ลูกเผือกชาเดิมพันธุ์ · โรลถั่วลิสงกรอบ-นุ่ม · ซุปลูกชิ้นปลาร้อนๆ — ทั้งหมดในตรอกเก่าที่โคมแดงสีส้มกำลังจุดรับพระอาทิตย์ตก
จิ่วเฟิ่นเป็นเหมืองทองเก่าที่กลายเป็นตรอกอาหารบนเขา — แคบ ชัน เต็มไปด้วยควันเตาและกลิ่นถั่วลิสงคั่ว ถนนจีซาน (Jishan Street) คือหัวใจหลัก: แผงขายของกินกว่า 100 แผงเรียงกันตลอดแนว ข้างหน้าเป็นทะเล ข้างบนเป็นเขา ช่วงเวลาทองคือช่วงบ่าย 15:00-17:00 ตอนที่โคมแดงเริ่มจุดและแสงอาทิตย์ตกลงมาทาหน้าตรอก
ปัญหาเดียวคือคนเยอะมาก โดยเฉพาะช่วง 14:00-19:00 ช่วงพีค — ถ้าอยากสบายขึ้นมาก่อน 11:00 หรือหลัง 20:00 จะได้ตรอกเกือบว่างและกินโดยไม่ต้องรอคิวนาน บางร้านดังขายหมดก่อนเย็นด้วย ฉะนั้นมาเช้าดีกว่าแน่ๆ
เมนูที่ขึ้นชื่อของเมือง — เรียงตามความเด็ดที่คนท้องถิ่นไปกินจริง
ซิกเนเจอร์จิ่วเฟิ่นเลยก็ว่าได้ — ลูกเผือกนึ่งสดๆ เนื้อหนึบกว่าเวอร์ชันที่ไหน เสิร์ฟร้อนในน้ำเชื่อมขิงหรือเย็นบนน้ำแข็งไส มีหลายสี: ม่วง (เผือก) ส้ม (มันหวาน) เขียว (มัทฉะ) เทา (งาดำ)
หนึ่งในของกินประหลาดที่กินแล้วเข้าใจทันที — แผ่นป๊อปเปี้ยหรือแผ่นแป้งบางๆ ห่อด้วยถั่วลิสงบดแห้งแบบหยาบ + ไอศกรีมวานิลลา 1-2 ลูก + ผักชีสดหั่น (ถ้าไม่ชอบบอกได้) กินตอนสดจะกรอบ-นุ่มในคำเดียวกัน
ของกินคลาสสิกที่คนในย่านนี้กินตั้งแต่เด็ก — น้ำซุปใสรสอ่อน ลูกชิ้นปลาเนื้อแน่ บางเจ้าใส่หมูสับหรือหมึกด้วย กินคู่กับเส้นหมี่หรือข้าวก็ได้ ถูก อิ่ม อุ่น
แป้งข้าวเหนียวผสมใบหญ้า (มักใช้ mugwort) สีเขียวอมเทา เนื้อนุ่มหนึบ ไส้มี 2 แบบ: เค็ม (หัวไชเท้าดอง+กุ้งแห้ง) หรือหวาน (ถั่วลิสงป่น+น้ำตาล) — เป็นขนมชาวฮากกาดั้งเดิมที่จิ่วเฟิ่นทำดีมาก
ลูกชิ้นพิเศษที่หาที่อื่นยาก — หมักกับกากเหล้าแดง (red yeast rice residue) ทำให้มีสีชมพูสด รสหวานอมเค็ม กลิ่นหอมเหล้าเล็กๆ เนื้อเด้งดีกว่าลูกชิ้นธรรมดา
ไข่ต้มที่นำไปตุ๋นซ้ำซ้ำหลายรอบในน้ำซุปเครื่องเทศจนผิวนอกแข็งเหนียวสีดำ ข้างในเนื้อยังนุ่ม รสเค็มหวานลึก กลิ่นพะโล้ เป็นของฝากยอดฮิตจิ่วเฟิ่นที่เก็บได้หลายวัน
ข้าวเหนียวผัดกับผักดองและหมูสามชั้น บรรจุในไม้ไผ่สดและนึ่งจนหอมกลิ่นไผ่ซึมเข้าข้าว แกะแล้วกินได้เลย — เหมาะถือเดินกินระหว่างเดินตรอก
โมจิข้าวเหนียวไส้เผือกบดหวาน คลุกถั่วลิสงป่นหรือแป้งต้าวอ่อน — คล้ายโมจิญี่ปุ่นแต่เนื้อหนักและหอมกว่า กินคู่กับชาในบ้านน้ำชาได้ดีมาก
ซาลาเปาไส้หมูป่าสับ — เนื้อแน่น มีกลิ่นเนื้อสัตว์ป่าเล็กน้อยที่ให้รสชาติลึกกว่าซาลาเปาธรรมดา แผงขายร้อนๆ กลิ่นหอมดึงคนเข้าแถวตลอด
ไม่ใช่ของกินเดี่ยวๆ แต่เป็นประสบการณ์ — ชาอูหลงหรือชาอีหมยกาน้ำชาดั้งเดิม บรรยากาศโคมแดง-บ้านไม้เก่าที่หลายคนบอกว่าคือแรงบันดาลใจ Spirited Away มีของว่างเบาๆ เสิร์ฟคู่ชา (เนื้อลิ้นจี่แช่น้ำผึ้ง โมจิ เมล็ดธัญพืช) วิวทะเลจากชั้น 3 สวยมาก
ย่านและตลาดที่ของกินอยู่ในรัศมีเดินถึง
ถนนแคบหลักของจิ่วเฟิ่น 100+ แผง — ลูกเผือก โรลถั่วลิสง ลูกชิ้นปลา เค้กหญ้า ซาลาเปาหมูป่า ไข่ดำ ของฝาก เรียงกันตลอดแนว ชันเล็กน้อยแต่เดินสบาย ช่วงบ่ายคนแน่นสุด
บันไดหินชันที่พาไปสู่บ้านน้ำชา A-Mei — วิวโคมแดงจากตรงนี้ถ่ายออกมาสวยที่สุด เวลา 15:00-18:00 แสงทองลงมาพอดี มีคาเฟ่และร้านชาเรียงทั้งสองข้าง
จุดนัดพบของบ้านน้ำชาหลายหลัง — วิว Keelung Islet ในระยะ 1 กม. โคมแดงห้อยระโยงระยาง ช่วงพลบค่ำบรรยากาศดีที่สุด ค่าชาสูงกว่าตรอกล่าง แต่ทิวทัศน์ถ่ายโพสต์ได้ทันที
เดินไปอีก 10 นาทีจากจิ่วเฟิ่น — เงียบกว่า คนน้อยกว่า มีร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆ และร้านขนมที่คนในพื้นที่ยังไปกินอยู่จริงๆ เหมาะถ้าอยากหนีฝูงชน
ร้านที่ขึ้นชื่อจนคนต่อคิว · ใส่ไว้ในแผนที่ก่อนไป
เปิดมาตั้งแต่ปี 1949 — เจ้าแม่ลูกเผือกจิ่วเฟิ่น อยู่ปลายตรอกสุดวิวทะเล ร้านทำลูกเผือกเองทุกวัน ไม่ใส่สารเติมแต่ง เลือกได้ว่าจะกินร้อน (น้ำเชื่อมขิง) หรือเย็น (น้ำแข็งไส) มีทั้ง 5 สี: เผือก มันหวาน มัทฉะ มันม่วง งาดำ Michelin Bib Gourmand
คู่แข่งคลาสสิกของ A-Gan Yi — อยู่กลางตรอกจีซาน เห็นคุณยายเจ้าของปั้นลูกเผือกอยู่หน้าร้านเกือบทุกวัน เป็นฉากถ่ายรูปในตัว ลูกเผือกมี 5 รสชาติ เนื้อหนึบดี ราคาใกล้เคียงกัน
ร้านน้ำชาในบ้านไม้เก่าหลายชั้น โคมแดงห้อยรอบนอก — หลายคนบอกว่าเป็นต้นแบบฉากในจิตวิญญาณสัตว์ในผืนน้ำ (Spirited Away) ชาอูหลงและชาอีหมยเสิร์ฟในกาชาแบบกงฝู มีของว่างชุดเล็กๆ วิวทะเลชั้น 3 สวยที่สุดในย่าน
ลูกชิ้นปลาหมักกากเหล้าแดงที่หาที่อื่นแทบไม่มี — สีชมพูสด รสหวานอมเค็ม เนื้อเด้ง น้ำซุปใสกลิ่นเบาๆ ของเหล้า กินได้เป็นชามเดี่ยวหรือเพิ่มเส้นหมี่
แผงดังสุดๆ ในตรอก — เค้กหญ้าฮากกาสีเขียวที่มักมีคิวยาว เจ้าของทำเองทุกเช้า ไส้เค็มรสดีมาก (หัวไชเท้าดองกับกุ้งแห้ง) ถ้าไปสายอาจขายหมด