ทุกเย็นวันอาทิตย์ ถนนราชดำเนินกลางเมืองเก่าปิดรถ กลายเป็นตลาดเดินยาวกว่า 1 กิโลเมตร จากประตูท่าแพถึงวัดพระสิงห์ — งานทำมือ ผ้าทอ สตรีทฟู้ด และเสียงดนตรีเปิดหมวกตลอดทาง เข้าฟรี
ลองนึกภาพ: หกโมงเย็นวันอาทิตย์ คุณยืนอยู่หน้าประตูท่าแพ กำแพงอิฐเก่าด้านหลังเพิ่งได้แสงทองช่วงบ่ายแก่ ข้างหน้าคือถนนราชดำเนินที่ปิดรถทั้งสาย ผู้คนเดินกันเป็นสายน้ำ สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงผ้าทอ โคมไฟกระดาษสา และกลิ่นไส้อั่วย่างลอยมาเป็นระยะ ที่ลานวัดด้านในมีคนนั่งล้อมวงกินข้าวซอย และมุมหนึ่งมีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นดนตรีเปิดหมวก — นี่คือเย็นวันอาทิตย์แบบเชียงใหม่
ถนนคนเดินวันอาทิตย์ (Sunday Walking Street) จัดทุกเย็นวันอาทิตย์บนถนนราชดำเนิน เส้นหลักของเมืองเก่าที่ลากตรงจาก ประตูท่าแพ ทางตะวันออกไปจรด วัดพระสิงห์ ทางตะวันตก ระยะทางราว 1 กิโลเมตร ทั้งเส้นปิดการจราจรแล้วเปลี่ยนเป็นทางเดินเต็มพื้นที่ พ่อค้าแม่ค้าหลายร้อยแผงมาตั้งขายงานหัตถกรรมล้านนา ของแฮนด์เมด และอาหารพื้นเมือง ส่วนลานวัดที่อยู่ติดถนน เช่น วัดพันเตาและวัดเจดีย์หลวง ก็แตกออกเป็นโซนอาหารและที่นั่งพัก
สิ่งที่ทำให้ถนนคนเดินวันอาทิตย์ต่างจากตลาดอื่นในเชียงใหม่คือ เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า และของส่วนใหญ่เป็นงานคนทำเองขายเอง ไม่ใช่ของก๊อปจากโรงงาน ทั้งคนเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวต่างมาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกัน — บรรยากาศดี ของน่าซื้อ และของกินอร่อย
เดินจากประตูท่าแพไปทางวัดพระสิงห์ — แต่ละช่วงมีของและบรรยากาศต่างกัน
ลานกว้างหน้าประตูท่าแพคือจุดเริ่มที่หาง่ายที่สุดและเป็นแลนด์มาร์กของเมือง ช่วงเย็นมักมีการแสดงดนตรีหรือศิลปะเปิดหมวก ฝูงนกพิราบ และคนถ่ายรูปกับกำแพงอิฐ จากตรงนี้เลี้ยวเข้าถนนราชดำเนินแล้วเริ่มเดินเข้าตลาดได้เลย
ช่วงแรกหลังประตูท่าแพอัดแน่นด้วยแผงงานคราฟต์ — กระเป๋าผ้า เสื้อยืดสกรีนลายเมือง โปสการ์ดและภาพวาดสีน้ำของศิลปินท้องถิ่น เครื่องประดับเงิน และโคมไฟกระดาษสา หลายร้านเป็นคนทำเองขายเอง เหมาะเดินช้า ๆ เลือกของฝากที่หาไม่ได้ในห้าง
ระหว่างทางจะเจอลานวัดที่แตกออกจากถนนหลัก กลายเป็นศูนย์อาหารกลางแจ้งมีโต๊ะให้นั่ง ที่นี่คือที่ที่ควรแวะกิน — ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่ว แคบหมู ลูกชิ้นย่าง และขนมหวานพื้นเมือง อิ่มแล้วเดินต่อได้สบาย
ตลอดถนนจะมีนักดนตรีและศิลปินเปิดหมวกตั้งวงเป็นจุด ๆ ตั้งแต่เด็กนักเรียนเล่นเครื่องสายไปจนถึงวงอะคูสติก บางจุดมีศิลปินวาดภาพเหมือนหรือเขียนชื่อด้วยลายมือสวย ๆ หยอดเงินให้ตามใจ เป็นเสน่ห์ที่ทำให้บรรยากาศต่างจากตลาดทั่วไป
ปลายถนนราชดำเนินจบที่หน้าวัดพระสิงห์ วัดเก่าแก่คู่เมืองที่สว่างไฟยามค่ำสวยมาก ช่วงนี้มักมีบริการนวดเท้าริมทางราคาย่อมเยา เหมาะนั่งพักหลังเดินทั้งเส้น ถ้ายังมีแรงแวะไหว้พระในวัดได้ (แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า)
หัวใจของถนนคนเดินวันอาทิตย์คืองานทำมือของคนเหนือ ของที่น่าซื้อและเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ผ้าฝ้ายและผ้าทอ โคมไฟและของแต่งบ้านกระดาษสา เครื่องเงินและเครื่องประดับ กระเป๋าผ้าและเสื้อสไตล์ชาวเขา รวมถึงสบู่ ของหอม และภาพวาดของศิลปินท้องถิ่น หลายร้านเจ้าของนั่งทำให้ดูตรงหน้า ราคาย่อมเยากว่าในห้างมาก
ราคาที่นี่ค่อนข้างเป็นมิตรและติดป้ายชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องต่อราคาหนักเหมือนตลาดบางที่ ถ้าซื้อหลายชิ้นจากแผงเดียวกัน ลองถามส่วนลดเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มได้ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ใจดี
โซนอาหารที่ดีที่สุดมักไม่ได้อยู่บนถนนหลัก แต่อยู่ใน ลานวัด ที่แยกออกไป เช่น วัดพันเตาและวัดเจดีย์หลวง ที่นั่นมีร้านรวมกันเป็นศูนย์อาหารกลางแจ้งพร้อมโต๊ะนั่ง ของที่ต้องลอง ได้แก่ ข้าวซอยไก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่ว แคบหมู ลูกชิ้นย่าง โรตี และขนมหวานพื้นเมืองอย่างข้าวแคบหรือขนมเทียน ราคาส่วนใหญ่จานละ 20–60 บาท เดินไปชิมไปได้เรื่อย ๆ
ถ้าอยากกินจริงจังแบบนั่งโต๊ะ ให้มาก่อน 18.30 น. จะหาที่นั่งง่ายกว่า หลังจากนั้นลานวัดจะเต็มเร็วมาก
นอกจากช้อปกับกิน เสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศ ตลอดเส้นมีนักดนตรีและศิลปินเปิดหมวกตั้งวงเป็นจุด ๆ บางมุมมีศิลปินวาดภาพเหมือนหรือเขียนชื่อด้วยลายมือสวย ๆ จุดถ่ายรูปที่ดีที่สุดคือ ลานประตูท่าแพ ช่วงพลบค่ำ ที่กำแพงอิฐเก่ายังได้แสงทอง และหน้า วัดพระสิงห์ ตอนค่ำที่เปิดไฟส่องเจดีย์
ช่วงเวลาที่ภาพสวยและคนยังไม่แน่นคือ 16.00–17.30 น. ที่แผงเพิ่งเริ่มตั้งและฟ้ายังมีแสง หลังจากนั้นจะกลายเป็นทะเลคนซึ่งก็สนุกไปอีกแบบ แต่ถ่ายรูปยากขึ้น
ถ้าพักในเมืองเก่า เดินไปถึงได้สบายเพราะตลาดอยู่กลางเขตเมืองเก่าพอดี ถ้าพักนอกเขตก็มีทางเลือกง่าย ๆ ดังนี้
พักในคูเมืองเก่าหรือย่านท่าแพ ออกจากที่พักเดินถึงตลาดได้เลย