หน้าแรก คาวากุจิโกะ ญี่ปุ่น ยามานาชิ เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  เอเชีย  ›  ญี่ปุ่น  ›  คาวากุจิโกะ  ›  ที่เที่ยว
🗻 ที่เที่ยวคาวากุจิโกะ · 2026

คาวากุจิโกะมีมากกว่าภูเขาไฟฟูจิ
เจดีย์ชูเรโต บ่อน้ำใส 8 แห่ง รถไฟเหาะสุดขั้ว — ทะเลสาบที่ไม่มีเวลาว่าง

ลองนึกภาพตื่นมาเช้าแล้วมองออกไปจากห้องพัก — ฟูจิลอยอยู่กลางน้ำยามแสงแดดเริ่มส่อง เย็นสลัว เงียบ และสวยจนไม่อยากหลับตาอีก นั่นคือสิ่งที่ทำให้คนกลับมาที่นี่ซ้ำสองครั้ง สามครั้ง

ทำไมต้องมาที่นี่

ทะเลสาบที่ฟูจิมองลงมาหาเราตลอดเวลา

บอกเลยว่าคาวากุจิโกะเป็นสถานที่ที่ภาพถ่ายไม่โกหก — แต่ก็ไม่ได้บอกทุกเรื่อง ภาพเจดีย์ชูเรโตกับซากุระหน้าฟูจิที่คุณเคยเห็นผ่านโซเชียล มันสวยจริง แต่พอขึ้นบันได 400 ขั้นไปถึงจุดนั้นเช้าตรู่ก่อนฝูงชนมา แล้วยืนอยู่กับเงียบ ลมเย็น กลิ่นซากุระลอยมา ฟูจิสีขาวตัดฟ้าคราม — นั่นคนละเรื่องกับภาพที่ดูบนมือถือ

คาวากุจิโกะไม่ได้มีแค่มุมถ่ายรูป ที่นี่มี โอชิโนะ ฮักไก — บ่อน้ำใสราวแก้ว 8 แห่งที่ทำให้คุณมองเห็นก้อนกรวดก้นบ่อได้ทั้งๆ ที่ลึกหลายเมตร มีหมู่บ้านแบบยุโรปที่ซ่อนอยู่ในป่า มีรถไฟเหาะสุดขั้วที่ Fuji-Q ที่โด่งดังทั่วโลก และมีกระเช้าเทนโจที่ใน 3 นาทีคุณขึ้นไปอยู่เหนือเส้นต้นไม้กับวิวฟูจิกว้างสุดตา เราเลือก 9 สถานที่และกิจกรรม ที่บอกเล่าคาวากุจิโกะได้ครบ

ที่เที่ยวเด่น

9 ไฮไลต์ ที่ต้องไปให้ครบ

เรียงตามสิ่งที่คนที่ไปแล้วพูดถึงมากที่สุด — ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป

เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) คาวากุจิโกะ — เจดีย์ห้าชั้นสีขาวตัดกับต้นซากุระสีชมพู ภูเขาไฟฟูจิยอดหิมะเป็นฉากหลัง 1
เจดีย์ชูเรโต (忠霊塔 Chureito Pagoda)
400 ขั้น · ภาพที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น · เข้าฟรี

เคยถามตัวเองไหมว่าทำไมภาพเจดีย์ขาวคู่ฟูจิถึงติดใจทุกคนขนาดนั้น — เพราะมันเป็นภาพที่รวม "ญี่ปุ่นสามรูปแบบ" ไว้ในเฟรมเดียว: สถาปัตยกรรมดั้งเดิม ธรรมชาติสีขาว และฤดูกาลที่เปลี่ยนตัวเองให้สวยงาม เจดีย์ชูเรโตตั้งอยู่ในบริเวณศาลเจ้าอาราคุรายามะ เซ็นเง็น (Arakurayama Sengen) ที่เมืองฟูจิโยชิดะ ขึ้นบันได 400 ขั้นจากโทริอิสีแดง เส้นทางสีเขียวชื้น กลิ่นสนสดๆ เมื่อขึ้นถึงชั้นดาดฟ้า สิ่งที่รอคุณอยู่คือฟูจิเต็มหน้า บันไดหินเรียงลงมา และท้องฟ้ากว้าง — ถ้ามาช่วงซากุระ (กลางเมษายน) ต้นซากุระเรียงอยู่สองข้างทาง สีชมพูโอบล้อมเจดีย์ขาวไว้ทุกด้าน ช่วงใบไม้ร่วง (ต้น–กลางพฤศจิกายน) ใบแดงสวยไม่แพ้กัน

การเดินทาง: รถไฟ Fujikyuko Line จากสถานีคาวากุจิโกะ → ชิโมโยชิดะ (~5 นาที) แล้วเดิน ~10 นาที ขึ้นบันได ~400 ขั้น
เปิดให้เข้าชม: ตลอด 24 ชั่วโมง · ไม่มีค่าเข้า
เวลาดีที่สุด: 06.00–08.30 น. ก่อนฝูงชนมา · ซากุระ ก.พ.–เม.ย. · ใบไม้แดง ต.ค.–พ.ย.
เคล็ดลับ: ถ้าฟ้าไม่ใสวันนี้ ไม่ต้องรีบขึ้น — รอเช้าวันพรุ่งนี้แทน ฟูจิชอบหลบเมฆบ่ายและวันอากาศชื้น เช็กดูก่อนออกเดินทาง
สวนโออิชิ (Oishi Park) คาวากุจิโกะ — ทุ่งดอกไม้สีสดริมทะเลสาบ ภูเขาไฟฟูจิสีขาวเป็นฉากหลังโปร่งใส 2
สวนโออิชิ (大石公園 Oishi Park)
ฝั่งเหนือทะเลสาบ · วิวฟูจิไม่มีสิ่งกีดขวาง · ฟรี

ถ้าจะถามว่าจุดไหนในคาวากุจิโกะที่ฟูจิดูใหญ่ที่สุดและชัดที่สุด — สวนโออิชิคือคำตอบ อยู่ฝั่งเหนือของทะเลสาบ ฟูจิอยู่ตรงหน้าโดยตรง ไม่มีภูเขาหรือต้นไม้ขวาง ในฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน) ทุ่งทิวลิปสีสดขับเน้นสีขาวของยอดฟูจิ ปลายมิถุนายน–กรกฎาคมเปลี่ยนเป็นลาเวนเดอร์ม่วงสวยมาก และในช่วงโคเชีย (ต้นตุลาคม) พุ่มทรงกลมสีแดงส้มเต็มพื้นที่ — สวนเดียวกันนี้สวยต่างกันตามฤดูกาล แต่ทุกฤดูมีฟูจิเป็นฉากหลังเหมือนกัน ติดกันคือ Kawaguchiko Natural Living Center ที่มีร้านค้าและของที่ระลึก

การเดินทาง: รถบัสสีแดง (Retro Bus) จากสถานีคาวากุจิโกะ ลงป้าย Oishi Park (~20 นาที)
เปิดให้เข้าชม: ตลอดเวลา · ไม่มีค่าเข้าชมสวน
ฤดูกาล: ทิวลิป เม.ย. · ลาเวนเดอร์ มิ.ย.–ก.ค. · โคเชีย ต.ค.
ฟูจิหัวกลับ (Sakasa Fuji) คาวากุจิโกะ — ภูเขาไฟฟูจิสะท้อนกลับหัวในน้ำนิ่งของทะเลสาบยามเช้า สีส้มทอง 3
Sakasa Fuji — ฟูจิหัวกลับ (逆さ富士)
สะท้อนน้ำยามเช้า · ไม่ต้องใช้ตั๋ว · ดูได้จากริมทะเลสาบ

เอาจริงๆ ว่านี่คือภาพที่คนบอกว่า "ถ่ายออกมาแล้วดูเหมือนโฟโต้ชอป" — ยามเช้าตรู่เมื่อน้ำในทะเลสาบนิ่งสนิท ไม่มีลม ฟูจิจะสะท้อนลงมาในน้ำอย่างคมชัดราวกับมีฟูจิอีกลูกอยู่ใต้น้ำ หัวกลับ — นั่นคือ Sakasa Fuji จุดที่ดีที่สุดคือฝั่งเหนือของทะเลสาบ บริเวณสวนโออิชิ หรือปลายท่าเรือที่โฮนโชัตกลางเมือง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 05.30–07.00 น. ก่อนลมยามเช้าพัดมาทำให้ผิวน้ำระบิ้ว ฤดูใบไม้ร่วงกับหน้าหนาวโอกาสเห็นสะท้อนชัดกว่าฤดูร้อน

จุดดูที่ดี: ริมน้ำฝั่งเหนือใกล้สวนโออิชิ หรือท่าเรือ Kawaguchiko กลางเมือง
เวลาที่ดีที่สุด: 05.30–07.00 น. · น้ำสงบที่สุดก่อนลมยามเช้า
ฟรี: เดินชมริมทะเลสาบไม่มีค่าใช้จ่าย
เคล็ดลับ: อากาศต้องใสและไม่มีลม — ถ้าได้ยินเสียงคลื่นเบาๆ แสดงว่าน้ำเริ่มระบิ้ว รีบถ่ายก่อนดีกว่า ถ้าพลาดเช้านี้ ลองใหม่พรุ่งนี้เช้า
โอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai) คาวากุจิโกะ — บ่อน้ำใสราวแก้วล้อมรอบบ้านทรงมุมญี่ปุ่นดั้งเดิม ภูเขาไฟฟูจิปรากฏในพื้นหลัง 4
โอชิโนะ ฮักไก (忍野八海 Oshino Hakkai)
บ่อน้ำใส 8 แห่ง · น้ำจากหิมะฟูจิที่ซึมผ่านหินลาวา 80 ปี · มรดกโลก UNESCO

ลองนึกภาพบ่อน้ำที่ใสจนมองเห็นก้อนหินก้นบ่อได้ชัดเจนทั้งๆ ที่ลึกหลายเมตร — นั่นคือโอชิโนะ ฮักไก น้ำในบ่อทั้ง 8 แห่งคือหิมะที่ตกบนยอดฟูจิแล้วซึมผ่านชั้นหินลาวาโพรัสใต้ดินนานกว่า 80 ปีจนผ่านการกรองตามธรรมชาติจนใส รอบๆ บ่อมีบ้านทรงมุมหลังคาฟางญี่ปุ่นดั้งเดิม (gassho-zukuri) เรียงอยู่ท่ามกลางต้นไม้สีเขียว ทำให้บรรยากาศโดยรวมรู้สึกเหมือนเข้าไปในภาพวาด ได้รับการรับรองจาก UNESCO เป็นส่วนหนึ่งของ Fujisan World Heritage Area ราคาเข้าชมบางบ่อเก็บค่าผ่าน 300–500 เยน แต่บางส่วนชมได้ฟรีจากทางเดินสาธารณะ

การเดินทาง: รถบัสสีเขียว (สาย F) จากสถานีคาวากุจิโกะ ประมาณ 30 นาที หรือแท็กซี่ ~¥2,000
เข้าชม: เปิดประมาณ 08.00–18.00 น. · บ่อบางแห่งเก็บค่าเข้า ¥300–500/คน
แนะนำ: ช่วงเช้าและวันธรรมดา ฝูงชนน้อยกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์มาก
กระเช้าเทนโจ (Mt Tenjo Ropeway) คาวากุจิโกะ — กระเช้าลอยเหนือทะเลสาบ ภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบสีน้ำเงินมองเห็นได้ชัดจากด้านบน 5
กระเช้าเทนโจ (天上山ロープウェイ Mt Tenjo Ropeway)
3 นาทีขึ้น · วิวฟูจิและทะเลสาบ 360° · ยอดเขา 1,075 เมตร

เคยสงสัยไหมว่าถ้าดูทะเลสาบจากข้างบนจะเห็นอะไรบ้าง — กระเช้าเทนโจตอบคำถามนั้นใน 3 นาที สถานีออกจากริมทะเลสาบฝั่งตะวันออก กระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาเทนโจที่ความสูง 1,075 เมตร จากจุดชมวิวด้านบนเห็นฟูจิเต็มหน้า ทะเลสาบคาวากุจิโกะยาวไปสุดสายตา และวันที่อากาศดีเห็นได้ถึง Fuji Five Lakes ทั้งห้าทะเลสาบ มีเส้นทางเดินป่าสั้นๆ บนยอดไปยัง Mt Mitsutoge ถ้าต้องการออกกำลังกายต่อหลังลงจากกระเช้า ออกจากสถานีฝั่งบนเดินลงมายังท่าเรือก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ตั๋ว: ¥1,000 ไปกลับ · ¥600 ขาเดียว · เด็ก ¥500/¥300 · Klook มีขาย
เวลา: 08.30–17.00 น. (ถึง 18.00 น. 20 ก.ค.–31 ส.ค.) · ทุก 5–10 นาที
จากสถานี: รถบัสสีแดงหรือเดินจากสถานีคาวากุจิโกะ ~20 นาที
แนะนำ: ซื้อตั๋วรวม (Rail & Rope Pass) กับ Fujikyuko Line จะคุ้มกว่าซื้อแยก ถ้ามีแผนนั่งรถไฟด้วย
Fuji-Q Highland สวนสนุก คาวากุจิโกะ — รถไฟเหาะสุดขั้วใต้เงาภูเขาไฟฟูจิ สวนสนุกสุดมันส์ฝั่งแดนตะวันออก 6
Fuji-Q Highland (富士急ハイランド)
สวนสนุกใต้เงาฟูจิ · Takabisha ชันที่สุดในโลก · ทั้งวัน

บอกตรงๆ ว่า Fuji-Q Highland เป็นสวนสนุกที่รู้สึกต่างจากที่อื่น — เพราะทุกครั้งที่คุณขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของรถไฟเหาะ ฟูจิอยู่ตรงหน้า ใกล้ขนาดนั้น สวนสนุกนี้ขึ้นชื่อเรื่องรถไฟเหาะสุดขั้ว: Takabisha มุมชันที่สุดในโลก 121° (ลงหัวเกือบตั้งฉากกับพื้น) · Eejanaika หมุน 14 แกน · Fujiyama สูง 79 เมตร เร็ว 130 กม./ชม. · Do-Dodonpa เร่งจาก 0 ถึง 172 กม./ชม. ใน 1.56 วินาที นอกจากนี้ยังมีโซน Thomas Land สำหรับเด็ก ซากุระแนวทางเข้าสวนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และ Fuji-Q เปลี่ยนเป็นสวนหิมะบางช่วงหน้าหนาว

ตั๋ว: ¥3,500–5,900 (Unlimited Ride Pass) · ซื้อล่วงหน้าผ่าน Klook ถูกกว่าหน้าประตู
เวลา: 09.00–19.00 น. (อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล) · ปิดวันพุธบางช่วง
การเดินทาง: รถไฟ Fujikyuko Line ลงสถานี Fujikyu-Highland โดยตรง
แนะนำ: จองตั๋วผ่าน Klook ล่วงหน้า ถูกกว่าซื้อที่ประตูและข้ามคิวได้เร็วกว่า วันธรรมดาคนน้อยกว่าวันหยุดมาก
Kawaguchiko Music Forest คาวากุจิโกะ — สวนสไตล์ยุโรปพร้อมโดมกระจกและดอกไม้สีสด ภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง 7
Kawaguchiko Music Forest (河口湖音楽と森の美術館)
หมู่บ้านยุโรปจิ๋ว · ออร์แกนอัตโนมัติโบราณ · วิวฟูจิจากสวน

เดินเข้ามาแล้วต้องหยุดถามตัวเองว่า "เพิ่งข้ามมาถึงยุโรปตอนไหน?" Kawaguchiko Music Forest คือพิพิธภัณฑ์ดนตรีที่ออกแบบให้ดูเหมือนหมู่บ้านในออสเตรียหรือสวิตเซอร์แลนด์ — อาคารหลังคาสูง ประตูไม้แกะสลัก สวนดอกไม้สีสดรายล้อม แต่สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดคือเครื่องดนตรีอัตโนมัติโบราณที่รวบรวมไว้ — ออร์แกนขนาดใหญ่ที่บรรเลงเองได้ กล่องดนตรีซับซ้อน เปียโนเล่นไม่ต้องใช้มือ มีการแสดง live ออร์แกนในหอประชุมที่ดูสวยงามมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากพักจากวิวฟูจิครึ่งวัน

ตั๋ว: ¥1,800 ผู้ใหญ่ · ¥1,200 เด็ก (นักเรียน) · เปิด 09.00–17.30 น.
การเดินทาง: รถบัสสีแดงลงป้าย Music Forest · หรือเดินจากสวนโออิชิ ~15 นาที
ปิดวัน: วันพุธ (อาจเปลี่ยน ควรตรวจก่อนไป)
ศาลเจ้าอาราคุรายามะ เซ็นเง็น (Arakurayama Sengen Shrine) คาวากุจิโกะ — โทริอิสีแดงและโคมไฟแดงเรียงเป็นแถว ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น 8
ศาลเจ้าอาราคุรายามะ เซ็นเง็น (浅間神社)
ทางขึ้นเจดีย์ชูเรโต · โคมแดงเรียงตลอดทาง · บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์

แอบกระซิบว่าหลายคนขึ้นไปเจดีย์ชูเรโตแล้วลืมหยุดดูสิ่งที่อยู่ตลอดเส้นทาง — ศาลเจ้าเซ็นเง็นเริ่มตั้งแต่โทริอิสีแดงที่โคนบันไดขึ้นไป โคมสีแดงแขวนเรียงทั้งสองข้างทาง ต้นซีดาร์ญี่ปุ่นอายุนับร้อยปีปกคลุมทางเดิน บรรยากาศมืดเย็นสลัว กลิ่นไม้เก่าและกำยาน เมื่อขึ้นไปถึงระดับกลาง มีสถาปัตยกรรมศาลเจ้าหลักที่ตกแต่งด้วยหินคาดสีแดง-ดำ รอบๆ มีโคมหินเรียงเป็นแถว ก่อนถึงชั้นเจดีย์มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบและเมืองได้ชัดเช่นกัน

การเดินทาง: เดิน ~10 นาที จากสถานีชิโมโยชิดะ · เป็นเส้นทางเดียวกับขึ้นชูเรโต
เข้าชม: ตลอดเวลา · ฟรี
เวลาดีที่สุด: เช้าตรู่หรือหลังพระอาทิตย์ตก บรรยากาศโคมไฟสวยงาม
ใบไม้แดงฤดูใบไม้ร่วงริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ — ต้นเมเปิ้ลสีแดงส้มเหลืองสะท้อนน้ำ ภูเขาไฟฟูจิในพื้นหลัง 9
ล่องเรือ เช่าจักรยาน & เดินเลาะริมทะเลสาบ
ชมฟูจิจากกลางน้ำ · เช่าจักรยานรอบทะเลสาบ 18 กม. · ช้าๆ ได้รสชาติที่สุด

เคยเจอไหม — ที่ดูสวยที่สุดไม่ใช่จุดชมวิวที่ทุกคนพูดถึง แต่เป็นการเดินช้าๆ ตามเส้นทางริมน้ำเลาะฝั่งทะเลสาบ มองฟูจิจากมุมที่เปลี่ยนไปทุกสิบก้าว ที่คาวากุจิโกะมีทางปั่นจักรยานรอบทะเลสาบระยะ 18 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5–2.5 ชั่วโมง เช่าจักรยานได้หน้าสถานีราคา ¥600–1,500 ขึ้นกับประเภท หรือถ้าอยากสบายขึ้น นั่งเรือหัวแพนด้า (Panda Pedal Boat) ออกกลางทะเลสาบ ¥2,000/30 นาที จะเห็นฟูจิสะท้อนกลับในน้ำจากมุมที่ไม่มีในรูปโปสการ์ด

เช่าจักรยาน: ¥600–1,500 ขึ้นกับประเภท · หน้าสถานีคาวากุจิโกะมีให้เช่าหลายร้าน
เรือ: ท่าเรือ Kawaguchiko เปิดประมาณ 09.00–17.00 น. · ¥700–2,000 ขึ้นกับประเภท
แนะนำ: เช้าวันที่สองหลังดูชูเรโตแล้ว — ทะเลสาบนิ่งและฝูงชนน้อย
🎫 จองกิจกรรม · Klook
จองตั๋ว Fuji-Q Highland & กระเช้าเทนโจล่วงหน้า

ซื้อผ่าน Klook ถูกกว่าราคาหน้าประตู ไม่ต้องรอคิว — ทั้ง Fuji-Q Highland Unlimited Pass, Mt Tenjo Ropeway, ทัวร์วันเดียวจากโตเกียว และกิจกรรมรอบทะเลสาบ Kawaguchi ครบจบที่เดียว

ดูกิจกรรมทั้งหมดบน Klook

ราคาและโปรโมชันเปลี่ยนตามช่วงเวลา ตรวจสอบก่อนจอง

จัดตาราง

แผนค้างคืน 1 คืน 2 วัน ที่ทดลองใช้แล้ว

เส้นทางนี้ครอบคลุมไฮไลต์หลักและมีเวลาพักสบายๆ — ไม่ต้องวิ่ง

วันที่ 1 — บ่ายถึงเย็น
ARRIVE · EXPLORE · ONSEN

เดินทางถึงสถานีคาวากุจิโกะช่วงบ่าย นั่งรถบัสสีแดงไปสวนโออิชิ เดินชมวิวฟูจิริมทะเลสาบ ถ่ายรูปกับดอกไม้ตามฤดู กลับมาเช็กอินที่พัก หาออนเซนที่มีวิวฟูจิ (Hotel Mifujien เปิดรับบุคคลภายนอก ¥1,200 ช่วง 13.00–21.00 น.) เย็นกินโฮโตนาเบะ (Hoto Nabe) เส้นอุด้งแบนในซุปมิโซเข้มข้น อาหารท้องถิ่นของยามานาชิ

เวลา: มาถึง 12.00–14.00 น. · เช็กอิน 15.00 น. · ออนเซน 17.00–19.00 น.
วันที่ 1 — คืน
REFLECTION · NIGHT VIEW

หลังอาหารเย็นเดินเล่นริมทะเลสาบ ถ้าคืนไหนดาวดีให้ลองหาจุดถ่ายรูปกลางคืน ฟูจิตัดกับดาวหรือแสงไฟเมืองสวยมาก จุดริมน้ำใกล้ท่าเรือ Kawaguchiko ตรงกลางเมืองดีที่สุด วางแผนตื่นเช้าพรุ่งนี้เพื่อไม่พลาดแสงเช้า

เวลา: หลังอาหาร ~20.00 น. · กลับพักไม่เกิน 22.00 น.
วันที่ 2 — เช้าตรู่
SAKASA FUJI · CHUREITO

ตื่น 05.30 น. ออกไปดู Sakasa Fuji ก่อนลมยามเช้า จากนั้นนั่งรถไฟ Fujikyuko ไปชิโมโยชิดะ เดินขึ้นบันได 400 ขั้นสู่ชูเรโต — ช่วงนี้ยังไม่มีฝูงชน ถ่ายรูปสบายๆ กลับมาที่ท่ารถไฟแล้วนั่งต่อไปโอชิโนะ ฮักไก

เวลา: ตื่น 05.30 น. · ชูเรโต 07.00–09.00 น. · โอชิโนะ 10.00–12.00 น.
วันที่ 2 — บ่าย
ROPEWAY · LAKESIDE · DEPART

กลับสถานีคาวากุจิโกะ นั่งรถบัสสีแดงไปขึ้นกระเช้าเทนโจ (¥1,000 ไปกลับ) วิวฟูจิจากด้านบนก่อนออกเดินทางกลับ ถ้ามีเวลาเช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสาบส่วนที่ยังไม่ได้เห็น หรือแวะซื้อของที่ระลึกที่ฮอนโช-ดอริ (Honcho-dori) ถนนช้อปปิ้งหลักใกล้สถานี

เวลา: กระเช้า 13.00–14.30 น. · ออกเดินทาง 15.00–16.00 น.
คำถามที่พบบ่อย

ก่อนไปคาวากุจิโกะ อ่านอันนี้ก่อนได้เลย

คาวากุจิโกะเที่ยวกี่วันดีและควรค้างคืนไหม?
ค้างคืนสักหนึ่งคืนกำลังดีที่สุด — บ่ายวันแรกเดินเล่นริมทะเลสาบ ขึ้นกระเช้าเทนโจ และแช่ออนเซนวิวฟูจิ เช้าวันที่สองไปเจดีย์ชูเรโตก่อน 09.00 น. แล้วต่อโอชิโนะ ฮักไก ถ้ามาวันเดียวก็ยังได้ แต่จะเหนื่อยหน่อยเพราะต้องเลือกระหว่างชูเรโตกับ Fuji-Q — ทั้งสองอยู่ต่างทิศ
เห็นภูเขาไฟฟูจิชัดที่สุดตอนไหน?
เช้าตรู่ก่อน 09.00 น. ของช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงหน้าหนาว (ต.ค.–ก.พ.) ฟ้าใสที่สุดและยอดมีหิมะปกคลุมสวย ฟูจิชอบหลบเมฆบ่ายมาก ควรเช็กสภาพอากาศวันก่อน ถ้าฟ้าไม่ใสอย่าเพิ่งขึ้นชูเรโต — รอรุ่งเช้าวันถัดไปแทน เพราะขึ้นบันได 400 ขั้นแล้วได้แต่หมอกนั้นน่าเสียดายมาก
เจดีย์ชูเรโตเดินทางอย่างไรจากสถานีคาวากุจิโกะ?
นั่งรถไฟสาย Fujikyuko Line จากสถานีคาวากุจิโกะไปลงสถานีชิโมโยชิดะ (Shimoyoshida) ประมาณ 5 นาที ค่าตั๋ว ¥220 จากนั้นเดินตามป้ายไปยังศาลเจ้าอาราคุรายามะ เซ็นเง็นประมาณ 10 นาที แล้วขึ้นบันได 400 ขั้นสู่เจดีย์ รวมเวลาจากสถานีคาวากุจิโกะราว 25–30 นาที ทางเดินขึ้นสะอาดและมีป้ายบอกทางชัดเจน
ทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวนโออิชิบานช่วงไหน?
ลาเวนเดอร์บานปลายมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม ช่วงเดียวกันนี้อากาศเริ่มร้อน แต่ดอกม่วงสะท้อนกับน้ำเงินฟ้าและขาวของฟูจิน่าถ่ายรูปมาก พอเข้าปลายกันยายน–ต้นตุลาคม สวนเปลี่ยนเป็นพุ่มโคเชียสีแดงสด — เป็นอีกซีซั่นที่ถ่ายรูปสวยไม่แพ้กัน ทิวลิปหลากสีจะบานช่วงเมษายนคู่กับซากุระ
ควรซื้อ Bus Pass คุ้มไหมสำหรับคาวากุจิโกะ?
ถ้าแผนครอบคลุมหลายจุดในสองวัน ซื้อ Retro Bus 2-day Pass ราคา ¥1,700 คุ้มมาก ครอบคลุมรถบัสสีแดง (เส้นทางเหนือทะเลสาบ ผ่านกระเช้าเทนโจ สวนโออิชิ Music Forest) และสีเขียว (โอชิโนะ ฮักไก ทะเลสาบ Saiko) ถ้ามาวันเดียวหรือแผนแน่นไม่กี่จุดเดียว ซื้อตั๋วรายเที่ยวก็พอ ¥200–400/เที่ยว
บทความที่เกี่ยวข้อง

วางแผนคาวากุจิโกะ ให้ครบทุกด้าน