🌏 จุดหมาย · ทั้งหมด 🇯🇵 ญี่ปุ่น · เนื้อหาเต็ม ช้อปปิ้งโตเกียว ย่านกินซ่า ร้านสะดวกซื้อ คำนวณงบเที่ยว 🍜 กิน-เที่ยว 🧭 คู่มือเตรียมตัว เกี่ยวกับเรา ติดต่อ 🇹🇭 ไทย🇬🇧 English🇨🇳 中文🇪🇸 Español🇫🇷 Français
🛍️ เตรียมตัวไปญี่ปุ่น · Tax-Free

ช้อปปิ้ง Tax-Free ญี่ปุ่น ลดภาษี 10% ยังไง + ระบบใหม่ 1 พ.ย. 2026

ช้อปที่ญี่ปุ่นแล้วได้คืนภาษี 10% จริงๆ แต่ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 วิธีขอลดภาษีจะเปลี่ยนไปทั้งหมด — หน้านี้สรุปทั้งระบบเดิม (หักหน้าร้าน) และระบบใหม่ (จ่ายก่อน ขอคืนที่สนามบิน) ให้เข้าใจในที่เดียว ก่อนคุณรูดบัตรเพลินที่ชิบุยะ

เริ่มตรงนี้

เข้าใจ Tax-Free ครั้งเดียว แล้วช้อปที่ญี่ปุ่นได้คืนภาษีคุ้มทุกบาท

เคยสงสัยไหมว่าทำไมป้าย "Tax-Free" ตามห้างกับร้านดรักสโตร์ที่ญี่ปุ่นถึงล่อตาล่อใจนัก? เอาจริงๆ มันคือส่วนลด 10% ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้คืนจากภาษีบริโภค (consumption tax) ของญี่ปุ่น — ซื้อของชิ้นเดิม แต่จ่ายน้อยลงทันที 10% แค่ทำตามขั้นตอนให้ถูก หน้านี้เราจะพาดูตั้งแต่ว่าใครได้สิทธิ์ ซื้ออะไรถึงเข้าเกณฑ์ ไปจนถึงวิธีขอลดภาษีทั้งสองแบบ

บอกตรงๆ ว่าจังหวะนี้สำคัญมาก เพราะญี่ปุ่นกำลังจะ เปลี่ยนระบบ Tax-Free ครั้งใหญ่ในวันที่ 1 พ.ย. 2026 ถ้าคุณไปก่อนวันนั้นจะเจอ ระบบเดิม คือหักภาษีให้ที่หน้าร้านเลย จ่ายราคาไม่รวมภาษีตั้งแต่ตอนซื้อ แต่ถ้าไปตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 เป็นต้นไปจะเป็น ระบบใหม่ ที่ต้องจ่ายราคาเต็มก่อน แล้วค่อยไปขอเงินภาษีคืนทีเดียวที่สนามบินตอนกลับ — คนละขั้นตอนกันเลย เราอธิบายทั้งสองแบบให้ครบด้านล่าง

💴
ลดภาษี 10%
ภาษีบริโภคญี่ปุ่น = 10% นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ยกเว้นเมื่อช้อปในร้าน Tax-Free
🧾
ขั้นต่ำ ¥5,000
ซื้อร้านเดียว วันเดียว รวมยอดก่อนภาษีให้ถึง ¥5,000 ขึ้นไป
🛂
ต้องมีพาสปอร์ต
พกพาสปอร์ตตัวจริง (สถานะ Temporary Visitor) ทุกครั้งที่ขอ Tax-Free
🔄
ระบบเปลี่ยน 1 พ.ย. 2026
จากหักหน้าร้าน → จ่ายก่อนแล้วขอคืนที่สนามบินด้วยตู้ KIOSK
📌
หมายเหตุ (อัปเดต มิ.ย. 2026): ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศของกรมสรรพากรญี่ปุ่น (NTA) และ JNTO เรื่องระบบใหม่ที่เริ่ม 1 พ.ย. 2026 กฎและรายละเอียด (เช่น วิธีรับเงินคืน จุดวางตู้ KIOSK) อาจปรับเพิ่มเติมก่อนวันเริ่มจริง ก่อนเดินทางทุกครั้ง เช็คกฎล่าสุดจากเว็บทางการหรือสอบถามที่ร้าน อีกที เพื่อความชัวร์
ใครได้ · ซื้ออะไรได้

เกณฑ์ Tax-Free — สินค้าทั่วไป vs ของสิ้นเปลือง

ของที่ซื้อแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เกณฑ์ขั้นต่ำต่างกันนิดหน่อย หลักคือต้องซื้อในร้านเดียวกัน วันเดียวกัน รวมยอดก่อนภาษีให้ถึงเกณฑ์ (เด็กที่ถือพาสปอร์ตเองก็ขอได้ ขอแค่เป็นนักท่องเที่ยวพำนักระยะสั้น)

ประเภทสินค้าตัวอย่างยอดขั้นต่ำ (ก่อนภาษี)เงื่อนไขพิเศษ
สินค้าทั่วไป
(General goods)
เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ของฝาก ของเล่น¥5,000 ขึ้นไปไม่มีเพดาน · ใช้/เปิดในญี่ปุ่นได้
ของสิ้นเปลือง
(Consumables)
เครื่องสำอาง ยา อาหาร ขนม เครื่องดื่ม วิตามิน¥5,000–¥500,000ระบบเดิม: ห่อปิดผนึก ห้ามเปิด/ใช้ในญี่ปุ่น
💡
จุดสำคัญ: หลายร้าน (โดยเฉพาะดรักสโตร์/ห้างใหญ่) ยอมให้ นับ general + consumables รวมกัน ให้ถึง ¥5,000 ได้ ต้องช้อปในร้านเดียวกัน วันเดียวกันเท่านั้น · ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 ระบบใหม่จะ เลิกเพดาน ¥500,000 ของ consumables และเลิกข้อกำหนดห่อปิดผนึก · สินค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ Tax-Free เช่น ค่าอาหารในร้าน ค่าโรงแรม ค่าบริการต่างๆ
ระบบเดิม · ถึง 31 ต.ค. 2026

ระบบเดิม — หักภาษีให้ที่หน้าร้าน จ่ายราคาไม่รวมภาษีตั้งแต่ตอนซื้อ

ถ้าคุณไปญี่ปุ่นก่อนวันที่ 1 พ.ย. 2026 จะเจอวิธีนี้ ง่ายตรงที่ลดภาษีให้ทันทีที่เคาน์เตอร์ ไม่ต้องไปขอคืนทีหลัง แต่มีเงื่อนไขเรื่องการห่อของสิ้นเปลือง

🛍️

1. เลือกร้าน Tax-Free

มองหาป้าย Japan Tax-Free Shop
  • ดูป้ายTax-Free / 免税
  • เคาน์เตอร์บางห้างมีจุดรวม
  • ยอดขั้นต่ำ¥5,000 ก่อนภาษี
🛂

2. ยื่นพาสปอร์ต

ตอนชำระเงินที่เคาน์เตอร์
  • ใช้พาสปอร์ตตัวจริง
  • สถานะTemporary Visitor
  • บันทึกผูกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
📦

3. รับของ + จ่ายลดภาษี

จ่ายราคาไม่รวมภาษีเลย
  • ส่วนลดหักภาษี 10% ทันที
  • Consumablesห่อปิดผนึก ห้ามเปิด
  • นำออกภายใน 30 วัน
⚠️
ข้อควรรู้ของระบบเดิม: ของสิ้นเปลือง (consumables) อย่างเครื่องสำอาง ยา อาหาร จะถูก ห่อปิดผนึกในถุงใส ห้ามแกะหรือใช้ระหว่างอยู่ในญี่ปุ่น ต้องเอาออกนอกประเทศภายใน 30 วัน ส่วนสินค้าทั่วไป (เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า) เปิดใช้ได้ตามปกติ · ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2025 ของที่ส่งพัสดุกลับประเทศแยกต่างหากไม่เข้าเกณฑ์ Tax-Free แล้ว · เช็คเงื่อนไขล่าสุดที่ร้านอีกที
🆕 ระบบใหม่ · เริ่ม 1 พ.ย. 2026

ระบบใหม่ — จ่ายภาษีก่อน แล้วขอคืนทีเดียวที่สนามบินตอนกลับ

ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 ญี่ปุ่นเปลี่ยนมาเป็นระบบ "pay first, refund later" แบบไม่มีช่วงคาบเกี่ยว ตอนซื้อจ่ายราคารวมภาษีเต็มก่อน แล้วไปขอเงินภาษีคืนรวมทีเดียวที่ตู้ KIOSK ในสนามบินขาออก ฟังดูยุ่งกว่าแต่จริงๆ ก็ผ่อนปรนหลายเรื่อง

ช้อปแล้วจ่ายราคาเต็ม (รวมภาษี 10%)
ตอนซื้อในร้าน Tax-Free จ่ายราคารวมภาษีไปก่อนเหมือนคนทั่วไป ยอดขั้นต่ำยังเป็น ¥5,000 ก่อนภาษีต่อร้านต่อวัน ยื่นพาสปอร์ตให้ร้านบันทึกข้อมูลการซื้อเข้าระบบกลาง (ดูดข้อมูลผูกกับพาสปอร์ตของคุณ)
เก็บใบเสร็จ + ของไว้กับตัว
ระบบใหม่ ยกเลิกข้อกำหนดห่อปิดผนึก ของสิ้นเปลืองแล้ว เปิดใช้ของได้เลยระหว่างทริป (เช่น เครื่องสำอางที่ซื้อมา) แต่ควรเก็บใบเสร็จไว้ และอย่ายัดของลงกระเป๋าโหลดทั้งหมด เพราะอาจต้องโชว์ตอนขอคืน
ไปตู้ KIOSK ที่สนามบินขาออก สแกนพาสปอร์ต
วันกลับ ก่อนเช็คอิน เดินไปที่ตู้ KIOSK บริการตัวเองในสนามบินขาออก สแกนพาสปอร์ต ระบบจะดึงประวัติการซื้อทุกร้านมาให้อัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกเอง แล้วทำตามขั้นตอนเพื่อขอคืนภาษี
รับเงินภาษีคืน (ภายใน 90 วันนับจากวันซื้อ)
ทำเรื่องขอคืนให้เสร็จก่อนออกจากญี่ปุ่น โดยต้องดำเนินการ ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ ของที่ขอคืนต้องถูกนำออกนอกประเทศจริง · วิธีรับเงินคืนและรายละเอียดตู้ KIOSK อาจต่างกันแต่ละสนามบิน เช็คล่าสุดก่อนเดินทาง
ข้อดีของระบบใหม่: เลิกห่อปิดผนึก consumables (เปิดใช้ได้เลย) · เลิกเพดาน ¥500,000 ของ consumables · ขอคืนรวมทีเดียวที่ตู้อัตโนมัติ ไม่ต้องเข้าคิวเคาน์เตอร์ศุลกากรทีละคน · ข้อควรระวัง: ต้องเผื่อเวลาที่สนามบินมากขึ้น และถ้าลืมทำเรื่องที่ KIOSK ก่อนบินก็อดได้เงินคืน · รายละเอียดอาจปรับก่อน 1 พ.ย. 2026 เช็คเว็บทางการ NTA/JNTO อีกที
ที่สนามบินทำยังไง

ตอนกลับ ที่สนามบินต้องทำอะไร — แยกตามระบบเดิม vs ระบบใหม่

หลายคนกังวลตอนผ่านสนามบินขากลับมากที่สุด จริงๆ ขั้นตอนต่างกันชัดเจนระหว่างสองระบบ ดูตามที่คุณเจอได้เลย จุดร่วมคือ พกของ Tax-Free + พาสปอร์ตติดตัว อย่ายัดลงโหลดทั้งหมด

ระบบเดิม (ถึง 31 ต.ค. 2026)
หักภาษีหน้าร้านไปแล้ว
  • ข้อมูลส่งให้ศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ตอนซื้อ ปกติเดินผ่านได้เลย
  • ไม่ต้องไปขอเงินคืน เพราะลดให้ตั้งแต่หน้าร้านแล้ว
  • เจ้าหน้าที่อาจสุ่มขอตรวจของ — พกของ Tax-Free ติดตัวไว้
  • ของสิ้นเปลืองที่แกะถุงปิดผนึกก่อนออกอาจถูกเรียกเก็บภาษีคืน
ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026)
จ่ายเต็มแล้ว ต้องไปขอคืน
  • ไปที่ตู้ KIOSK ขอคืนภาษีก่อนเช็คอิน สแกนพาสปอร์ตใบเดียวจบ
  • ระบบดึงรายการซื้อทุกร้านมาให้ ไม่ต้องกรอกเอง
  • เลือกวิธีรับเงินคืนตามที่ตู้/สนามบินรองรับ
  • ถ้าลืมทำที่ KIOSK ก่อนบิน = อดได้เงินภาษีคืน
เที่ยวบินไทยหลายไฟลต์ออกจากญี่ปุ่นช่วงเช้าหรือดึก คนเยอะ — โดยเฉพาะ ระบบใหม่ ที่ต้องแวะตู้ KIOSK เอง ควร เผื่อเวลาก่อนเช็คอินให้มากขึ้น เก็บใบเสร็จกับพาสปอร์ตตัวจริงไว้ในมือ ไม่ลืมในกระเป๋าโหลด
เทียบให้เห็นภาพ

ระบบเดิม vs ระบบใหม่ — ต่างกันตรงไหนบ้าง

เส้นแบ่งคือวันที่ 1 พ.ย. 2026 ตารางนี้สรุปจุดต่างหลักให้เห็นชัดในแถวเดียว จะได้รู้ว่าทริปของคุณตกอยู่ในระบบไหน

หัวข้อระบบเดิม (ถึง 31 ต.ค. 2026)ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026)
วิธีลดภาษี หักที่หน้าร้าน จ่ายราคาไม่รวมภาษี จ่ายเต็มก่อน ขอคืนทีหลัง
ขอคืนที่ไหน ไม่ต้องขอคืน (ลดให้แล้ว) ตู้ KIOSK ที่สนามบินขาออก
ห่อปิดผนึก consumables ต้องห่อ ห้ามเปิด/ใช้ในญี่ปุ่น ยกเลิกแล้ว เปิดใช้ได้เลย
เพดาน consumables ¥5,000–¥500,000 เลิกเพดาน ¥500,000
กรอบเวลา นำของออกนอกประเทศภายใน 30 วัน ขอคืนภายใน 90 วันนับจากวันซื้อ
🧮
สรุปง่ายๆ: ไปก่อน 1 พ.ย. 2026 = ระบบเดิม สบายตรงไม่ต้องขอคืน แต่ของกินของใช้ห้ามแกะ · ไปตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 = ระบบใหม่ เปิดใช้ของได้เลยแต่ต้องไปกดตู้ KIOSK ที่สนามบินเองตอนกลับ · เกณฑ์ยอดขั้นต่ำ ¥5,000 และอัตราภาษี 10% เหมือนกันทั้งสองระบบ · อยากรู้ว่าจะช้อปงบเท่าไหร่ ลองใช้ เครื่องคำนวณงบเที่ยวญี่ปุ่น ของเรา
รู้เรื่องลดภาษีแล้ว · ไปช้อปกัน

เข้าใจ Tax-Free แล้ว
เหลือแค่เลือกว่าจะช้อปที่ไหน

เปิดคู่มือช้อปปิ้งโตเกียวของเรา ดูว่าย่านไหนมีร้าน Tax-Free เยอะ ห้างไหนคืนภาษีง่าย แล้วเริ่มจองที่พักทำเลช้อปสะดวก ให้ทริปช้อปของคุณคุ้มทั้งของและภาษี

อ่านต่อก่อนไปช้อป

รู้เรื่องภาษีแล้ว — มาดูว่าจะช้อปอะไร ที่ไหน งบเท่าไหร่

หน้านี้เน้นขั้นตอน "ลดภาษี" ส่วนจะช้อปที่ไหนให้สนุก เปิดคู่มือเหล่านี้ต่อได้เลย

🛍️

คู่มือช้อปปิ้งโตเกียว

ช้อปที่ไหนดีในโตเกียว — ย่านช้อป ห้าง ดรักสโตร์ ของฝาก และจุด Tax-Free ครบ

เปิดคู่มือช้อปโตเกียว →
💎

ย่านกินซ่า โตเกียว

ย่านหรูแบรนด์เนม ห้างเรือธง และร้านดังของโตเกียว — ช้อปหรูแบบขอ Tax-Free ได้

เปิดคู่มือกินซ่า →
🏪

ร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น

คอนบินิเด็ดๆ ขนมต้องลอง ของใช้ และวิธีจ่ายเงิน — แม้คอนบินิมักไม่เข้าเกณฑ์ Tax-Free

เปิดคู่มือคอนบินิ →
🧮

คำนวณงบเที่ยวญี่ปุ่น

กะงบช้อป กิน เที่ยว ที่พัก เป็นเงินบาท ก่อนออกเดินทาง วางแผนกระเป๋าตังค์ให้พอดี

เปิดเครื่องคำนวณงบ →
🧭

เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่น

วีซ่า · eSIM · IC Card · เงินสด-บัตร · มารยาท และทุกเรื่องเตรียมตัวก่อนบิน

เปิดคู่มือเตรียมตัว →
🇯🇵

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นฉบับเต็ม

รวมทุกเมือง ทุกที่เที่ยว ที่พัก แผนเที่ยว และเรื่องต้องรู้ก่อนไปญี่ปุ่นในหน้าเดียว

คู่มือญี่ปุ่น →
เคล็ดลับช้อป Tax-Free

6 เรื่องที่ช่วยให้ขอ Tax-Freeลื่นไม่มีสะดุด

🛂
พกพาสปอร์ตตัวจริงเสมอ
ขอ Tax-Free ต้องใช้พาสปอร์ตเล่มจริงตอนชำระเงิน (ภาพถ่าย/สำเนาใช้ไม่ได้) ออกไปช้อปทีไรพกติดตัวไว้
🧾
รวมยอดในร้านเดียวให้ถึง ¥5,000
เกณฑ์นับต่อร้านต่อวัน ถ้าจะซื้อหลายชิ้นในห้างเดียว รวบจ่ายทีเดียวให้ถึง ¥5,000 ก่อนภาษีจะได้สิทธิ์
เผื่อเวลาที่สนามบินตอนกลับ
ระบบใหม่ (ตั้งแต่ พ.ย. 2026) ต้องแวะตู้ KIOSK ขอคืนเอง คนอาจเยอะ — ไปสนามบินเร็วขึ้นกันพลาด
📦
อย่าแกะถุงปิดผนึก (ระบบเดิม)
ถ้าไปก่อน พ.ย. 2026 ของสิ้นเปลืองที่ห่อปิดผนึกห้ามเปิดในญี่ปุ่น แกะก่อนออก = อาจถูกเก็บภาษีคืน
🎒
อย่ายัดของ Tax-Free ลงโหลดหมด
เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจของที่ขอคืน เก็บไว้ในกระเป๋าถือหรือพกติดตัวจะสะดวกกว่าตอนผ่านสนามบิน
🏪
ไม่ใช่ทุกร้านที่ Tax-Free
มองหาป้าย "Japan Tax-Free Shop" ร้านสะดวกซื้อทั่วไปและร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่เข้าระบบนี้
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Tax-Free ญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวต่างชาติช้อป Tax-Free ในญี่ปุ่นได้ส่วนลดเท่าไหร่?
ได้ยกเว้นภาษีบริโภค (consumption tax) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 10% สำหรับสินค้าทั่วไป (general goods เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ของฝาก) ส่วนของกินของใช้สิ้นเปลือง (consumables เช่น ขนม เครื่องสำอาง ยา) บางอย่างเป็นภาษีอัตราลด 8% · สิทธิ์นี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่พำนักระยะสั้น (Temporary Visitor) เท่านั้น ต้องช้อปในร้านที่มีป้าย Tax-Free / Japan Tax-Free Shop และยอดซื้อถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ
ต้องช้อปขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะได้ Tax-Free?
เกณฑ์คือซื้อในร้านเดียวกัน วันเดียวกัน รวมยอด (ก่อนภาษี) ตั้งแต่ ¥5,000 ขึ้นไป โดยสินค้าทั่วไป (general goods) ขั้นต่ำ ¥5,000 ไม่มีเพดาน ส่วนของสิ้นเปลือง (consumables) ในระบบเดิมต้องอยู่ระหว่าง ¥5,000–¥500,000 · จะนับรวม general กับ consumables เข้าด้วยกันให้ถึง ¥5,000 ก็ได้ในหลายร้านที่รองรับ ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 ระบบใหม่จะเลิกเพดาน ¥500,000 ของ consumables
ระบบ Tax-Free แบบเดิม (ก่อน 1 พ.ย. 2026) ทำยังไง?
ระบบเดิม (ใช้ถึง 31 ต.ค. 2026) คือหักภาษีให้ที่หน้าร้านเลย คุณจ่ายราคาไม่รวมภาษีตั้งแต่ตอนซื้อ · ขั้นตอนคือยื่นพาสปอร์ตตัวจริงตอนชำระเงินที่เคาน์เตอร์ Tax-Free ระบบจะบันทึกข้อมูลผูกกับพาสปอร์ตแบบอิเล็กทรอนิกส์ ของสิ้นเปลือง (อาหาร/เครื่องสำอาง/ยา) จะถูกห่อปิดผนึกในถุงใส ห้ามเปิดหรือใช้ระหว่างอยู่ในญี่ปุ่น และต้องนำออกนอกประเทศภายใน 30 วัน
ระบบใหม่ 1 พ.ย. 2026 เปลี่ยนเป็นแบบไหน?
ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 เปลี่ยนเป็นระบบ จ่ายก่อน ขอคืนทีหลัง (pay first, refund later) · ตอนซื้อคุณจ่ายราคารวมภาษี 10% เต็มก่อน แล้วไปขอคืนภาษีรวมทีเดียวที่สนามบินขาออกผ่านตู้ KIOSK บริการตัวเอง แค่สแกนพาสปอร์ต ระบบจะดึงประวัติการซื้อมาให้อัตโนมัติ · ต้องดำเนินการขอคืนภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ ข้อดีคือยกเลิกข้อกำหนดห่อปิดผนึกของสิ้นเปลือง เปิดใช้ของได้เลย และเลิกเพดาน ¥500,000
ขอคืนภาษีที่สนามบินตอนกลับ ต้องทำอะไรบ้าง?
ในระบบเดิมข้อมูลส่งให้ศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว ปกติเดินผ่านได้เลยแต่เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจของที่ซื้อ จึงควรพกของ Tax-Free ติดตัวไว้อย่ายัดโหลด · ส่วนระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026) ต้องไปที่ตู้ KIOSK ขอคืนภาษีในสนามบินขาออกก่อนเช็คอิน สแกนพาสปอร์ต ระบบดึงรายการซื้อมาให้ แล้วเลือกวิธีรับเงินคืน เผื่อเวลาที่สนามบินให้มากเพราะอาจมีคิว และเก็บใบเสร็จ/พาสปอร์ตตัวจริงไว้เสมอ
ฉันจะไปญี่ปุ่นก่อนเดือนพ.ย. 2026 ต้องใช้ระบบไหน?
ถ้าเดินทางและช้อปก่อนวันที่ 1 พ.ย. 2026 จะยังเป็นระบบเดิม คือหักภาษีหน้าร้าน จ่ายราคาไม่รวมภาษีตั้งแต่ตอนซื้อ และของสิ้นเปลืองยังต้องห่อปิดผนึก · ส่วนใครที่ไปตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026 เป็นต้นไปจะเข้าระบบใหม่ จ่ายก่อนขอคืนที่สนามบิน ไม่มีช่วงคาบเกี่ยว (hard switchover) · ก่อนเดินทางทุกครั้งควรเช็คกฎล่าสุดจากเว็บทางการ (NTA/JNTO) หรือสอบถามที่ร้านอีกครั้ง เพราะรายละเอียดอาจปรับ
พร้อมไปช้อปญี่ปุ่นแล้ว

วางแผนทริปญี่ปุ่นให้ครบ
ตั้งแต่เรื่องภาษียันที่พัก

เปิดคู่มือเที่ยวญี่ปุ่นฉบับเต็มเพื่อดูเมือง ที่เที่ยว แผนเที่ยว และเรื่องต้องรู้ก่อนบิน หรือเริ่มจองที่พักทำเลช้อปสะดวกในโตเกียว ให้ทริปช้อปคุ้มทั้งของและภาษี

🏨 ค้นหาโรงแรมโตเกียว คู่มือช้อปโตเกียว