รถไฟใต้ดิน 3 สายเจอกันที่ Odori ใจกลางเมือง รถรางวงรอบพาไปเชิงเขา Mt. Moiwa และทางเดินใต้ดินยาวครึ่งกิโลที่พาคุณเดินเลี่ยงหิมะได้ทั้งสาย — เมืองนี้เดินทางง่ายกว่าที่คิด ถ้ารู้วิธีและบัตรที่คุ้มที่สุด
ลองนึกภาพว่าซัปโปโรถูกวางผังเป็นตารางเหมือนกระดานหมากรุก ถนนตัดกันเป็นบล็อกชัดเจน บอกพิกัดเป็น "เหนือ X ตะวันตก Y" ได้เลย ทำให้เป็นหนึ่งในเมืองญี่ปุ่นที่หาทางง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว หัวใจของการเดินทางคือ รถไฟใต้ดิน 3 สายที่มาเจอกันที่สถานี Odori ใจกลางเมือง พาคุณถึงเกือบทุกจุดสำคัญในไม่กี่นาที
ข่าวดีสำหรับเรา: ป้ายทุกสถานีมีภาษาอังกฤษ บัตร Suica หรือ Pasmo จากโตเกียวใช้แตะได้เลย ไม่ต้องซื้อบัตรใหม่ และ Google Maps ใช้งานได้เต็มที่ (ญี่ปุ่นไม่ได้บล็อกแบบจีน) ข่าวที่ต้องเตรียมใจ: ซัปโปโรคือเมืองที่ หิมะตกหนักที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ในฤดูหนาว แต่เมืองออกแบบทางเดินใต้ดินมารับมือไว้แล้ว
คู่มือนี้รวมทุกวิธีเดินทางในซัปโปโร ตั้งแต่ รถไฟใต้ดินที่เร็วและตรงเวลา รถรางวงรอบที่พาไปเชิง Mt. Moiwa รถไฟ JR ที่พาออกไปสนามบินกับเมืองโอตารุ ไปจนถึง บัตรเที่ยวแบบไหนคุ้มกับทริปคุณที่สุด และเทคนิคเอาตัวรอดหน้าหิมะ รู้ไว้สักนิด ทริปนี้จะลื่นไหลตลอด
ตัวเลือกแรกสำหรับทุกเส้นทางในเมือง อบอุ่นในหน้าหนาว ค่าโดยสารเริ่ม ¥210 ทั้ง 3 สายเจอกันที่ Odori
รถไฟใต้ดินซัปโปโรมี 3 สาย และจุดที่ทุกสายมาเจอกันคือสถานี Odori ใจกลางเมือง — จำจุดนี้ไว้ คุณจะเปลี่ยนสายที่นี่บ่อยมาก ค่าโดยสารคิดตามระยะทาง เริ่มต้น ¥210 สำหรับระยะใกล้ ไปจนถึงราว ¥380 สำหรับระยะไกลสุด เส้นทางในเมืองที่นักท่องเที่ยวใช้บ่อย เช่น Sapporo Station–Odori–Susukino ส่วนใหญ่อยู่แค่ ¥210
| สาย | เส้นทาง | จุดสำคัญ |
|---|---|---|
| Namboku (สีเขียว · N) | เหนือ ↔ ใต้ | Sapporo Station · Odori · Susukino · Nakajima-Koen |
| Tozai (สีส้ม · T) | ตะวันออก ↔ ตะวันตก | Odori · Maruyama-Koen (ศาลเจ้าฮอกไกโด) · Shin-Sapporo |
| Toho (สีน้ำเงิน · H) | เหนือ ↔ ตะวันออกเฉียงใต้ | Sapporo Station · Odori · Sapporo Dome (Fukuzumi) |
บัตร IC ของซัปโปโร ¥2,000 (ใช้เดินทางได้ ¥1,500 + มัดจำ ¥500) แตะใช้กับรถไฟใต้ดิน รถราง และบัสในเมือง ซื้อที่เครื่องในสถานี
มีบัตร IC จากโตเกียวอยู่แล้วใช้ได้เลย ทั้ง Suica, Pasmo, Kitaca, ICOCA แตะผ่านประตูรถไฟใต้ดินและรถรางได้หมด ไม่ต้องซื้อใหม่
ซื้อจากเครื่องอัตโนมัติในสถานี มีเมนูภาษาอังกฤษ กดปลายทางแล้วระบบบอกราคาเอง รับเหรียญและธนบัตร
บัตร 1 วันแบบนั่งไม่อั้น คุ้มถ้าวันนั้นนั่งหลายเที่ยว — ดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างว่าวันไหนใช้ใบไหน
| บัตร | ราคา (ผู้ใหญ่) | ใช้กับ / เงื่อนไข |
|---|---|---|
| One-Day Subway Pass | ¥830 | รถไฟใต้ดินไม่จำกัด 1 วัน · ใช้ได้ทุกวัน · คุ้มเมื่อนั่ง ≥4 เที่ยว |
| Donichika Ticket | ¥520 | รถไฟใต้ดินไม่จำกัด · เฉพาะ เสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ · คุ้มสุดถ้าตรงวัน |
| One-Day Streetcar Pass | ¥500 | รถรางไม่จำกัด 1 วัน · เหมาะวันที่เน้นไป Mt. Moiwa / Nakajima-Koen |
| Dosanko Pass | ¥370 | รถราง 1 วัน · เฉพาะเสาร์–อาทิตย์/วันหยุด · ผู้ใหญ่ 1 + เด็ก 1 ใช้ร่วมกันได้ |
บอกตรงๆ ว่าถ้าทริปคุณตรงกับ เสาร์–อาทิตย์ ให้คว้า Donichika Ticket ¥520 ไว้เลย นั่งรถไฟใต้ดินแค่ 2–3 เที่ยวก็เกือบเท่าทุนแล้ว แต่ถ้าเที่ยววันธรรมดาและนั่งหลายเที่ยว ¥830 ก็ยังคุ้ม ส่วนวันที่แพลนไป Mt. Moiwa หรือสวน Nakajima ให้แยกใช้บัตรรถราง ¥500 ต่างหาก
รถราง · Mt. Moiwa
รถรางซัปโปโรวิ่ง วงรอบ ในย่าน Chuo ใจกลางเมือง ค่าโดยสาร เหมาจ่าย ¥200 ต่อเที่ยว (จ่ายตอนลง) ไม่ว่าจะนั่งใกล้ไกล แตะ SAPICA หรือ Suica ได้ จุดเด่นคือพานักท่องเที่ยวไปยัง เชิงเขา Mt. Moiwa แหล่งชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของเมือง
วิธีไป Mt. Moiwa: นั่งรถรางลงที่ป้าย Ropeway-Iriguchi แล้วต่อรถชัตเทิลฟรีไปสถานีกระเช้า (วิ่งทุกราว 15 นาที) จากนั้นขึ้นกระเช้าและรถเคเบิลไปยอดเขา — ภาพบนการ์ดนี้คือสถานีกระเช้าด้านล่าง
JR · สนามบิน + โอตารุ
รถไฟ JR ไม่ใช่สำหรับวิ่งในเมือง แต่คือเส้นเลือดที่พาคุณ ออกไปสนามบินและเมืองรอบๆ ขบวนที่ใช้บ่อยสุดคือ Rapid Airport (快速エアポート) วิ่งจาก Sapporo Station ไปสนามบิน New Chitose ในราว 37 นาที ¥1,150 ทุกราว 15 นาที — สถานีอยู่ใต้อาคารผู้โดยสารโดยตรง
ขบวนเดียวกันนี้ยังวิ่งอีกทางไป โอตารุ (Otaru) เมืองคลองสุดโรแมนติก ใช้เวลาราว 30–45 นาทีจากซัปโปโร เป็นทริปวันเดียวยอดนิยม สัมภาระเยอะจ่ายเพิ่ม ¥530 จองที่นั่ง Car 4 ที่มีที่วางกระเป๋าใหญ่
รถบัสเมืองซัปโปโรเข้าถึงจุดที่รถไฟใต้ดินยังไม่ครอบคลุม เช่น พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร หรือ Shiroi Koibito Park ค่าโดยสารเริ่มราว ¥210 จ่ายด้วย SAPICA, Suica หรือเงินสด (ขึ้นหลังลงหน้า หย่อนเงินในกล่อง)
สำหรับนักท่องเที่ยว รถไฟใต้ดินยังง่ายกว่า เพราะป้ายและประกาศบนบัสส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ถ้าใช้ Google Maps วางเส้นทาง ระบบจะบอกหมายเลขสายและป้ายลงให้ครบ ทำให้ขึ้นบัสได้ไม่ยาก
แท็กซี่ซัปโปโรใช้มิเตอร์ทุกคัน ค่าธงตกเริ่มราว ¥670 เหมาะมากในหน้าหนาวตอนหิมะตกหนัก ตอนดึกหลังรถไฟปิด หรือเวลามีกระเป๋าเยอะและไม่อยากลากบนพื้นน้ำแข็ง รับบัตรเครดิตและ IC card ในรถส่วนใหญ่
เคล็ดลับ: คนขับส่วนใหญ่ไม่พูดอังกฤษ เตรียมที่อยู่ปลายทางเป็นตัวอักษรญี่ปุ่น หรือปักหมุด Google Maps ให้คนขับดูจะง่ายที่สุด แอป GO และ DiDi ก็เรียกรถได้ในซัปโปโร แต่ในตัวเมืองโบกริมถนนหรือต่อคิวที่สถานีก็สะดวกพอกัน
ข่าวดีที่สุดของซัปโปโร: สามย่านหลัก Sapporo Station, Odori และ Susukino เดินถึงกันได้สบายๆ เพราะอยู่บนแนวเดียวกันห่างกันแค่ 1–2 สถานี และที่เด็ดกว่านั้นคือมี ทางเดินใต้ดิน Chi-Ka-Ho (ชิคาโฮ) ระยะราว 520 เมตร เชื่อม Sapporo Station ตรงดิ่งลงไปถึง Odori และต่อไป Susukino เดินทะลุได้ในราว 10 นาที
หน้าหนาว (ธ.ค.–มี.ค.) ซัปโปโรหิมะตกหนักมาก แต่ทางเดินใต้ดินนี้ทำให้คุณ เดินจากสถานีรถไฟไปทั่วใจกลางเมืองได้โดยไม่ต้องเจอหิมะหรือลมหนาวเลย ระหว่างทางมีร้านค้า คาเฟ่ ที่นั่งพัก และ Wi-Fi ฟรี ต่อเชื่อมเข้าใต้ตึกห้าง (Esta, Tokyu, Mitsukoshi) และโรงแรมหลายแห่งโดยตรง
หิมะไม่ทำให้รถไฟหยุดวิ่ง แต่ทำให้ทุกอย่างช้าลง ใส่ รองเท้าพื้นยางกันลื่น (หรือซื้อที่ครอบรองเท้ากันลื่นในเมือง) ระวังพื้นน้ำแข็งใสๆ บริเวณทางม้าลายและทางลาด และ เผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ เพราะเดินช้ากว่าเดิม
ญี่ปุ่นไม่ได้บล็อก Google ทำให้ Google Maps แม่นยำมากในซัปโปโร แสดงทั้งรถไฟใต้ดิน รถราง บัส และ JR พร้อมเวลาและค่าโดยสาร พิมพ์ชื่อสถานีเป็นอังกฤษหรือไทยได้ แนะนำให้พกซิมหรือ eSIM ที่มีเน็ตติดตัวไว้ระหว่างเดิน
ถ้าต้องแนะนำสิ่งเดียว: เช็กก่อนว่าวันที่คุณเที่ยวเป็นวันธรรมดาหรือเสาร์–อาทิตย์ เพราะมันเปลี่ยนบัตรที่คุ้มที่สุดทันที — เสาร์อาทิตย์ใช้ Donichika ¥520 วันธรรมดาใช้ One-Day Pass ¥830 และถ้ามีบัตร Suica จากเมืองอื่นอยู่แล้ว ก็แตะใช้เป็นรายเที่ยวได้เลยถ้าวันนั้นนั่งไม่กี่เที่ยว
อีกเรื่องที่ช่วยได้: วางแผนใช้รถไฟใต้ดินเป็นแกนหลัก แล้วเสริมด้วยรถรางเฉพาะวันไป Mt. Moiwa ส่วน JR เก็บไว้สำหรับวันไปสนามบินหรือทริปวันเดียวโอตารุ การแยกบทบาทแบบนี้ทำให้คุณรู้ว่าวันไหนควรถือบัตรอะไร ไม่ซื้อบัตรเกินความจำเป็น