ลิสต์ไอเทมที่คนไทยหิ้วกลับทุกทริป — กันแดด มาส์ก แป้ง ลิป — บวกกับร้านที่ซื้อคุ้มสุด (Don Quijote · Matsumoto Kiyoshi · @cosme · สนามบิน) วิธีใช้ tax-free แบบใหม่ที่กำลังเปลี่ยนปลายปี 2026 และตารางเทียบราคาแบบจริงใจ
บอกตรงๆ ว่าทริปญี่ปุ่นของคนไทยกว่าครึ่ง มีวาระลับชื่อว่า "กวาดร้านยา" — เดินเข้าไปกะซื้อกันแดดหลอดเดียว ออกมาอีกทีถือถุงสามใบ ทั้งมาส์ก แป้ง ลิป ของฝากให้แม่ ของฝากให้เพื่อนที่ฝากซื้อ และของแถมตัวเองอีกชุด เพราะของพวกนี้ที่ญี่ปุ่น ถูกกว่าซื้อในไทยจริง แถมบางตัวเป็นสูตรเฉพาะตลาดญี่ปุ่น (Japan domestic) ที่บ้านเราไม่มีขาย
หน้านี้เราย่อยให้ครบจบในที่เดียว — ซื้ออะไรดี (เราคัดเฉพาะตัวที่คนไทยถามหาบ่อยจริงๆ ไม่ใช่ลิสต์ยาวเฟื้อยที่อ่านแล้วงง) ซื้อที่ไหนคุ้ม (เทียบ Don Quijote กับร้านยาแบบเห็นข้อดีข้อเสีย) และเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้คือ tax-free ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนระบบ 1 พ.ย. 2026 — ถ้าไปช่วงปลายปีต้องอ่านส่วนนั้นให้ดี
เราคัดจากของที่ถามหาบ่อยจริงในกรุ๊ปท่องเที่ยวญี่ปุ่น แบ่งเป็นกันแดด · สกินแคร์ · มาส์ก · เมคอัพ ราคาเป็นช่วงโดยประมาณของร้านยาในญี่ปุ่น (ก่อน tax-free) — ราคาขยับได้ตามร้าน/โปรฯ เช็คราคาล่าสุดที่ร้านอีกที
กันแดดขายดีอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นและเป็นตัวที่คนไทยถามหามากสุด เนื้อแข็งแรง กันน้ำกันเหงื่อดี (สูตร Aqua Booster ยิ่งโดนน้ำยิ่งเคลือบ) เหมาะทะเล แดดจัด เที่ยวกลางแจ้งทั้งวัน รุ่นใหม่เกลี่ยลื่นขึ้นไม่หนักหน้าเท่าเมื่อก่อน มีทั้งหลอดทอง (Skincare Milk) และเวอร์ชันแป้ง/มูส
คู่แข่งสายเบาของ Anessa ในราคาที่เบากว่ามาก เนื้อวอเตอรี่เอสเซนส์บางเบา เกลี่ยลื่น ไม่เหนอะ ไม่ทิ้งคราบขาว ใช้ทุกวันก่อนแต่งหน้าได้สบายผิว เป็นกันแดดที่ "ซื้อง่าย จ่ายไม่เจ็บ ใช้หมดเร็ว" เลยกลายเป็นของหิ้วยอดนิยมที่ซื้อทีละหลายหลอด
โทนเนอร์/โลชั่นกรดไฮยาลูรอนิกที่ว่ากันว่าญี่ปุ่นขายได้แทบทุกไม่กี่วินาที เนื้อหนืดนิดๆ ซึมไว เติมความชุ่มชื้นแบบไม่เหนียวเหนอะ ตัวฝาแถบแดง "Moist" คือรุ่นยอดนิยมที่เข้ากับเกือบทุกสภาพผิว ราคาดรักสโตร์แต่ฟีลลิ่งเกินราคา เป็นไอเทมเริ่มต้นสาย J-beauty ที่พลาดไม่ได้
เซรั่มวิตามินซีดรักสโตร์ที่ดังเรื่องช่วยจุดด่างดำ รอยสิว ในราคาที่จับต้องได้ ขวดเล็กสีเหลืองคุ้นตา เป็นทางเลือกวิตซีที่ถูกกว่าเซรั่มแบรนด์นอกหลายเท่า สาย skincare งบประหยัดมักหิ้วคู่กับ Hada Labo เป็นเซ็ตเช้า-เย็น
มาส์กแผ่นที่กลายเป็นของฝากมาตรฐานจากญี่ปุ่น เพราะกล่องใหญ่คุ้ม แผ่นชุ่มน้ำดี ใช้ได้ทุกวัน มีหลายสูตร/หลายสี (ฟ้าใช้ทุกวัน, แดงเพิ่มความชุ่มชื้น, ขาวกระจ่างใส ฯลฯ) และมีรุ่นลายจังหวัด (เกียวโต/โอกินาวา) ที่เก๋เป็นของฝาก ซื้อทีละหลายกล่องแจกได้ทั้งออฟฟิศ
แบรนด์เมคอัพญี่ปุ่นราคาน่ารักที่คุณภาพเกินราคามาก แป้งฝุ่นคุมมัน-กันแดดในตัวเป็นพระเอก เนื้อเนียน ราคาหลักร้อย เหมาะหิ้วหลายตลับ นอกจากแป้งยังมีรองพื้น ไพรเมอร์ และบลัชที่สาวๆ ชอบ เป็นแบรนด์ที่ "ซื้อมาแจกก็ได้ ใช้เองก็ดี ไม่เจ็บกระเป๋า"
แบรนด์เมคอัพสาวๆ ที่แพ็กเกจน่ารักและราคาเป็นมิตรสุดๆ พระเอกคือบลัชครีม Cream Cheek สีสวยติดทน กับแป้งพัฟ Marshmallow Finish ที่เนื้อนุ่มฟู นอกจากนี้มีกันแดดเนื้อเจล Mermaid Skin Gel UV ที่บางเบาสดชื่นเหมาะหน้าร้อน เป็นแบรนด์ที่ของชิ้นเล็กราคาเบาเลยหยิบลงตะกร้าได้ไม่ยั้ง
หมวดลิปคือของฝากชิ้นเล็กที่แจกง่ายที่สุด — ลิปบาล์ม DHC (Olive/Medicated) เป็นตำนานบำรุงปาก ส่วนสายลิปทินต์/ลิปสติกนิยม Opera Lip Tint (เนื้อน้ำมันเงาฉ่ำ ติดทน) และ Kanebo Kate ที่เฉดสวยราคาจับต้องได้ ของกลุ่มนี้ชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา หิ้วทีละหลายแท่งไม่เปลืองกระเป๋า
ย่านช้อปปิ้งใหญ่ของโตเกียว-โอซาก้าคือที่ที่ร้านยา Don Quijote และเคาน์เตอร์แบรนด์อยู่ติดๆ กัน เดินไม่กี่ก้าวเทียบราคาได้หลายร้าน
ถนนช้อปหลังคาคลุมยาว ร้านยาเรียงกันทั้งสาย ใกล้ Don Quijote สาขาใหญ่และโดทงโบริ
ย่านห้างหรู เหมาะดูเคาน์เตอร์แบรนด์ (Shiseido, SK-II) ก่อนไปเทียบราคาที่สนามบิน
ร้านยาเปิดดึกหนาแน่นรอบสี่แยก ใกล้ฮาราจูกุที่มี @cosme TOKYO สาขาเรือธง
แต่ละที่มีจุดเด่นต่างกัน — เราเล่าข้อดี-ข้อควรรู้ตามจริง เพื่อให้คุณวางแผนว่าซื้ออะไรที่ไหนถึงคุ้มและสะดวกที่สุด
ร้านดิสเคานต์ในตำนาน เพนกวินสีฟ้าคือสัญลักษณ์ จุดเด่นคือ "ของครบจบในร้านเดียว" ตั้งแต่เครื่องสำอาง ขนม ของเล่น ไปจนกระเป๋าแบรนด์ บางสาขาเปิด 24 ชม. เหมาะช้อปหลังเที่ยวเสร็จดึกๆ
เชนร้านยาที่ใหญ่สุดของญี่ปุ่น (กว่า 3,400 สาขาทั่ว 47 จังหวัด) ป้ายเหลือง-ชมพูคุ้นตา จุดแข็งคือเครื่องสำอาง-สกินแคร์ครบและราคาดี หลายตัวถูกกว่าดองกี้ มีคูปองนักท่องเที่ยวให้ลดซ้อนกับ tax-free
ร้านที่รวมเครื่องสำอางตามอันดับรีวิวจริงของคนญี่ปุ่นไว้ในที่เดียว สาขาเรือธง @cosme TOKYO ที่ฮาราจูกุ (รีโนเวตใหม่ มี.ค. 2025) มีกว่า 750 แบรนด์ 3 ชั้น ลองได้แทบทุกตัว มีโซนจัดอันดับขายดีและกำแพงมาส์กให้เลือกเทียบ
โซน duty-free ที่สนามบิน (Narita / Haneda / Kansai) ตัดภาษีในตัวอยู่แล้ว จุดเด่นคือแบรนด์หรู (SK-II, Shiseido, La Mer, น้ำหอม) และเซ็ตเดินทาง/เซ็ตของขวัญที่บางตัวมีเฉพาะสนามบิน เหมาะเก็บงบไว้กวาดตอนรอขึ้นเครื่อง
ของร้านยา (กันแดด มาส์ก แป้ง ลิปดรักสโตร์ สกินแคร์) — กวาดที่ ร้านยา อย่าง Matsumoto Kiyoshi / Tsuruha ราคาต่อชิ้นมักดีสุด โดยเฉพาะตอนมีคูปอง · ถ้าอยากของครบเปิดดึกค่อยแวะ ดองกี้
แบรนด์เคาน์เตอร์/หรู (SK-II, Shiseido, La Mer, น้ำหอม, เซ็ตของขวัญ) — เทียบราคา ห้าง vs สนามบิน แล้วเก็บไว้กวาดที่ duty-free สนามบิน ขากลับ · อยากลองก่อนตัดสินใจให้แวะ @cosme
นี่คือจุดที่ทำให้หน้านี้ต่างจากบทความเก่าๆ — ระบบ tax-free กำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ ถ้าไปช่วงปลายปี 2026 ต้องรู้ว่าจ่ายเงินยังไง
โชว์พาสปอร์ตเล่มจริงที่เคาน์เตอร์ ซื้อครบ 5,000 เยน (ก่อนภาษี) ต่อร้านต่อวัน แล้วจ่ายราคาที่ หักภาษี 10% ออกแล้วทันที ที่หน้าร้าน — ง่าย จบในร้าน ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มที่สนามบิน (ของกลุ่มของกินของใช้บางหมวดยังต้องซีลถุงห้ามแกะจนออกนอกประเทศ)
เปลี่ยนเป็น จ่ายราคาเต็มรวมภาษี 10% ก่อน ที่หน้าร้าน แล้วไป ขอคืนภาษีที่เครื่องคีออสก์ (KIOSK) ในสนามบิน ก่อนบินกลับ — สแกนพาสปอร์ต ระบบจะดึงประวัติการซื้อมาเอง บางกรณีอาจขอตรวจของจริง
ข่าวดีของระบบใหม่: ยกเลิกการซีลถุงห้ามแกะ ของกลุ่มของกินของใช้ และ ยกเลิกเพดาน 500,000 เยน/วัน ของหมวดนั้น (รวมทุกหมวดเข้าด้วยกันได้) — สายหิ้วหนักสบายขึ้น แต่ต้องแลกกับการเผื่อเวลาทำเรื่องที่สนามบิน · รายละเอียดปลีกย่อยอาจปรับได้ เช็คประกาศล่าสุดของกรมศุลกากร/ร้านอีกที
• ต้องใช้ พาสปอร์ตเล่มจริง (สำเนา/รูปถ่ายใช้ไม่ได้) และเป็นนักท่องเที่ยวอยู่ญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน
• ยอดขั้นต่ำ 5,000 เยน (ก่อนภาษี) ต่อร้านต่อวัน · ใบเสร็จคนละร้าน/คนละวันรวมกันไม่ได้
• ของ tax-free ถือเป็นของส่วนตัว/ของฝากที่ต้องนำออกนอกญี่ปุ่น · เก็บใบเสร็จไว้เสมอ
ตัวเลขนี้เป็นช่วงราคาร้านยาในญี่ปุ่น (ก่อน tax-free) ไว้ใช้กะงบ ไม่ใช่ราคาตายตัว — ราคาขยับตามร้าน โปรฯ และอัตราแลกเปลี่ยน เช็คราคาล่าสุดที่ร้าน · เรตที่ใช้คิดคร่าวๆ ¥1 ≈ ฿0.23
| ไอเทม | ขนาด | ราคาในญี่ปุ่น (โดยประมาณ) | ≈ บาท |
|---|---|---|---|
| Anessa Perfect UV (กันแดด) | 60ml | ¥2,400–3,000 | ~฿550–690 |
| Biore UV Aqua Rich (กันแดด) | 70g | ¥700–1,000 | ~฿160–230 |
| Hada Labo Gokujyun (โลชั่น) | 170ml | ¥800–1,200 | ~฿185–275 |
| Melano CC (เซรั่มวิตซี) | 20ml | ¥1,000–1,500 | ~฿230–345 |
| Lululun (มาส์กกล่องใหญ่) | 36 แผ่น | ¥1,500–2,200 | ~฿345–505 |
| Cezanne (แป้ง/ไพรเมอร์) | ต่อชิ้น | ¥600–900 | ~฿140–205 |
| Canmake (บลัช/พัฟ) | ต่อชิ้น | ¥600–900 | ~฿140–205 |
| DHC Lip Balm | 1 แท่ง | ~¥800 | ~฿185 |
| Opera Lip Tint | 1 แท่ง | ¥1,500–1,700 | ~฿345–390 |
หมายเหตุ: ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากร้านยาในญี่ปุ่น ก่อนหัก tax-free · ของแบรนด์เดียวกันต่างร้านราคาต่างกันได้ 5–15% · ถ้าซื้อเยอะแนะนำเทียบป้ายราคาต่อ ml/g สองสามร้านในย่านเดียวกันก่อนเหมา · อัปเดต 2026
ขนม คิตแคทรสพิเศษ ชา ของกินของใช้ ไปจนเครื่องครัว — ลิสต์ของฝากญี่ปุ่นที่คนไทยหิ้วกลับ พร้อมที่ซื้อคุ้ม
คู่มือของฝากญี่ปุ่น →ชินจูกุ ชิบูย่า กินซ่า ฮาราจูกุ อากิฮาบาระ — ย่านช้อปโตเกียวซื้ออะไรที่ไหน ครบทั้งแบรนด์หรูถึงของมือสอง
คู่มือช้อปโตเกียว →ทุกภูมิภาค ทุกเมือง วีซ่า งบเดินทาง IC Card JR Pass และแผนเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับนักเดินทางไทย
คู่มือญี่ปุ่น →Shibuya Crossing · Senso-ji · Shinjuku · Akihabara · Harajuku และอีกหลายจุดห้ามพลาดในมหานครโตเกียว
ที่เที่ยวโตเกียว →ปราสาทโอซาก้า · โดทงโบริ · USJ · ชินไซบาชิ — เที่ยวโอซาก้าพร้อมช้อปย่านร้านยาในทริปเดียว
ที่เที่ยวโอซาก้า →วีซ่า · eSIM · IC Card · JR Pass · เงินเยน · ปลั๊กไฟ · มารยาทญี่ปุ่น — ทุกอย่างก่อนบินไปญี่ปุ่น
ข้อมูลเตรียมตัว →เปิดคู่มือเที่ยวญี่ปุ่นฉบับเต็มเพื่อวางแผนเมือง ที่พัก และการเดินทาง หรือดูคู่มือของฝากญี่ปุ่นเพิ่ม จะได้กวาดทั้งเครื่องสำอางและของกินของใช้ในทริปเดียวจบ