ตื่นเต้นกับทริปจีนครั้งแรก แต่พอเริ่มหาข้อมูล... วีซ่าต้องขอไหม? เน็ตใช้ได้ไหม? จ่ายเงินยังไงในเมื่อเขาไม่ใช้เงินสดแล้ว? ใจเย็นๆ เราสรุปให้ครบในหน้าเดียว
บอกตรงๆ — จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่เที่ยวได้สนุกที่สุดในเอเชีย แต่มีกับดักสำหรับมือใหม่อยู่สองสามเรื่องที่ถ้าไม่รู้ไว้ล่วงหน้าจะทำให้ตลอดทริปปวดหัวได้ ไม่มีเน็ต จ่ายเงินไม่ได้ หรือวางแผนผิดฤดู — เรื่องพวกนี้แก้ได้ง่ายมากถ้ารู้ตั้งแต่ต้น
หน้านี้คือฮับสรุปทุกเรื่อง แต่ละหัวข้อมีคู่มือฉบับเต็มรออยู่ — อ่านสรุปสั้นๆ ที่นี่ก่อน แล้วคลิก "อ่านคู่มือเต็ม" เฉพาะเรื่องที่ต้องการรายละเอียดเพิ่ม
แต่ละการ์ดสรุปสั้นๆ + ลิงก์ไปคู่มือฉบับเต็ม เลือกอ่านตามที่สนใจ
ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2024 คนไทยถือพาสปอร์ตธรรมดาเข้าจีนได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า พักได้ ไม่เกิน 30 วัน/ครั้ง รวมสูงสุด 90 วันใน 180 วัน ข้อตกลงนี้ถาวร พาสปอร์ตควรเหลืออายุ ≥6 เดือน แนะนำมีตั๋วขาออกและที่พักจองไว้แสดง ตม.
อ่านคู่มือวีซ่าเต็ม →Great Firewall บล็อก Google, Gmail, LINE, Facebook, WhatsApp, YouTube ทั้งหมด ทางออกง่ายที่สุดคือ eSIM ต่างชาติ (เช่น Airalo China) ที่วิ่งผ่านเซิร์ฟเวอร์นอกจีน ทำให้ใช้ทุกแอปได้เลยโดยไม่ต้องตั้ง VPN ต้องซื้อก่อนเข้าจีน
อ่านคู่มือเน็ต+eSIM เต็ม →จีนเกือบไม่ใช้เงินสดในปี 2026 — ร้านอาหาร ตลาด รถไฟ ทุกอย่างสแกน QR ทั้งนั้น ข่าวดีคือ Alipay และ WeChat Pay รองรับบัตร Visa/Mastercard + พาสปอร์ต ไม่ต้องมีบัญชีธนาคารจีน ตั้ง Alipay ก่อนขึ้นเครื่อง แล้วพกเงินสด RMB เล็กน้อยไว้เผื่อ
อ่านคู่มือจ่ายเงินเต็ม →จีนมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงใหญ่ที่สุดในโลก จองผ่าน Trip.com ง่ายที่สุดสำหรับต่างชาติ — รับบัตรเครดิตต่างชาติ มีภาษาอังกฤษ ไม่ต้องยืนยันตัวตนล่วงหน้า ตั๋วเป็น e-ticket โชว์ QR + พาสปอร์ตที่ประตู
อ่านคู่มือรถไฟเต็ม →มี.ค.–พ.ค. และ ก.ย.–พ.ย. คืออากาศดีที่สุด — ฝนน้อย ท้องฟ้าโปร่ง ไม่ร้อนจัด เลี่ยง Golden Week (1–7 ต.ค.) และตรุษจีน เพราะคนในประเทศเที่ยวล้น ราคาพุ่ง ตั๋วหายาก
อ่านคู่มือฤดูกาลเต็ม →อาหารข้างถนนเริ่ม 15–30 หยวน (70–140 บาท) รถไฟ MRT ในเมืองถูกมาก รถไฟระหว่างเมืองชั้น 2 ราคาสมเหตุสมผล ที่พักมีทุกระดับ มี budget 3 ระดับ (backpacker / mid-range / luxury) พร้อมตารางงบรายวันใน
อ่านคู่มืองบเต็ม →ไม่มีคู่มือฉบับเต็ม แต่รู้ไว้จะช่วยได้มาก
จีนใช้ภาษาแมนดาริน (普通话) เป็นภาษาหลัก คนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้-ปักกิ่งพอคุยภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่นอกนั้นหาน้อยมาก ดาวน์โหลด Google Translate + เปิดฟังก์ชัน "แปลกล้อง" (AR) ไว้ — ชี้กล้องที่เมนูหรือป้ายแล้วแปลได้เลย ใช้งานได้ถึงแม้ไม่มีเน็ตถ้า cache ภาษาจีนไว้ก่อน
ชาวจีนต้อนรับนักท่องเที่ยวดีมาก แต่มีข้อควรรู้: ห้ามถ่ายรูปในพิพิธภัณฑ์ที่ห้ามไว้ชัดเจน · ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่งกายสุภาพ · ตีตารางตอนจ่ายเงิน (หยิบสินค้า/เรียก/จ่าย) เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่หยาบคาย · ควรเรียนรู้คำขอบคุณ "谢谢 (xiè xie)" ไว้เปิดใจชาวบ้าน
บอกตรงๆ ว่าจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่อาชญากรรมข้างถนนต่ำที่สุดในโลก กล้องวงจรปิดหนาแน่นมาก อาชญากรรมรุนแรงต่อนักท่องเที่ยวหายากมาก เดินตอนกลางคืนในเมืองใหญ่ค่อนข้างสบายใจ ที่ต้องระวังคือของโจรที่ฝูงชนและแท็กซี่ไม่เปิดมิเตอร์ — ใช้แอปเรียกรถ (Didi) แก้ได้ทันที
จีนใช้ไฟ 220V / 50Hz ปลั๊กหลักสองแบบคือ Type A (ขาแบน 2 ขา เหมือนอเมริกา) และ Type I (ขาเฉียง 3 ขา แบบออสเตรเลีย) ปลั๊กไทยมาตรฐาน (Type A 2 ขาแบน) ใช้ได้กับ Type A โดยตรง แต่ถ้าห้องมีเฉพาะ Type I ต้องมีอะแดปเตอร์ แนะนำพกอะแดปเตอร์สากลไปเลยจะปลอดภัยกว่า
สองเมืองนี้มีโครงสร้างพื้นฐานนักท่องเที่ยวดีที่สุด ป้ายสองภาษา เชื่อมกันด้วยรถไฟความเร็วสูง 4.5 ชั่วโมง
ทำไมต้องเซี่ยงไฮ้: เมืองที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด — ภาษาอังกฤษหาได้ง่ายกว่าเมืองอื่น โรงแรมทุกระดับราคา MRT ครอบคลุมทั้งเมือง The Bund ริมน้ำฮวงผู่คือหนึ่งในวิวเมืองที่สวยที่สุดในเอเชีย บวกกับย่าน French Concession สถาปัตยกรรมยุโรป ตลาดเก่า Yu Garden และชีวิตกลางคืนที่มีชีวิตชีวา
ทำไมต้องปักกิ่ง: เมืองหลวงที่รวม พระราชวังต้องห้าม (故宫) กำแพงเมืองจีน วัดสวรรค์ Summer Palace และย่านฮูถงแบบดั้งเดิมไว้ในที่เดียว นักท่องเที่ยวต่างชาติมากเป็นอันดับต้นๆ ของจีน โครงสร้างพื้นฐานดีมาก เชื่อมกับเซี่ยงไฮ้ด้วยรถไฟความเร็วสูงสายปักกิ่ง–เซี่ยงไฮ้ (G-train ~4.5 ชั่วโมง)
เซี่ยงไฮ้และปักกิ่งมีโรงแรมทุกระดับ ตั้งแต่ boutique hotel ในย่านเก่าถึง 5 ดาวที่คนทั้งโลกรู้จัก Trip.com รับบัตรเครดิตต่างชาติและมีราคาที่ดีสำหรับจีน