2,565 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดของไทย — เจดีย์คู่บนสันเขา ป่าเมฆอ่างกาหลวง น้ำตกวชิรธาน และนาขั้นบันไดของหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ทั้งหมดอยู่ห่างจากเมืองเชียงใหม่แค่ขับรถเช้าไปเย็นกลับ
บอกตรงๆ ว่าน้อยที่ในไทยจะให้ความรู้สึกเหมือนขึ้นไปอีกประเทศหนึ่งได้ขนาดนี้ ขับรถออกจากเมืองเชียงใหม่ที่อากาศกำลังสบาย ไต่ขึ้นไปไม่กี่ชั่วโมง อุณหภูมิก็ลดลงทีละองศาจนถึง ยอดดอยอินทนนท์ที่ 2,565 เมตร — จุดสูงสุดของประเทศไทย ตอนเช้ามืดที่นี่เย็นได้ถึงใกล้ศูนย์องศา บางวันมีน้ำค้างแข็งเกาะตามปลายใบไม้ที่คนเหนือเรียกว่าแม่คะนิ้ง คนกรุงเทพฯ หลายคนมาเห็นลมหายใจตัวเองเป็นไอครั้งแรกก็ที่นี่
ดอยอินทนนท์ไม่ได้มีแค่ยอดให้ไปแตะ แต่เป็นทั้งอุทยานแห่งชาติที่มี เจดีย์พระมหาธาตุคู่พร้อมสวนดอกไม้ ป่าดิบเขาที่ชื้นตลอดปี น้ำตกใหญ่ และหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงกับนาขั้นบันได รวมอยู่ในเส้นทางเดียว ข้างล่างนี้คือ 5 จุดที่เราคิดว่าคุ้มที่สุดถ้ามีเวลาวันเดียว เรียงตามลำดับที่เที่ยวสะดวก ก่อนไปลองอ่านทริปวันเดียวรอบเชียงใหม่ของเราเทียบดูด้วย และถ้ายังไม่ได้วางแผนในเมือง เริ่มที่ที่เที่ยวเชียงใหม่ได้เลย
เรียงจากบนสุดของดอยไล่ลงมา — ขึ้นถึงยอดก่อนช่วงเช้าที่อากาศใส แล้วค่อยแวะจุดอื่นตอนไล่ลง

เป้าหมายของหลายคนคือป้าย "จุดสูงสุดแห่งสยามประเทศ" ที่ยอดดอย — อยู่ติดลานจอดรถ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ถ่ายรูปคู่ป้ายได้เลย ตรงนี้ยังเป็นที่ตั้งสถูปบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้ายที่ดอยนี้ตั้งชื่อตาม
ข้างยอดมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง สะพานไม้วนสั้นๆ ราว 360 เมตร พาเดินทะลุป่าดิบเขาที่ชื้นจนมอสและเฟิร์นขึ้นเขียวพรมไปทั่ว เป็นป่าเมฆแบบที่หาดูยากในไทย อากาศเย็นและมักมีหมอกบางๆ ลอยผ่าน เดินสบายเหมาะกับทุกวัย แม้แต่เด็กและผู้สูงอายุ ใช้เวลาราว 30–45 นาที

ลงจากยอดมานิดเดียวคือ เจดีย์พระมหาธาตุนภเมทนีดล (สร้างถวายในหลวงรัชกาลที่ 9) คู่กับ เจดีย์นภพลภูมิสิริ (ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ตั้งอยู่บนสันเขาคนละยอดมองเห็นกันและกัน กองทัพอากาศสร้างขึ้นในช่วงปี 2530–2535 รอบเจดีย์จัดเป็น สวนดอกไม้เมืองหนาว ที่ผลัดกันบานตามฤดู ดอกไม้สีสดตัดกับเจดีย์สีน้ำตาลม่วงและทะเลภูเขาด้านหลัง เป็นภาพจำของดอยอินทนนท์ที่เห็นในโปสการ์ดทั่วไป
มีบันไดเลื่อนขึ้นไปด้านบนสำหรับคนเดินไม่ไหว วันฟ้าใสยืนบนลานเจดีย์จะเห็นแนวสันเขาทอดยาวสุดสายตา ส่วนวันที่หมอกลงก็ได้บรรยากาศนุ่มๆ อีกแบบ
ระหว่างทางขึ้น-ลงดอยมีน้ำตกหลายแห่ง แต่ที่ใหญ่และน่าแวะที่สุดคือ น้ำตกวชิรธาน สายน้ำตกลงจากหน้าผาหินสูงราว 20 เมตรลงสู่แอ่งเบื้องล่างด้วยแรงมาก จนละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหุบ วันแดดดีมีโอกาสเห็นสายรุ้งพาดผ่านม่านละออง ยืนใกล้ๆ จะรู้สึกถึงไอเย็นและละอองน้ำสาดมาถึงตัว
มีลานจอดรถและทางเดินปูพื้นจากจุดจอดถึงจุดชมน้ำตกไม่ไกล เดินสบาย เป็นจุดแวะยืดเส้นยืดสายที่ดีระหว่างไล่ลงจากยอด หน้าฝนน้ำแรงและเต็มอลังการที่สุดแต่ทางเดินลื่น ระวังก้าวเท้า
เชิงดอยมี บ้านแม่กลางหลวง หมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่ทำ นาขั้นบันได ไล่ลดหลั่นตามไหล่เขามาหลายชั่วอายุคน หน้าฝนนาเขียวสด ปลายฝนต้นหนาว (ราวปลายตุลาคม–พฤศจิกายน) ข้าวออกรวงเหลืองทองทั้งหุบ เป็นช่วงที่สวยที่สุด มีจุดชมวิวนาและทางเดินเล็กๆ ผ่านกลางทุ่ง
ที่นี่ปลูกกาแฟอราบิก้าบนดอย มีร้านกาแฟท้องถิ่นและโฮมสเตย์ของชาวบ้านให้ค้างคืนแบบเรียบง่าย ตื่นเช้ามารับไอหมอกกับนาขั้นบันได เป็นการเที่ยวที่ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง ใกล้กันยังมีน้ำตกผาดอกเสี้ยวที่เดินเข้าไปได้ (เคยเป็นฉากละครดัง)
สำหรับคนที่อยากเดินป่าจริงจังกว่าจุดอื่น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน คือไฮไลต์ ระยะทางราว 3 กิโลเมตรเดินเป็นวงรอบ ผ่านป่าดิบเขาทึบออกสู่ทุ่งหญ้าสันเขาที่เปิดโล่ง มองลงไปเห็นหุบเขาเบื้องล่าง วันอากาศดีในหน้าหนาวจะเห็น ทะเลหมอก ลอยเต็มหุบ เป็นวิวที่หลายคนยกให้สวยที่สุดบนดอยอินทนนท์
หมายเหตุตรงๆ: เส้นนี้ เปิดเฉพาะฤดูท่องเที่ยวราวเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม และปิดช่วงหน้าฝนเพื่อให้ป่าฟื้นตัว ต้องจ้างไกด์ท้องถิ่นนำทาง (ค่าจ้างต่อกลุ่มไม่กี่ร้อยบาท) เดินใช้เวลาราว 2–3 ชั่วโมง ทางมีขึ้นลงพอสมควร เตรียมรองเท้าเดินป่าและน้ำดื่มให้พร้อม
การเดินทาง: ยอดดอยอยู่ห่างเมืองเชียงใหม่ประมาณ 100 กิโลเมตร ขับรถราว 2–2.5 ชั่วโมง โดยวิ่งไปทางอำเภอจอมทองก่อน แล้วเลี้ยวขึ้นเส้นทางหลวงไต่ดอยอีกราว 40 กิโลเมตร ทางคดเคี้ยวแต่ลาดยางตลอดสาย ไม่มีรถสาธารณะวิ่งถึงยอด ถ้าไม่ขับรถเองวิธีที่สบายสุดคือ จองทัวร์วันเดียวที่มีรถรับ-ส่งจากที่พัก หรือเช่ารถพร้อมคนขับ รถสองแถวมีวิ่งจากตลาดจอมทองไปบางจุดแต่ไม่เหมาะกับการเที่ยวครบทั้งวัน
ค่าเข้าและเงินสด: ค่าเข้าอุทยานสำหรับชาวต่างชาติผู้ใหญ่ประมาณ 300 บาท เด็ก 150 บาท คนไทยผู้ใหญ่ราว 40 บาท เด็ก 20 บาท นำรถเข้าเก็บเพิ่มคันละราว 30 บาท ส่วนเจดีย์คู่เก็บแยกอีกราว 40 บาทต่อคน ควรพกเงินสดไป เพราะหลายจุดยังรับเฉพาะเงินสด ราคาเหล่านี้เป็นค่าเข้าโดยทั่วไปและอาจปรับเปลี่ยนได้
อากาศและการแต่งตัว: ช่วงที่ดีที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ฟ้าใส เย็นสบาย ลุ้นทะเลหมอก บนยอดเช้ามืดอุณหภูมิลงได้ถึงราว 0–10 องศาเซลเซียส ใส่เสื้อกันหนาวหนาๆ หมวกและถุงมือไปด้วย ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนเป็นหน้าแล้งและมักมีหมอกควันจากการเผาในภาคเหนือ ทัศนวิสัยอาจไม่ดี หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) ป่าเขียวและน้ำตกสวยแต่ทางลื่นและเมฆบังวิวบ่อย ออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ราว 6 โมงถ้าอยากทันแสงเช้าและทะเลหมอกบนยอด