กว่างโจวคือศูนย์กลางรถไฟความเร็วสูงของจีนตอนใต้ — เซินเจิ้นเมืองเทค ฝอซานบ้านเกิดกังฟู หมู่บ้านหอคอยไคผิงมรดกโลก น้ำพุร้อนฉงฮว่า สะพานกระจกชิงหยวน ล้วนไปเช้า-เย็นกลับได้สบาย
บอกตรงๆ ว่ากว่างโจวเป็นฐานที่ดีมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวหลายที่ในทริปเดียว เพราะ สถานีกว่างโจวใต้ (Guangzhou South 广州南) เป็นหนึ่งในชุมทางรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดในจีน เชื่อมไปทั่วมณฑลกวางตุ้งและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) ระยะทางที่เมื่อก่อนต้องนั่งรถครึ่งวัน ตอนนี้เหลือ 30 นาที–1 ชั่วโมงเท่านั้น และตั๋วราคา ¥40–83 (~฿200–415)
รายการด้านล่างคือ 5 ทริปที่เราคิดว่าคุ้มค่าที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย — เลือกตามว่าอยากได้เมืองเทคโนโลยี ประวัติศาสตร์กังฟู หมู่บ้านมรดกโลก น้ำพุร้อน หรือผจญภัยกลางหุบเขา ก่อนออกเดินทางลองอ่านคู่มือรถไฟความเร็วสูงจีนของเราด้วย — จะช่วยให้จองตั๋วและขึ้นรถไฟได้ถูกต้อง และถ้ายังไม่ได้วางแผนในเมืองหลัก ดูที่เที่ยวในกว่างโจวก่อนได้เลย
เรียงจากใกล้และไปง่ายสุด — ยิ่งเร็วยิ่งคุ้มสำหรับทริปแบบวันเดียว
เมื่อ 40 ปีก่อนเซินเจิ้นยังเป็นหมู่บ้านชาวประมง วันนี้มันคือเมืองที่ตึกระฟ้าขึ้นเร็วที่สุดในโลก สำนักงานใหญ่ของ Huawei, Tencent และ DJI อยู่ที่นี่ ความน่าสนใจคือเซินเจิ้นอยู่ห่างจากกว่างโจวแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟความเร็วสูง — ใกล้กว่าจากปลายเมืองหนึ่งไปอีกปลายของกว่างโจวเองเสียอีก
ถ้ามาวันเดียว เลือกธีมไปเลย — สายครอบครัวลง OCT (华侨城) ที่มีสวนสนุก Window of the World กับ Happy Valley อยู่รวมกัน สายช้อปลง หัวเฉียงเป่ย (华强北) ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สายวิวเมืองขึ้น ตึก Ping An Finance Center สูง 599 เมตร อันดับต้นๆ ของจีน หรือถ้าอยากชิลล์ก็เดินย่าน OCT-LOFT โรงงานเก่าที่กลายเป็นย่านอาร์ตคาเฟ่ — เซินเจิ้นไม่มีของเก่าให้ดูเท่ากว่างโจว แต่ชนะเรื่องความทันสมัยและสวนสนุก
ถ้าคุณเคยดูหนังกังฟูจีน คุณรู้จักฝอซานอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของ หวงเฟยหง (黄飞鸿) ปรมาจารย์มวยหงกา ยิปมัน (叶问) อาจารย์ของบรูซ ลี และเป็นบ้านบรรพบุรุษของบรูซ ลี เองด้วย จุดที่ต้องไปคือ วัดจู่เมี่ยว (祖庙 Ancestral Temple) วัดเต๋าที่สร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือเกือบ 1,000 ปีก่อน ภายในมีศาลาแสดงงิ้วกวางตุ้งโบราณ รูปปั้นทองสัมฤทธิ์เทพเป่ยตี้ และลานแสดงเชิดสิงโตกับมวยจีนในบางวัน ค่าเข้าแค่ ¥20 เปิด 08.30–18.00 น.
ออกจากวัดเดินไม่ไกลคือ หลิงหนานเทียนตี้ (岭南天地) — ตึกแถวเก่าแบบหลิงหนานและฉีโหลว (騎樓 อาคารมีระเบียงคลุมทางเดิน) ที่บูรณะเป็นย่านร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าดีไซน์ คล้าย Xintiandi ของเซี่ยงไฮ้แต่กลิ่นอายกวางตุ้งใต้ เข้าฟรี เปิด 10.00–22.00 น. ฝอซานยังเป็นเมืองอาหารกวางตุ้งแท้ — อย่าลืมลองโจ๊กและขนมจีบที่นี่
ฉงฮว่าเป็นเขตทางเหนือของกว่างโจวเอง ไม่ต้องข้ามเมือง แต่บรรยากาศเปลี่ยนเป็นภูเขาและป่าทันที จุดเด่นคือ น้ำพุร้อนฉงฮว่า (从化温泉) ที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินถึง 12 จุด อุณหภูมิเฉลี่ยราว 60°C อุดมด้วยแร่ธาตุกว่า 10 ชนิด — เป็นน้ำพุร้อนชนิด "หายาก" ที่มีเรดอนต่ำและใสไม่มีกลิ่นกำมะถันแรง คนกวางตุ้งมาแช่ที่นี่กันมาหลายสิบปีแล้ว
ปัจจุบันมีรีสอร์ตสปาหลายระดับให้เลือก ตั้งแต่บ่อสาธารณะไปจนถึงรีสอร์ตหรูที่มีบ่อแช่ส่วนตัว เหมาะมากสำหรับวันที่อยากพักขาจากการเดินเที่ยวในเมือง มาแช่น้ำร้อน กินอาหารพื้นเมือง แล้วกลับเย็น ถ้าอยากค้างก็มีรีสอร์ตให้นอนชิลล์ 1 คืน นอกจากน้ำพุร้อน ช่วงฤดูหนาวบริเวณใกล้กันยังมีป่าสนน้ำ (swamp cypress) ที่ใบเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสวยมากด้วย
ถ้าเที่ยวเมืองมาหลายวันแล้วอยากได้อะดรีนาลีน หุบเขากู่หลงเซีย (古龙峡) ในเมืองชิงหยวน (清远) คือคำตอบ จุดเด่นคือ สะพานกระจกอวิ๋นเทียน (云天玻璃桥) ทางเดินกระจกใสยาว 1,314 เมตรที่แขวนลอยอยู่เหนือหุบเขาลึกและน้ำตก — มองทะลุพื้นลงไปเห็นป่าและสายน้ำข้างล่าง ใจไม่ถึงนี่ขาสั่นได้เลย ค่าเข้าสะพานกระจก ¥108
ของเด็ดอีกอย่างคือ ล่องแก่งกู่หลงเซีย ระยะ 6 กิโลเมตร ความต่างระดับ 378 เมตร ใช้เวลา 30–40 นาที จัดเป็นหนึ่งในเส้นล่องแก่งที่หวาดเสียวที่สุดในกวางตุ้ง (เปิดเฉพาะหน้าร้อน–ต้นฤดูใบไม้ร่วงเป็นหลัก) ค่าล่องแก่งวันธรรมดา ¥168 วันหยุด ¥218
ตรงๆ เลยคือที่นี่ไกลและไปยากกว่าจุดอื่นในลิสต์ — ห่างกว่างโจว ~68 กม. นั่งรถ 2–2.5 ชั่วโมง ขนส่งสาธารณะต้องต่อหลายทอด วิธีง่ายสุดคือจองทัวร์รวมรถรับ-ส่งบน Klook หรือเรียก Didi เหมาไปกลับ
นี่คือทริปที่แปลกตาที่สุดในลิสต์ — กลางทุ่งนาในเมืองไคผิง (开平) มีหอคอยหินสูงหน้าตาประหลาดยืนตระหง่านอยู่นับพันหลัง ครึ่งป้อมปราการครึ่งคฤหาสน์ ผสมเสากรีก โดมโรมัน หน้าต่างกอทิก เข้ากับลายจีนแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหน เรียกว่า เตียวโหลว (碉楼 Diaolou) สร้างต้นศตวรรษที่ 20 โดยชาวจีนโพ้นทะเลที่ไปทำงานในอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วส่งเงินกลับมาสร้างบ้านป้องกันโจรให้ครอบครัว ได้ขึ้นทะเบียน มรดกโลก UNESCO ปี 2007 ครอบคลุมหมู่บ้าน 5 กลุ่ม รวมหอคอยกว่า 1,800 หลัง
หมู่บ้านที่ดังสุดคือ จื้อลี่ (自力村 Zili) มีหอคอยและบ้านวิลล่าตั้งกระจายกลางนาข้าวและบ่อบัว สวยเหมือนหลุดมาจากหนัง (หนัง Let the Bullets Fly ถ่ายที่นี่) อีกจุดคือ หลี่หยวน (立园 Liyuan) สวนคฤหาสน์สไตล์ลูกผสม และ หมู่บ้านชื่อข่าน (赤坎 Chikan) ตึกแถวริมน้ำเก่าแก่
หมายเหตุตรงๆ: หมู่บ้านกระจายตัวห่างกัน การเที่ยวให้ครบในวันเดียวค่อนข้างรีบ ถ้ามีเวลา ค้างไคผิง 1 คืนจะสบายกว่ามาก หรือจองทัวร์รวมรถที่พาวนหลายหมู่บ้าน
สถานีกว่างโจวใต้ (Guangzhou South 广州南) คือฮับหลักของรถไฟความเร็วสูงไปเซินเจิ้นและไคผิง สถานีเชื่อมกับรถไฟฟ้าสาย 2, 7 และ 22 จากกลางเมืองนั่งประมาณ 30–40 นาที ส่วนฝอซานใช้รถไฟฟ้าสายกว่างฝอตรง และฉงฮว่าใช้สาย 14 — สองอันนี้ไม่ต้องจองตั๋วเลย ไปสถานีก่อนเที่ยวรถออก 30 นาทีเสมอ เพราะสถานีกว่างโจวใต้ใหญ่มาก
จองตั๋วล่วงหน้า: ใช้แอป 12306 (มีภาษาอังกฤษ) หรือจองผ่าน Trip.com ที่กรอกพาสปอร์ตจองได้เลย วันธรรมดาปกติซื้อหน้างานได้ด้วยพาสปอร์ตตัวจริง แต่วันหยุดใหญ่ (Golden Week ต้น ต.ค. · ตรุษจีน) ตั๋วขายหมดเร็วมาก ควรจองล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์
ชำระเงิน: ร้านค้าและรถสาธารณะส่วนใหญ่รับ Alipay และ WeChat Pay เท่านั้น ดาวน์โหลดและผูกบัตรต่างประเทศ (Visa/Mastercard) ผ่านโหมดระหว่างประเทศก่อนออกเดินทาง รถไฟฟ้าในกว่างโจว ฝอซาน และเซินเจิ้นล้วนสแกน QR ขึ้นได้สะดวก