เจดีย์ที่ครั้งหนึ่งเคยสูงที่สุดในล้านนา ยอดหักลงจากแผ่นดินไหวเมื่อเกือบ 500 ปีก่อน แต่ฐานอิฐมหึมายังตั้งสง่าอยู่กลางคูเมือง — ที่เดียวที่ได้เห็นทั้งเสาหลักเมืองเชียงใหม่ และนั่งคุยธรรมะกับพระหนุ่มแบบสบายๆ
ลองเดินเข้ามาในลานวัดตอนสายๆ แดดยังไม่จัด แล้วเงยหน้าขึ้น คุณจะเจอกับกองอิฐสีน้ำตาลแดงสูงเท่าตึกหลายชั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ยอดมันหายไปครึ่งหนึ่งเหมือนถูกใครเด็ดออก เหลือไว้แต่ฐานสี่เหลี่ยมกว้างที่มีบันไดนาคและช้างปูนปั้นประดับอยู่รอบ นั่นคือ เจดีย์หลวง — เจดีย์ที่เคยสูงที่สุดของอาณาจักรล้านนา และยังเป็นภาพจำที่ทรงพลังที่สุดภาพหนึ่งของเชียงใหม่
วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางสี่เหลี่ยมคูเมืองเก่า สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 14 ในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา และมาเสร็จสมบูรณ์ในยุคหลัง องค์เจดีย์เดิมสูงราว 80 เมตร ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในดินแดนล้านนาเวลานั้น จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ราวปี พ.ศ. 2088 ทำให้ส่วนยอดพังถล่มลงมา เหลือความสูงราว 60 เมตรอย่างที่เห็น และคงสภาพนั้นมาจนถึงทุกวันนี้
สิ่งที่ทำให้วัดนี้พิเศษกว่าการเป็นแค่ "วัดเก่า" คือมันรวมหลายเรื่องไว้ในที่เดียว — เป็นที่ประดิษฐาน เสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ที่คนเมืองนับถือ เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตในอดีต และยังมีมุม คุยธรรมะกับพระหนุ่ม ที่เปิดให้คนต่างชาตินั่งสนทนาได้จริง วัดเดียวจึงให้ทั้งประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และบทสนทนาที่มีชีวิต
จากเจดีย์ยักษ์ไปถึงเสาหลักเมืองและมุมคุยกับพระ — เดินครบได้ในชั่วโมงเดียว
พระเอกของวัดคือเจดีย์อิฐสี่เหลี่ยมขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่กลางลาน เดินรอบฐานได้และจะเห็นบันไดนาคทอดยาวขึ้นไปทั้งสี่ด้าน มุมหนึ่งมีช้างปูนปั้นโผล่ออกมาจากฐาน ด้านที่บูรณะแล้วจะเห็นซุ้มและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ส่วนยอดที่หักหายเปิดให้เห็นแกนอิฐด้านใน — แสงช่วงบ่ายแก่ๆ ตกกระทบผิวอิฐแล้วสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับการถ่ายภาพ
ภายในวัดมีวิหารเล็กที่ประดิษฐานเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ ที่คนเมืองเชื่อว่าเป็นหลักค้ำชะตาของเมืองมาตั้งแต่ครั้งสร้างเวียง รอบเสามีต้นยางใหญ่ที่ปลูกคู่กันมา ทุกปีช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายนจะมีประเพณีบูชาเสาอินทขีลหรือ "ใส่ขันดอก" ที่คนแห่กันมาไหว้ขอพรเนืองแน่น ถ้ามาตรงช่วงนั้นจะได้เห็นวัดในบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาที่สุด
ด้านหน้าทางเข้าวัดคือวิหารหลวงหลังใหญ่สไตล์ล้านนา หลังคาซ้อนชั้นลดหลั่น หน้าบันแกะสลักปิดทอง ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ให้เข้าไปกราบไหว้ บริเวณบันไดทางขึ้นมีนาคปูนปั้นตัวงามขนาบสองข้าง อย่าลืมถอดรองเท้าและแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเข้า เพราะเป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจจริง
นี่คือสิ่งที่ทำให้วัดเจดีย์หลวงต่างจากวัดอื่น — มุมที่พระหนุ่มและสามเณรนั่งคุยกับผู้มาเยือนอย่างเป็นกันเอง ส่วนใหญ่เป็นพระนักศึกษาที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ คุณถามได้ทั้งเรื่องพุทธศาสนา ชีวิตในวัด หรือวัฒนธรรมล้านนา เป็นการแลกเปลี่ยนแบบสองทางที่ทำให้เข้าใจวัดลึกกว่าการเดินดูเฉยๆ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงนั่งให้สุภาพและรักษามารยาท
รอบเจดีย์และในลานวัดร่มรื่นด้วยต้นยางและต้นโพธิ์ใหญ่ที่อายุนับร้อยปี เป็นมุมที่นั่งพักหลบแดดได้สบายระหว่างเดินเที่ยวเมืองเก่า ช่วงเย็นแสงนุ่มลง บรรยากาศจะยิ่งสงบ ใครชอบถ่ายภาพแนวอารมณ์เก่าๆ มุมนี้เก็บได้ทั้งเจดีย์ ต้นไม้ และแสงเย็นในเฟรมเดียว
วัดเจดีย์หลวงเป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจ ไม่ใช่แค่โบราณสถาน จึงควร ปิดไหล่และปิดเข่า ทั้งชายและหญิง หลีกเลี่ยงเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้น ถ้าแต่งตัวไม่เรียบร้อยมักมีผ้าคลุมให้ยืมบริเวณทางเข้า เวลาเข้าวิหารต้องถอดรองเท้า และไม่ควรชี้เท้าไปทางพระพุทธรูป
ข้อควรรู้สำหรับผู้หญิง: ตามธรรมเนียมไม่ควรเข้าใกล้หรือสัมผัสพระสงฆ์โดยตรง หากต้องส่งของให้พระ ใช้การวางบนผ้าหรือให้ผู้ชายช่วยส่งแทน รักษาเสียงให้เบาและสำรวมเมื่ออยู่ในเขตวิหาร
ช่วงที่เที่ยวสบายที่สุดคือ เช้าตรู่ราว 07.00–09.00 น. ที่อากาศยังเย็นและคนยังน้อย หรือ บ่ายแก่ๆ ราว 16.00–17.30 น. ที่แดดอ่อนลงและแสงสีทองตกกระทบผิวอิฐของเจดีย์สวยที่สุด เลี่ยงช่วงเที่ยงที่แดดแรงเพราะลานวัดค่อนข้างโล่ง
ฤดูที่ดีที่สุดของเชียงใหม่คือ พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายเดินเที่ยวได้ทั้งวัน ส่วนช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนเป็นหน้าแล้งที่มักมีหมอกควันจากการเผา ทัศนวิสัยอาจไม่ดีนัก ถ้าเลือกได้แนะนำมาหน้าหนาวจะเที่ยวเมืองเก่าได้เต็มที่กว่า
ข้อดีของวัดเจดีย์หลวงคืออยู่ใจกลางเมืองเก่าพอดี ออกจากวัดเดินไม่กี่นาทีก็ถึง วัดพระสิงห์ วัดคู่บ้านคู่เมืองอีกแห่ง หรือแวะ วัดพันเตา ที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นวิหารไม้สักเก่าแก่ ทั้งหมดเดินถึงกันได้สบายในเส้นทางเดียว
ถ้ามีเวลาครึ่งวัน ลองวางแผนเดินเที่ยววัดในเมืองเก่าต่อเนื่องกัน แล้วปิดท้ายด้วยคาเฟ่ในย่านนิมมานหรือเดินเล่นริมคูเมือง ช่วงเย็นวันอาทิตย์ถนนคนเดินจะพาดผ่านหน้าวัดพอดี เป็นจังหวะที่ดีในการเก็บทั้งวัดและตลาดในทริปเดียว
วัดอยู่บนถนนพระปกเกล้า ใจกลางสี่เหลี่ยมคูเมืองเก่า เดินทางง่ายมากเพราะอยู่ในเขตที่เดินถึงกันได้เกือบหมด เชียงใหม่ไม่มีรถไฟฟ้า การเที่ยวเมืองเก่าจึงเหมาะกับการเดิน ปั่นจักรยาน หรือเรียกรถสองแถวแดงและ Grab
ทั้งหมดอยู่ในเขตเมืองเก่าหรือใกล้เคียง — เที่ยวต่อกันได้ในวันเดียว