เมืองที่ควันพวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน ท่อระบาย และช่องระหว่างอาคารตลอดเวลา — เบปปุไม่ได้น่าสนใจแค่การแช่น้ำร้อน แต่ที่นี่มีสิ่งที่คุณดูแล้วต้องพูดว่า "โลกสร้างแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?"
บอกเลยว่าเบปปุเป็นเมืองที่ถ้าคุณมาครั้งแรกแล้วคิดว่าจะมาแค่แช่น้ำร้อน คุณจะออกไปพร้อมกับเรื่องเล่าอีกสิบเรื่องที่ไม่ได้วางแผนมา — ลองนึกภาพ: บ่อน้ำร้อนสีน้ำเงินสดอย่าง Umi Jigoku ที่ควันลอยปิดหน้าจนมองไม่เห็นฝั่งตรงข้าม บ่อสีแดงอย่างเลือด Chinoike ที่เก่าแก่ 1,300 ปี บ่อโคลนที่ฟองอากาศพองขึ้นมาเหมือนพระสงฆ์โกนหัว — ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้าง มันแค่อยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ญี่ปุ่นยังนับปีเป็นราชวงศ์
เราเลือก 6 ประสบการณ์หลัก ที่บอกเล่าเบปปุได้ครบที่สุด ทั้งสำหรับคนที่มาวันเดียวและคนที่อยากอยู่สองสามวัน พร้อมเส้นทางจัดตารางที่ทดลองใช้มาแล้วว่าไปได้จริง
เรียงตามสิ่งที่คนที่ไปมาแล้วพูดถึงมากที่สุด
1
เคยนึกไหมว่าโลกข้างใต้จะเดือดขนาดไหน — Jigoku Meguri คือทัวร์ 7 บ่อนรก ที่แต่ละบ่อร้อนกว่า 90°C และมีสีที่ธรรมชาติสร้างขึ้นจากแร่ธาตุต่างกัน: Umi Jigoku (บ่อนรกทะเล) น้ำสีน้ำเงินคอบอลต์สว่างราวทะเลเขตร้อน · Chinoike Jigoku (บ่อนรกเลือด) น้ำสีแดงจัดเก่าแก่ 1,300 ปี เก่าที่สุดในเบปปุ · Shiraike Jigoku (บ่อนรกสีขาว) น้ำขุ่นนมขาว · Kamado Jigoku (บ่อนรกหม้อต้ม) ธีมปีศาจพร้อมรูปปั้นโอนิ · Oniishibozu (บ่อนรกพระโกนหัว) โคลนฟองพองเป็นลูกกลมโต · Oniyama Jigoku (บ่อนรกจระเข้) มีจระเข้ตัวจริงเดินรับแขก · Tatsumaki Jigoku (บ่อนรกไกเซอร์) พ่นน้ำทุก 30–40 นาที
1b
ในบรรดาบ่อนรกทั้ง 7 ถ้าต้องเลือกหนึ่งแห่งที่อยู่ในความทรงจำนานที่สุด — Chinoike Jigoku คือคำตอบ น้ำสีแดงจัดราวเลือดสดที่มาจากออกไซด์เหล็กและดินเหนียวแดงใต้พิภพ มีบันทึกว่าบ่อนี้เกิดขึ้นมากกว่า 1,300 ปีที่แล้วและถูกบันทึกในวรรณกรรมญี่ปุ่นว่าเป็น "นรกแห่งเลือด" บ่อนี้อยู่ในกลุ่ม Shibaseki คู่กับ Tatsumaki Jigoku — แนะนำจัดเวลาให้พอดีกับรอบพ่นน้ำของ Tatsumaki (ทุก 30–40 นาที) เพื่อไม่ต้องรอนาน
2
แอบกระซิบว่านี่คือภาพที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผนมาแต่กลับประทับใจที่สุด — Yukemuri คือภาพหมอกออนเซ็นสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหลังคาบ้าน ท่อระบาย และพื้นดินทั่วทั้งเมือง มองจากจุดชมวิว Kannawa ตอนเช้าตรู่ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงและหน้าหนาวที่อากาศเย็น ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิอากาศกับน้ำออนเซ็นทำให้ควันลอยสูงเป็นเมฆ วิวนี้ได้รับเลือกจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งใน "100 วิวเสียงออนเซ็นที่ควรอนุรักษ์" — และดูฟรี
3
เคยเจอไหม — สิ่งที่ดูแปลกจากภายนอกแต่พอลองแล้วบอกว่า "ควรทำตั้งนานแล้ว" Sunamushi คือการนอนให้พนักงานฝังทรายดำที่ถูกความร้อนจากใต้ดินอุ่นอยู่ที่ประมาณ 50°C ทับตัวจากคอลงมาถึงปลายเท้า น้ำหนักทรายกด อุ่นซึมลงไปตามกล้ามเนื้อ นอนแบบนั้น 10–15 นาที ความรู้สึกที่ได้คือครึ่งทางระหว่างการนวดและการแช่น้ำร้อน Takegawara Onsen เป็นอาคารไม้ที่สร้างตั้งแต่ปลายยุค Meiji เก่าแก่และมีกลิ่นอายของเวลา — เพดานไม้โค้ง พื้นไม้เก่า เสียงคนเดินที่เอี้ยด
4
ถ้าจะบอกว่าเบปปุสวยจากข้างล่าง ลองขึ้นกระเช้า Tsurumi ดูก่อน — ใน 10 นาทีที่กระเช้าเคลื่อนขึ้น คุณจะเห็นเมืองที่ควันพวยพุ่งขึ้นมาจากหลายร้อยจุดพร้อมกัน อ่าวเบปปุยาวไปจนสุดสายตา และทะเล Iyo ไกลออกไป ยอดเขา Tsurumi อยู่ที่ความสูง 1,375 เมตร บนยอดมีศาลเจ้าเล็กๆ และ observatory สำหรับชมวิว ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) ดอกอาซาเลียบานทั่วเนินเขา ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม–พฤศจิกายน) ใบไม้เปลี่ยนสีทั้งสองข้างทาง
5
ลองนึกภาพ: รถบัสจอดที่เชิงเขา คุณเดินขึ้นทางขึ้นเนินประมาณ 5 นาที แล้วมีลิงมาคากิกว่า 1,000 ตัวที่ไม่ได้อยู่ในกรง นั่งอยู่ตามต้นไม้ เดินข้ามทาง เอื้อมมือขอของกินจากนักท่องเที่ยว — Takasakiyama เป็นเขาธรรมชาติที่เปิดให้ลิงอยู่อาศัยอย่างอิสระ แต่เจ้าหน้าที่ฝึกให้มารวมกลุ่มที่จุดป้อนอาหาร วันดีๆ ลิงทั้งเขาจะแห่กันมาร้อยกว่าตัว ตัวแก่ อุ้มลูก นั่งดูดวงอาทิตย์ตกในตอนบ่าย — เหมาะสำหรับพาเด็กมากเป็นพิเศษ
6
Beppu Tower สร้างในปี 1957 เป็นหอคอยที่เก่าที่สุดในเอเชียที่ยังเปิดอยู่ (ออกแบบโดยสถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบ Tokyo Tower) ตัวหอคอยสูงไม่มาก แต่จากชั้นชมวิวคุณมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับทะเล — อ่าวเบปปุทอดยาวออกไป ควันออนเซ็นพวยพุ่งขึ้นจากทุกส่วนของเมืองด้านล่าง Beppu Tower มักถูกมองข้ามเพราะไม่สูงเท่ากระเช้า Tsurumi แต่คนที่ขึ้นมาแล้วบอกตรงๆ ว่ามุมมองนี้ให้ "ความรู้สึก Beppu" ที่สุด — เล็กๆ รีโทร มีเสน่ห์ เป็นย่านชอปปิ้งกินข้าวรอบๆ
1c
ใน 7 บ่อนรก สองแห่งที่มักถูกมองข้ามแต่น่าสนใจไม่แพ้กัน — Kamado Jigoku ตั้งอยู่บนธีมปีศาจโอนิ มีรูปปั้นโอนิสีแดงกำลังพยักหน้าต้อนรับหน้าทางเข้า หลายบ่อขนาดเล็กรอบๆ ที่อุณหภูมิต่างกัน และมีสถานีให้ "บำรุงผิว" ด้วยไอน้ำออนเซ็น (อุณหภูมิพอทนได้) · Shiraike Jigoku เงียบกว่าบ่ออื่น น้ำสีขาวขุ่นเหมือนนมที่มาจากซิลิกาและแร่แคลเซียม บ่อน้ำตื้น มีปลาเขตร้อนรอดชีวิตอยู่ได้ในน้ำร้อนนี้จริงๆ ทั้งสองอยู่ในกลุ่ม Kannawa เดินถึงกันได้
ที่เที่ยวเบปปุกระจายไม่ไกลกัน วางแผนดีๆ วันเดียวได้เยอะกว่าที่คิด
08.00–08.30 น. ชม Yukemuri ยามเช้าที่ Kannawa (ควันหนาสุด) · 08.30–12.30 น. Jigoku Meguri กลุ่ม Kannawa 5 แห่ง (Umi / Kamado / Shiraike / Oniishibozu / Oniyama) ชิมข้าวโพดและไข่ต้มไอน้ำระหว่างทาง · 12.30–13.30 น. กินข้าวเที่ยงในย่าน Kannawa (ร้านอาหารท้องถิ่นเยอะ ¥1,000–1,500) · 13.30–15.00 น. รถบัสไป Shibaseki + Chinoike Jigoku + Tatsumaki Jigoku (รอรอบพ่นน้ำ) · 15.30–16.30 น. กลับลงเมือง แวะ Takegawara Onsen ทดลอง Sunamushi ทราย
วันแรก ตาม 1-Day Route ข้างต้น ตอนเย็นแช่ออนเซ็นสาธารณะในย่านเมือง (¥100–200) + เดินถนน Ekimae ยามค่ำ · วันสอง เช้า Takasakiyama Monkey Park (เปิด 08.30 น. ลิงมารวมกลุ่มช่วงเช้า) · วันสอง บ่าย กระเช้า Tsurumi Ropeway สู่ยอด 1,375 ม. วิวอ่าวเบปปุ · วันสอง เย็น Beppu Tower ยามค่ำ + อาหารเย็นบุฟเฟต์ทะเลในย่านท่าเรือ
จากสนามบินโออิตะ (OIT): รถบัส Airport Liner ตรงถึง JR Beppu ~45 นาที ¥1,500 · จากฟุกุโอกะ: รถไฟ Sonic Limited Express ประมาณ 2 ชั่วโมง ¥4,000–5,000 (JR Pass ใช้ได้) · จากโออิตะ: รถไฟ JR Kyushu 15 นาที ¥200 · ในเบปปุ: รถบัส Kamenoi เชื่อมทุกจุด ซื้อบัตรวันเดียว ¥1,100 ใช้ได้ทั้งวัน
เบปปุมีออนเซ็นมากกว่า 2,000 แห่ง แบ่งเป็น 8 ย่านหลัก (Hatto = แปดบาดาล) แต่ละย่านมีน้ำต่างสีและรสสัมผัสต่างกัน ตั้งแต่ Takegawara (ทรายร้อน) ไปจนถึง Kannawa (ออนเซ็นสาธารณะกลางย่านควัน) และ Myoban (ออนเซ็นกลางไร่บนเนิน) — อ่านคู่มือออนเซ็นละเอียดได้ที่ คู่มือออนเซ็นเบปปุฉบับเต็ม →