกี่ยวและบีบตอนยังแข็งจัด น้ำองุ่นที่ได้จึงเข้มข้นและหวานจัดเป็นพิเศษ ไนแอการาเป็นแหล่งผลิตไอซ์ไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รสหวานเหมือนน้ำผึ้งผสมผลไม้ ดื่มเย็นในแก้วเล็ก ลองคู่ชีสหรือฟัวกราส์ ไวน์เนอรี่อย่าง Inniskillin (ผู้บุกเบิกไอซ์ไวน์แคนาดา) จัด tasting ให้ชิม เป็นทั้งของฝากและประสบการณ์ที่ห้ามพลาด
2
VQA (Vintners Quality Alliance) คือตรารับรองว่าไวน์ทำจากองุ่นออนแทรีโอ 100% — เป็นมาตรฐานคุณภาพของไวน์แคนาดา ไนแอการาผลิตทั้งไวน์ขาว (Riesling, Chardonnay) และไวน์แดง (Cabernet Franc, Pinot Noir) ที่คนทั่วโลกยอมรับ ไวน์เนอรี่กว่า 80 แห่งกระจายอยู่ในภูมิภาค หลายที่มีร้านอาหารพร้อมวิวไร่องุ่น ลองสั่งไวน์ท้องถิ่นคู่มื้อค่ำ หรือทำ wine tour เที่ยวหลายเจ้าในวันเดียว — เป็นวิธีกินดื่มที่ดีที่สุดของที่นี่
3
ขนมประจำรัฐออนแทรีโอที่ทุกบ้านมีสูตรของตัวเอง — แป้งทาร์ตกรอบใส่ไส้เนย น้ำตาลทรายแดง ไข่ และน้ำเชื่อม อบจนผิวเป็นคาราเมลแต่กลางยังนุ่มเหนียว สงครามที่ไม่มีวันจบคือ "ใส่ลูกเกดหรือไม่ใส่" หวานจัดแต่กินคู่กาแฟดำหรือไวน์หวานเข้ากันมาก หาได้ตาม bakery และร้านขนมในเมือง Niagara-on-the-Lake และตลอดเส้นทางไวน์ ลองเทียบหลายร้านแล้วจะมีร้านโปรด
4
เมนูประจำออนแทรีโอที่เกิดที่โตรอนโต — เบคอนสันนอกหมูที่ไม่รมควัน แต่คลุกแป้งข้าวโพดเหลือง ทอดบนกระทะจนขอบกรอบ แล้วยัดในขนมปังนุ่มๆ เนื้อแน่นกว่าเบคอนทั่วไป รสเค็มกำลังดี ไม่มันเลี่ยน ไนแอการาอยู่ในออนแทรีโอจึงหาแซนด์วิชนี้ได้ตามร้าน brunch และคาเฟ่ทั่วเมือง เป็นมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันแบบออนแทรีโอแท้ๆ เติมมัสตาร์ดเหลืองนิดหน่อยแล้วกิน
5
ไนแอการาคือเขตปลูกผลไม้สำคัญของออนแทรีโอ — พีชหวานฉ่ำที่ดีที่สุดอยู่ช่วงปลายก.ค.–ก.ย. นอกจากนี้มีเชอร์รี พลัม แอปเปิล และองุ่น ตลาดริมทางและสวนแบบ pick-your-own ให้คุณเก็บผลไม้สดเองระหว่างขับรถเที่ยว ลองพีชสดกัดทั้งลูก หรือพายพีช ไอศกรีมพีช และไซเดอร์ผลไม้ตามร้าน เป็นรสหวานธรรมชาติที่บอกว่ามาถูกฤดูแล้ว ถ้ามานอกฤดู ลองแยม ไซเดอร์ และผลไม้แช่แข็งแทน
6
วิธีปรุงปลาแบบดั้งเดิมของอเมริกาเหนือ — วางเนื้อแซลมอนบนแผ่นไม้ซีดาร์แล้วย่าง ไม้ที่ร้อนจะให้กลิ่นควันหอมๆ ซึมเข้าเนื้อปลา เป็นเมนูที่ร้านอาหาร farm-to-table และไวน์เนอรี่ในภูมิภาคชอบทำ มักเสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาลและซอสที่ใช้ผลไม้ท้องถิ่น เข้าคู่กับไวน์ขาว Riesling ของไนแอการาได้ดีมาก เป็นมื้อค่ำที่เบาแต่มีรสมิติ และเป็นทางเลือกดีถ้าไม่อยากกินเนื้อแดง
7
ไม่ได้มีแต่ไวน์ — ไนแอการายังมีวงการคราฟต์เบียร์ที่กำลังโต โรงเบียร์อย่าง Silversmith Brewing (ในโบสถ์เก่าที่ Virgil) และ Niagara Oast House Brewers ทำเบียร์เองในภูมิภาค บางที่ใช้ผลไม้ท้องถิ่นอย่างพีชและเชอร์รีมาทำ fruit beer สั่งชุดชิม (flight) มาลองหลายแบบ บรรยากาศ taproom เป็นกันเอง เป็นทางเลือกที่เบากระเป๋ากว่าไวน์เนอรี่ และเหมาะกับคนที่ไม่ดื่มไวน์ แวะช่วงบ่ายระหว่างเที่ยว
8
ขนมแคนาดาที่เด็กทุกคนรู้จัก — แป้งทอดรีดแบนยาวคล้ายหางบีเวอร์ ทอดสดร้อนๆ แล้วโรยหน้าตามชอบ ตั้งแต่น้ำตาลอบเชยแบบคลาสสิก ถึง Nutella กล้วย และ Reese's ที่ย่านน้ำตกไนแอการา (Clifton Hill) มีร้าน BeaverTails ให้กินสดๆ ระหว่างเดินเที่ยว ชิ้นใหญ่หวานจัดเหมาะแบ่งกัน เป็นของกินเล่นแคนาดาแท้ๆ ที่ราคาเบาและสนุก โดยเฉพาะกินอุ่นๆ ในวันที่อากาศเย็น
ไนแอการากระจายเป็นหลายเมือง — นี่คือที่ที่ของกินและของดื่มอยู่
หัวใจของดินแดนไวน์ — เมืองเล็กสวยริมทะเลสาบที่เต็มไปด้วยไวน์เนอรี่ ร้านอาหาร farm-to-table ร้านขนม และ bakery บัตเตอร์ทาร์ต ไวน์เนอรี่ดังอย่าง Inniskillin และ Peller อยู่แถบนี้ เดินถนนหลัก Queen Street ชิมไวน์ ของหวาน และของฝาก เหมาะทำ wine tour และเป็นที่ที่อาหารดีที่สุดของภูมิภาค
ย่านสีสันจัดติดน้ำตก เต็มไปด้วยร้านอาหารเชน ร้าน fast food BeaverTails และร้านวิวน้ำตก สะดวกแต่ราคาแพงและจัดเพื่อนักท่องเที่ยว เหมาะกินของกินเล่นอย่าง BeaverTails ระหว่างเดินเที่ยว แต่ถ้าอยากกินมื้อจริงดีๆ ออกไปกินที่ Niagara-on-the-Lake หรือในเมืองคุ้มกว่า
โซนไวน์อีกแห่งทางตะวันตกของภูมิภาค บรรยากาศชนบทเงียบกว่า Niagara-on-the-Lake ไวน์เนอรี่บนเนินเขาพร้อมวิวไร่องุ่น ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากสวนรอบๆ เหมาะกับคนที่อยากหนีฝูงนักท่องเที่ยวและดื่มไวน์ในบรรยากาศสงบ มีหมู่บ้าน Jordan ที่น่ารักให้เดินเล่น
ถ้าอยากกินถูกและจริงกว่าย่านท่องเที่ยว ออกมาในเมือง — St. Catharines เมืองใหญ่ของภูมิภาคมีร้านอาหารหลากหลายราคาท้องถิ่น และเมือง Niagara Falls (นอกย่าน Clifton Hill) มีร้าน brunch ทำ peameal bacon และคาเฟ่ราคาปกติ เป็นที่ที่คนท้องถิ่นกินจริง
ราคาโดยประมาณต่อคน — ยังไม่รวมภาษี HST 13% และทิป 15–18%
มีพอสมควรในร้านไวน์เนอรี่และ farm-to-table ใน Niagara-on-the-Lake ที่ใช้ผักตามฤดูกาล ผลไม้สดและพีชเป็นมิตรกับวีแกน แต่บัตเตอร์ทาร์ตและ BeaverTails มีเนย/ไข่ ย่านน้ำตกมีตัวเลือกน้อยกว่า ใช้ HappyCow ช่วยหา
ราคาเมนูไม่รวมภาษี HST 13% ของออนแทรีโอ ทิป 15–18% ในร้านบริการเสิร์ฟ บวกในใจประมาณ 30% จากราคาที่เห็น ร้าน fast food, รถขาย BeaverTails และซื้อกลับไม่บังคับทิป
ถ้าจะชิมไวน์หลายเจ้า อย่าขับเอง — กฎหมายเมาแล้วขับของแคนาดาเข้มงวด จองทัวร์ที่มีรถรับส่ง หรือใช้รถเช่าพร้อมคนขับ ทำให้ดื่มได้สบายใจ และครอบคลุมไวน์เนอรี่หลายแห่งในวันเดียว
พีชและผลไม้สดที่ดีที่สุดอยู่ช่วงปลายก.ค.–ก.ย. องุ่นเก็บเกี่ยวก.ย.–ต.ค. ไอซ์ไวน์ผลิตหน้าหนาวแต่ชิมได้ทั้งปี ถ้ามานอกฤดูผลไม้ ยังมีแยม ไซเดอร์ และผลไม้แช่แข็งให้ลอง
ไนแอการาคือดินแดนไวน์ที่ดีที่สุดของแคนาดา — จอง wine tour และทัวร์ชิมไวน์ล่วงหน้า ทัวร์พาเที่ยวไวน์เนอรี่ 3–4 แห่งใน Niagara-on-the-Lake พร้อม tasting ไอซ์ไวน์ และมีรถรับส่งให้ดื่มได้ไม่ต้องขับ
จอง Wine Tour ไนแอการา บน Klook →