วัดคู่บ้านคู่เมืองบนดอยสูง 1,073 เมตร — เจดีย์ทองทรงล้านนา บันไดนาค 306 ขั้น และวิวเมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองที่เห็นได้ในวันฟ้าใส
ลองนึกภาพ: คุณเดินขึ้นบันไดนาคขั้นสุดท้ายตอนเจ็ดโมงเช้า อากาศบนดอยเย็นจนเห็นไอลมหายใจ ตรงหน้าคือเจดีย์ทองทรงล้านนาที่สะท้อนแสงแรกของวัน เสียงระฆังและกระดิ่งเล็กๆ ใต้ชายคาวิหารดังกรุ๊งกริ๊งตามลม แล้วพอเดินไปที่ระเบียงด้านหน้า เมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองก็ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง บางวันมีทะเลหมอกบางๆ ลอยคลุมคูเมืองอยู่ไกลๆ
นั่นคือ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร — วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพที่ความสูงราว 1,073 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร ตามตำนานเล่าว่าวัดสร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1926 (ค.ศ. 1383) สมัยพญากือนาแห่งอาณาจักรล้านนา โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นหลังช้างเผือก แล้วปล่อยให้ช้างเดินหาที่ประดิษฐาน ช้างเดินขึ้นมาหยุดและล้มลงบนยอดดอยแห่งนี้ จึงสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้ตรงจุดนั้น
สิ่งที่ทำให้ดอยสุเทพพิเศษคือมันเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนเชียงใหม่กราบไหว้มาหลายร้อยปี และเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีที่สุดในเวลาเดียวกัน คนเชียงใหม่มักพูดว่า "ถ้ายังไม่ได้ขึ้นดอยสุเทพ ก็เหมือนยังมาไม่ถึงเชียงใหม่" — และพอได้ขึ้นไปยืนหน้าเจดีย์ทองจริงๆ คุณจะเข้าใจว่าทำไม
ไล่จากตีนบันไดขึ้นไปจนถึงระเบียงชมวิว — แต่ละจุดมีเรื่องราวของตัวเอง
บันไดทอดยาวขึ้นไปหาลานพระธาตุ ราวบันไดทั้งสองข้างเป็นลำตัวพญานาคเจ็ดเศียรที่ปั้นอย่างประณีต ปลายล่างสุดเป็นหัวนาคอ้าปากกว้าง เดินขึ้นแบบไม่รีบใช้เวลาราว 10–15 นาที เป็นภาพถ่ายคู่วัดที่คนนิยมที่สุด ใครเดินไม่ไหวมีรถรางไฟฟ้าขึ้นลงด้านข้าง
เจดีย์สีทองอร่ามใจกลางลานพระธาตุ ปิดทองจังโกทั้งองค์ มีฉัตรทองห้าชั้นปักอยู่สี่มุม คนนิยมเดินเวียนเทียนรอบเจดีย์สามรอบตามเข็มนาฬิกาเพื่อความเป็นสิริมงคล รอบๆ มีพระพุทธรูปและระฆังให้เคาะ บรรยากาศขลังโดยเฉพาะช่วงเช้าที่แดดส่องเจดีย์พอดี
ด้านหน้าวัดมีระเบียงที่มองลงไปเห็นเมืองเชียงใหม่ทั้งเมือง ตั้งแต่สนามบิน คูเมืองสี่เหลี่ยม ไปจนถึงทุ่งนาขอบเมือง วันฟ้าใสมองได้ไกลสุดสายตา ช่วงเช้าฤดูหนาวบางวันมีทะเลหมอกลอยเหนือเมือง ส่วนช่วงเย็นได้แสงทองและไฟเมืองที่เริ่มติด
รอบลานพระธาตุมีวิหารหลังคาซ้อนชั้นแบบล้านนา หน้าบันแกะสลักลายทอง ช่อฟ้าใบระกาวิจิตร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้กราบไหว้ ใต้ชายคามีกระดิ่งเล็กๆ แขวนเรียงราย ดังกรุ๊งกริ๊งทุกครั้งที่ลมพัด เป็นเสียงประจำของดอยสุเทพ
ก่อนขึ้นดอย ที่เชิงดอยมีอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย พระนักพัฒนาผู้นำชาวบ้านสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพสำเร็จในปี พ.ศ. 2478 ด้วยแรงศรัทธาภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน คนเชียงใหม่นิยมแวะกราบไหว้ขอพรก่อนขับรถขึ้นดอย เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางที่มีความหมาย
หัวใจของการขึ้นดอยสุเทพคือการกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์ทอง คนเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวนิยมซื้อดอกไม้ ธูป เทียน บริเวณทางขึ้น แล้วเดินเวียนเทียนรอบเจดีย์สามรอบตามเข็มนาฬิกาพร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ว่ากันว่าใครเกิดปีมะแม ดอยสุเทพคือพระธาตุประจำปีเกิด การได้มากราบครั้งหนึ่งในชีวิตถือเป็นมงคลสูง
ก่อนเข้าเขตลานพระธาตุชั้นในต้องถอดรองเท้า และแต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่า พื้นลานช่วงกลางวันอาจร้อนเท้าได้ ใส่ถุงเท้าไปด้วยจะสบายกว่า
ขึ้นดอยสุเทพทั้งทีหลายคนเที่ยวต่อขึ้นไปบนยอดดอยได้อีก ขับรถขึ้นไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรถึง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่มีสวนดอกไม้เมืองหนาวสวยงาม (เปิดเฉพาะช่วงที่ไม่มีการเสด็จแปรพระราชฐาน ตรวจสอบก่อนไป) เลยขึ้นไปอีกถึง บ้านม้งดอยปุย หมู่บ้านชาวม้งที่มีตลาดของที่ระลึก จุดชมวิว และไร่สตรอว์เบอร์รีตามฤดูกาล
ถ้ามีเวลาครึ่งวัน เส้นทาง ดอยสุเทพ → ภูพิงค์ → ดอยปุย เป็นทริปขึ้นดอยที่กำลังดี ได้ครบทั้งวัด สวน และหมู่บ้านชาวเขาในการขึ้นครั้งเดียว
ภาพคลาสสิกของดอยสุเทพคือเจดีย์ทองตัดกับท้องฟ้าสีคราม ถ่ายได้สวยที่สุดช่วง เช้า 7.00–9.00 น. ที่แดดส่องเจดีย์เต็มองค์และฟ้ายังใส อีกมุมที่ห้ามพลาดคือบันไดนาคมองจากด้านล่างขึ้นไป กับระเบียงชมวิวเมืองด้านหน้า
ถ้าอยากได้วิวเมืองและทะเลหมอก ต้องมาเช้าตรู่ในฤดูหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) ส่วนช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกได้แสงทองนุ่มและไฟเมืองที่เริ่มติด แต่ควรเผื่อเวลาลงดอยก่อนมืดเพราะถนนคดเคี้ยว
เชียงใหม่ไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดิน การขึ้นดอยจึงพึ่งรถสองแถวแดง รถเช่า หรือ Grab เป็นหลัก
ลงจากดอยแล้วเที่ยวเชียงใหม่ต่อได้อีกหลายที่ — ทั้งวัดในเมืองเก่าและธรรมชาตินอกเมือง