โมจิตำมือที่ทำมาตั้งแต่ปี 1972 · ตลาดกลางคืนที่มีอาหารชาวอมิส-ตรูกูเยอะที่สุดในไต้หวัน · ปลาสดจากทะเลสาบถึงโต๊ะใน 40 นาที
ฮัวเหลียนมีเสน่ห์ด้านอาหารที่หาไม่ได้ที่อื่น — ผสมกันระหว่างวัฒนธรรมพื้นเมืองอมิสและตรูกู ที่มีสัดส่วนประชากรสูงที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของไต้หวัน กับวัตถุดิบสดใหม่จากชายฝั่งตะวันออก — ผักภูเขา อาหารทะเลแปซิฟิก ปลาน้ำจืด ข้าวจากหุบเขา Yuli และผลไม้เขตร้อนที่ปลูกในสภาพอากาศบริสุทธิ์ หมายเหตุหลังแผ่นดินไหวเมษายน 2024: ร้านอาหารในตัวเมืองฮัวเหลียนเปิดปกติทุกร้าน ตลาด Dongdamen เปิดเต็มรูปแบบ — ผลกระทบอยู่ที่อุทยานทาโรโกะและถนนบนเขาเท่านั้น ถ้าจะไปทาโรโกะ ตรวจสถานะเส้นทางก่อน แต่ถ้าจะกินของอร่อยในเมือง ไม่ต้องกังวลเลย
กินที่ฮัวเหลียนไม่ต้องจอง — ส่วนใหญ่เดินหาได้ · วอนตันแผงข้างสถานี · แผงขนมเกี๊ยวต้นหอมที่ขายหมดก่อนเที่ยง · ตลาดกลางคืนที่มีเนื้อย่างพื้นเมืองต่อตารางเมตรมากที่สุดในไต้หวัน เราเลือก 10 เมนูที่นิยามรสชาติเมืองนี้ พร้อมบอกว่าหาได้ที่ไหน
เมนูที่ขึ้นชื่อของเมือง — เรียงตามความเด็ดที่คนท้องถิ่นไปกินจริง
1ของฝากชื่อดังที่สุดของฮัวเหลียน — แป้งข้าวเหนียวนุ่มหนึบ คลุกถั่วป่น งาบด หรือผงเผือก ไส้หวานกรุ่น ร้านแม่เจิงจี้ (曾記麻糬) ทำมาตั้งแต่ปี 1972 สาขาถนนจงเจิ้งเป็นร้านที่ถ่ายรูปกันเยอะที่สุดในเมือง แบบสดกินเย็นๆ อร่อยสุดวันเดียวกัน · แบบสูญญากาศเอาติดกระเป๋ากลับบ้านได้สบาย ซื้อทั้ง 2 แบบเลยดีกว่า — กินทันทีกล่องนึง เอากลับกล่องนึง
2ฮัวเหลียนมีวอนตันสไตล์ของตัวเอง — แผ่นแป้งบางเกือบโปร่งใส พับห่อไส้หมูปรุงรส เสิร์ฟในน้ำซุปใสเบาๆ รสชาติออกมาจากไส้มากกว่าน้ำซุปข้น ร้านแม่เหลียง (梁婆婆) ใกล้สถานีรถไฟเก่า — เปิดแต่เช้ามืด ขายหมดก่อนบ่ายแทบทุกวัน ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่ชี้ชามคนข้างๆ ก็ได้ · สั่งคูณสองเลย ชามเดียวไม่พอ
3ฮัวเหลียนมีแป้งต้นหอมแบบของตัวเอง — บางกรอบและกระเทาะชั้นได้กว่าสไตล์ไทเป ย่างบนกระทะจนผิวด้านนอกพองพุพอง น้ำมันต้นหอมซึมผ่านชั้นแป้ง ตอกไข่สดทับ แล้วพับหั่นเสิร์ฟ บางร้านโรยพะโล้ห้าเครื่อง แผงดังแถวสถานีเช้าๆ ขายหมดก่อนเที่ยง — ตั้งนาฬิกาแล้วไปก่อนไปเที่ยวดีกว่า
4ประสบการณ์กินที่ไม่มีที่ไหนเหมือนในไต้หวัน — พ่อค้าชาวอมิสและตรูกูที่ถนนอาหารพื้นเมืองใน Dongdamen ย่างหมูป่า หมูภูเขา และหมูหมักบนแผ่นหินแบนเหนือถ่านไม้ กลิ่นไขมันกรอบและควันสมุนไพรภูเขาลอยมาจากไกล มาพร้อมข้าวกระบอกไผ่ ไส้กรอกไข่ปลาบินชายฝั่งแปซิฟิก และเหล้าข้าวฟ่างเทในถ้วยไม้ กินช้าๆ ดื่มเหล้าข้าวฟ่าง — เปรี้ยวอ่อนๆ อุ่นๆ — ลองคุยกับพ่อค้าถ้าเขาว่าง เรื่องเล่าหลังอาหารน่าสนใจไม่แพ้รสชาติ
ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันตะวันออก อยู่ห่างจากเมืองฮัวเหลียน 25 กม. ปลาตะเพียนและปลาหมอเทศที่เลี้ยงในทะเลสาบถูกจับและกินในวันเดียวกัน ร้านริมทะเลสาบเสิร์ฟปลาตะเพียนพะโล้ทั้งตัวในซีอิ๊วและขิง กระดูกกรอบแตกพอจิ้มตะเกียบเบาๆ — มาถึงโต๊ะใน 40 นาทีหลังออกจากน้ำ จับคู่กับเส้นทางปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ (1.5 ชม.) แล้วแวะกินมื้อเที่ยงริมน้ำ — ครึ่งวันที่คุ้มมาก
ไม่ใช่เกี๊ยวธรรมดาแบบไทเป — เกี๊ยวฮัวเหลียนแบบ Bawang แผ่นแป้งหนาตีมือ ยังหนึบแม้ต้มแล้ว ไส้หมูบดหยาบผสมกุยช่ายยังมีเนื้อสัมผัสเคี้ยวได้ แผงทำสดทุกเช้า เห็นตีพับตรงหน้าเลย สั่งทอดกระทะ — ก้นทองกรอบ ส่วนบนนุ่ม ออเดอร์ 10 ลูกนี่มื้อหนักแล้ว แต่ส่วนใหญ่สั่งสองออเดอร์
7ฮัวเหลียนใช้เนื้อห่านแทนหมูหรือไก่ในก๋วยเตี๋ยว — สะท้อนประเพณีเกษตรกรรมชายฝั่งตะวันออก เนื้อห่านตุ๋นหั่นบาง สีซีดนุ่มหวานอ่อนจากน้ำหมักช้าๆ วางบนเส้นบะหมี่หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวแบน ในน้ำซุปใสจากกระดูกห่าน โรยหน้าด้วยต้นหอมและน้ำมันงา หลายร้านในย่านตลาดเก่าแถวสถานีเสิร์ฟชามเดิมมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980
น้ำแข็งไสสไตล์ฮัวเหลียน — ไม่ใช่แมงโก้บิงแบนๆ ของไทเป แต่เป็นกองฟูมนุ่มของนมแช่แข็งไสละเอียด ละลายในปากทันทีเป็นครีมเย็น "เปา เปา" แปลว่าฟอง เพราะทรงกลมพองขึ้นมาเหมือนก้อนเมฆ ท็อปปิ้งมีมะม่วงตามฤดูกาล เผือก ถั่วแดง เยลลี่ใบเตย และนมข้นหวาน หลังเดินดูหุบเขาทาโรโกะมาทั้งเช้า ชามนี้ฟื้นพลังงานได้เหมือนวิเศษ — กินเร็วก่อนยุบ
9ดูเหมือนง่ายเกินจะพูดถึง แต่ข้าวโพดย่างที่โซน Fuding ของ Dongdamen คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวจำติดตัวกลับบ้าน ฮัวเหลียนปลูกข้าวโพดภูเขาระดับสูง ฝักสั้น เมล็ดแน่น หวานกว่าแบบที่ราบ ย่างถ่านในกาบ แล้วทาเนย ซีอิ๊ว และพริกอ่อนขณะยังร้อน เมล็ดขอบไหม้หอมหวาน — ยืนกินบนถนน น้ำข้าวโพดไหลลงข้อมือ ราคา NT$50 ของกินที่อร่อยที่สุดในตลาด และมันไม่ต้องแข่งกับใคร
หุบเขา Yuli ห่างจากเมืองฮัวเหลียน 1 ชั่วโมงรถไฟไปทางใต้ ปลูกมันเทศในดินตะกอนชั้นดีของ East Rift Valley — หวานเข้มและแน่นกว่ามันซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปมาก อบทั้งหัวในกลองดินจนเปลือกดำและในเหมือนฟัดจ์ หรือต้มบดทำขนม หาได้ที่ตลาดเมืองฮัวเหลียน บนรถไฟสายใต้ และแผงข้างทางหุบเขาที่ไม่มีคนขาย — แค่หย่อนเงินใส่กล่อง
ย่านและตลาดที่ของกินอยู่ในรัศมีเดินถึง
ทางเข้าหลักและโซนที่คึกคักที่สุด — ข้าวโพดย่างถ่าน ลูกโมจิย่างสไตล์พื้นเมือง เต้าหู้เหม็น สำลีกรอบ และเกมตลาดสนุกๆ ข้าวโพดฮัวเหลียนฝักสั้นย่างถ่านที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
หัวใจที่ทำให้ Dongdamen ไม่เหมือนตลาดอื่นในไต้หวัน — พ่อค้าชาวอมิสและตรูกูย่างหมูป่า ข้าวกระบอกไผ่ ไส้กรอกไข่ปลาบิน และเหล้าข้าวฟ่าง ไม่มีตลาดกลางคืนไหนในไต้หวันที่มีอาหารพื้นเมืองหนาแน่นและหลากหลายแบบนี้ ควรแวะที่นี่ก่อน — แผงเนื้อดีๆ มักหมดก่อน 21:00
โซนของหวานและของกินเล่น — น้ำแข็งไสฟองฟู่ Pao Pao Bing ไก่ทอดชีสแฮม ครัวซองต์สอดไส้มันบด และ "ขนมปังโลง" (โต๊สหนาทอดน้ำมันยัดไส้ครีม) แวะที่นี่หลังกินเนื้อย่างโซน 2 เมื่อต้องการอะไรเย็นและหวาน
โซนที่เงียบและหลากหลายที่สุด — ร้านของฝาก โมจิแพ็กเกจ ขนมสับปะรด และแผงอาหารไต้หวันบ้านๆ ไม่ตื่นเต้นเท่าโซนอื่น แต่ดีสำหรับซื้อของฝากและหาโต๊ะนั่งพักเมื่อโซนอื่นแน่นจนเกินไป
ร้านที่ขึ้นชื่อจนคนต่อคิว · ใส่ไว้ในแผนที่ก่อนไป
ร้านที่ทำให้โมจิฮัวเหลียนมีชื่อเสียง — ครอบครัวเดียวทำมากว่าห้าสิบปี ทำแป้งสดทุกวันหลายรส กล่องของขวัญด้านหน้าร้านแพ็กสวยมากเป็นของฝากที่ดีที่สุดจากฮัวเหลียน โมจิสดแช่เย็น กินวันเดียวกัน
ตั้งแผงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ขายหมดก่อนนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ตื่น สั่งทำใหม่ไม่ต้มสต็อก รอ 5 นาทีแต่แป้งยังหนึบ เงินสดเท่านั้น ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ ที่นั่งแค่ 3 เก้าอี้พลาสติก แต่ชามนั้นสมบูรณ์แบบ
แผงพื้นเมืองที่คนแวะมากที่สุดใน Dongdamen — ข้าวกระบอกไผ่ โมจิย่างโรยเครื่องเทศพื้นเมือง และเหล้าข้าวฟ่างที่ดื่มง่ายที่สุดในโซน (บางแผงเข้มกว่าที่คิด แต่ที่นี่วัดปริมาณดี) เจ้าของอธิบายเมนูภาษาอังกฤษพอใช้ได้ ไม่รีบร้อน
ร้านครอบครัวหลายร้านเรียงรายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบ — ไม่มีร้านไหนเด่นกว่ากันชัดๆ แต่กลุ่มใกล้ลานจอดรถหลักทำปลาตะเพียนพะโล้และปลาหมอนึ่งสดสม่ำเสมอ ไปมื้อเที่ยง (11:30–13:00) ปลาสดที่สุด ส่วนใหญ่ปิดครัวหลัง 15:00 วันธรรมดา เช่าสกู๊ตเตอร์จากเมืองสะดวกที่สุด